Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

เครือข่ายติดตามบริษัทข้ามชาติของเกาหลี ‘KTNC Watch’ ออกรายงานเผยทุนธนาคารเกาหลีเข้าซื้อสถาบันการเงินกัมพูชา 2 แห่งที่เดิมดำเนินงานแบบ ‘ธนาคารกรามีน’ ที่ให้สินเชื่อแบบไม่มีหลักประกันให้แก่ครัวเรือนยากจนในกัมพูชา เปลี่ยนเป็นสถาบันการเงินที่ออกสินเชื่อไมโครไฟแนนซ์ ออกสินเชื่อเชิงรุกพื้นที่ชนบท กลุ่มคนเปราะบาง ผู้กู้บางรายไม่เข้าใจเงื่อนไขสัญญาเงินกู้ คิดดอกเบี้ย 15-18% ต่อปี กลายเป็นหนี้สินเกินภาระแก่ครัวเรือนยากจน เกิดวงจรสูญเสียที่ดิน สูญเสียแหล่งทำกิน เป็นหนี้เพิ่มขึ้น และทำให้ความยากจนทวีความรุนแรงมากขึ้น

ภาพปกรายงาน ‘หากำไรบนความยากจน’ ของเครือข่ายติดตามบริษัทข้ามชาติเกาหลี หรือ KTNC Watch

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ที่ผ่านมา เครือข่ายติดตามบริษัทข้ามชาติเกาหลี หรือ KTNC Watch ได้เผยแพร่รายงานชื่อ “Preying on Poverty: An Investigation into the Lending Practices of Korean Banks in Cambodia and their Human Rights Impact” หรือ "หากำไรบนความยากจน: ตรวจสอบแนวทางการปล่อยสินเชื่อของธนาคารเกาหลีใต้ในกัมพูชาและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน” ซึ่งเปิดโปงพฤติกรรมการปล่อยสินเชื่อเชิงเอารัดเอาเปรียบของธนาคารเกาหลีที่ดำเนินธุรกิจในกัมพูชา ซึ่งส่งผลละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อคนในพื้นที่

รายงานดังกล่าวศึกษาธุรกิจสินเชื่อขนาดเล็กหรือ “ไมโครไฟแนนซ์” ของธนาคารKB Prasac Bank และ Woori Cambodia Bank ซึ่งร่วมลงทุนโดยธนาคารเกาหลีใต้ KB Kookmin Bank และ Woori Bank ตามลำดับ

โดยธนาคาร KB Kookmin Bank จากเกาหลีใต้ ได้เข้าซื้อบริษัทไมโครไฟแนนซ์ที่ใหญ่ที่สุดในกัมพูชา คือ PRASAC ในปี 2564 และได้จัดตั้ง KB PRASAC Bank Plc. (KB Prasac Bank) ผ่านการควบรวมกิจการกับบริษัทย่อยในท้องถิ่นในปี 2566

ในขณะที่ Woori Bank ได้เข้าซื้อกิจการไมโครไฟแนนซ์ VisionFund Cambodia ในปี 2561 และจัดตั้ง Woori Bank (Cambodia) Plc. (Woori Cambodia Bank) ในปี 2563 โดยผ่านการควบรวมกิจการกับบริษัทย่อยในท้องถิ่นเช่นกัน คือ Woori Finance Cambodia Plc และ WB Finance Co Ltd

แปรสภาพ ‘ธนาคารกรามีนกัมพูชา’ สู่สถาบันการเงินเอกชน ‘ไมโครไฟแนนซ์’

ภาพธนาคาร KB Prasac Bank สาขาต่างจังหวัดในกัมพูชา ที่มา: KTNC Watch/Hankyoreh 21

รูปแบบสถาบันการเงินแบบ ‘ไมโครไฟแนนซ์’ ในที่นี้ หมายถึงโมเดลแบบ ‘ธนาคารกรามีน’ (Grameen Bank) ซึ่งก่อตั้งโดยนักเศรษฐศาสตร์ชาวบังกลาเทศ มูฮัมหมัด ยูนูส ในช่วงทศวรรษ 1970 โดยให้สินเชื่อรายย่อยโดยไม่ต้องใช้หลักประกันแก่ผู้ยากจน โดยเฉพาะผู้หญิงในชนบท ผู้กู้จะนำเงินไปเริ่มต้นธุรกิจขนาดเล็กหรือลงทุนในการเกษตรเพื่อสร้างรายได้และยกระดับชีวิตให้หลุดพ้นจากความยากจน โมเดลไมโครไฟแนนซ์ได้แพร่หลายไปทั่วโลกในฐานะเครื่องมือบรรเทาความยากจนและเสริมพลังเศรษฐกิจให้กับกลุ่มเปราะบาง โดยยูนูสได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในปี 2549 จากผลงานดังกล่าว

องค์กรไมโครไฟแนนซ์ที่ KB Kookmin และ Woori เข้าซื้อกิจการในกัมพูชา แต่เดิมเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรที่ก่อตั้งขึ้นด้วยจุดประสงค์เดียวกัน PRASAC ซึ่ง KB Kookmin เข้าซื้อในปี 2564 ก่อตั้งขึ้นในปี 2538 ในฐานะองค์กรไม่แสวงหากำไรเพื่อช่วยฟื้นฟูพื้นที่ชนบทของกัมพูชาหลังสงครามกลางเมืองอันยาวนาน และเติบโตจนเป็นสถาบันไมโครไฟแนนซ์ หรือ MFI ที่ใหญ่ที่สุดในกัมพูชา

ในขณะที่ VisionFund Cambodia ที่ Woori เข้าซื้อกิจการก็เคยเป็นองค์กรไมโครไฟแนนซ์ไม่แสวงหากำไร ก่อตั้งในปี 2546 โดยองค์กรช่วยเหลือระหว่างประเทศ World Vision

ไมโครไฟแนนซ์เน้นให้สินเชื่อวงเงินสูงเอาที่ดินค้ำ จนเกิดหนี้เกินภาระ

อย่างไรก็ตาม ในช่วงทศวรรษ 2010 อุตสาหกรรมไมโครไฟแนนซ์ในกัมพูชาเริ่มเปลี่ยนแปลงไปเป็นธุรกิจแสวงหากำไร โดย MFI เริ่มออกสินเชื่อเพื่อทำกำไรกับคนจนในชนบท ซึ่งเดิมเป็นกลุ่มผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการไม่แสวงหากำไร สถาบัน MFI เหล่านี้เลิกให้สินเชื่อ หรือเงินกู้รายย่อยโดยไม่ใช้หลักประกันเพื่อบรรเทาความยากจน แต่กลับให้สินเชื่อวงเงินสูงโดยใช้ที่ดินของผู้กู้เป็นหลักประกันเพื่อเพิ่มรายได้จากดอกเบี้ยให้สูงสุด

เมื่อการแข่งขันระหว่าง MFI รุนแรงขึ้น พวกเขาก็เริ่มใช้วิธีเชิงรุกมากขึ้นในการเล็งเป้าหมายไปยังผู้ยากจนในชนบทของกัมพูชา ซึ่งมีระดับการศึกษาต่ำและความรู้ด้านการเงินจำกัด โดยให้กู้เงินจำนวนมากเกินความสามารถในการชำระหนี้ของครัวเรือน โดยอ้างอิงเพียงมูลค่าของหลักประกัน เมื่อหนี้กลายเป็นภาระเกินกว่าจะชำระได้เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยสูงและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ เจ้าหน้าที่สินเชื่อได้กดดันเกษตรกรให้ขายที่ดินหลักประกันของตนเองนอกกระบวนการศาล หรือต้องไปกู้เงินนอกระบบเพื่อมาชำระหนี้เดิม นำไปสู่วงจรอุบาทว์ของการสูญเสียที่ดิน การสูญเสียแหล่งทำกิน และเป็นหนี้เพิ่มขึ้น ความยากจนจึงยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น

สินเชื่อเชิงรุกเข้าถึงภาคชนบท ขอสินเชื่อเพื่อลงทุนเกษตร ไปจนถึงปรับปรุงบ้าน 

ผู้กู้รายหนึ่งแสดงสัญญาสินเชื่อของ Woori Bank ที่มา: KTNC Watch

ในรายงานของ KTNC Watch ได้ลงพื้นที่สอบสวนและสัมภาษณ์ 14 ครอบครัว รวมถึงชุมชนชาติพันธุ์ในกัมพูชา ที่ได้รับผลกระทบจากหนี้สินล้นพ้นตัวซึ่งเชื่อมโยงกับสินเชื่อของ KB Prasac Bank และ Woori Bank รายงานชี้ว่าการปล่อยกู้ในลักษณะนี้ส่งผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชนของครอบครัวที่ยากจนและเปราะบางในชนบท โดยผู้กู้ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงที่ทำงานเกษตร มีการศึกษาและรายได้ต่ำ

เหตุผลในการกู้เงิน ในรายงาน KTNC Watch พบว่าผู้ขอสินเชื่อเพื่อต้องการปรับปรุงคุณภาพชีวิตและสภาพความเป็นอยู่ขั้นพื้นฐาน เหตุผลหลักในการกู้คือการใช้เป็นทุนทำเกษตร เช่น ลงทุนในไร่มันสำปะหลังและซื้อรถแทรกเตอร์ ซื้อที่ดินเพิ่มเติม หรือซื้อสวนยางพารา ผู้กู้บางรายนำเงินไปปรับปรุงสภาพบ้าน เนื่องจากบ้านสภาพเดิมของกลุ่มชาติพันธุ์ทำจากไม้ไผ่ จึงอยู่ได้เพียงราว 2 ปี บางรายกู้เพื่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน เช่น ห้องน้ำ สวน หรือรั้วบ้าน

ในรายงานของ KTNC Watch ทีมเก็บข้อมูลภาคสนามพบว่าหมู่บ้านของกลุ่มชาติพันธุ์ส่วนใหญ่มีบ้านเรือนเรียบง่าย พื้นเป็นดิน ไม่มีพื้นปูผิว ผนังทำจากไม้แผ่นบางๆ มีรูรั่วที่ต้องใช้กระสอบเก่าปะหลังคาทำจากแผ่นโลหะบางที่ขึ้นสนิมและบุบเสียรูป บ้านเหล่านี้ไม่มั่นคงหรือคงทน ความต้องการ "บ้านที่แข็งแรง" จึงเป็นเรื่องเข้าใจได้

อย่างไรก็ตาม เงินกู้เพื่อสร้างหรือปรับปรุงที่อยู่อาศัย เป็นสินเชื่อที่ไม่ได้สร้างรายได้โดยตรง ทำให้ผู้มีรายได้น้อยซึ่งมีรายได้จำกัดตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ต้องเผชิญกับภาระหนี้ที่เกินความสามารถในการชำระคืน ขณะที่ธนาคารยังคงปล่อยกู้โดยไม่มีการประเมินความสามารถในการชำระหนี้อย่างแท้จริง กลายเป็นกับดักหนี้สินที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

“ฉันตั้งใจจะลงทุนในไร่มันสำปะหลัง จะซื้อยาฉีดให้รากมันโตดีขึ้น แล้วก็จะซื้อรถแทรกเตอร์ไว้ขนมันสำปะหลังไปตลาด เพราะไร่ฉันอยู่ไกล” ผู้ขอสินเชื่อกรณีที่ 9 ระบุ

ผู้ขอสินเชื่อ กรณีที่ 10 ในรายงานระบุว่า เดิมจะกู้เงินจากธนาคาร ACLEDA เพื่อซื้อสวนยาง ใช้เงิน 35,000 เหรียญสหรัฐฯ เพราะปีนั้นราคาข้าวไม่ดี โดยตัดสินใจกู้เงินจากธนาคาร Prasac เพื่อจ่ายคืนหนี้ที่กู้มาจาก ACLEDA อีกทีหนึ่ง

“ฉันกู้เงินเพื่อสร้างบ้านที่แข็งแรงให้ครอบครัว เพราะบ้านดั้งเดิมของชาวชนเผ่าปกติอยู่ได้แค่ 2 ปี ฉันเลยอยากมีบ้านที่ทนทาน” ผู้ขอสินเชื่อกรณีที่ 3 ระบุ

“ฉันกู้เงินเพื่อสร้างบ้านใหม่ เพราะบ้านเดิมเก่ามาก หลังคารั่ว น้ำท่วมบ่อย แม่ก็แก่แล้ว ฉันกลัวบ้านจะพัง เพราะแถวนี้น้ำท่วมบ่อย และบ้านก็ไม่แข็งแรงพอ” ผู้ขอสินเชื่อกรณีที่ 11 ระบุ

ผู้กู้ไม่เข้าใจเงื่อนไขสัญญาเงินกู้ แถมถูกติดตามหนี้แบบคุกคาม

ความยากจนอย่างแพร่หลาย และโครงสร้างระบบประกันสังคมที่ไม่เพียงพอในกัมพูชา เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้หลายครัวเรือนกัมพูชาต้องพึ่งพาไมโครไฟแนนซ์ โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทซึ่งมีประชากรยากจนกว่า 90% และขาดแคลนบริการพื้นฐานอย่างสาธารณสุข ความจำเป็นในการหาเงินฉุกเฉินเพื่อรักษาคนในครอบครัวจึงเป็นเรื่องปกติ ขณะเดียวกัน แรงงานภาคเกษตรก็เผชิญกับความไม่แน่นอนจากผลผลิตและรายได้ที่ผันผวนจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ทำให้หลายคนต้องกู้เงินเพื่อทำเกษตรหรือยังชีพ จนเกิดภาระหนี้สินล้นตัว

ในรายงานระบุว่า เมื่อต้องลงนามในสัญญาเงินกู้ รายละเอียดต่าง ๆ ในสัญญาไม่ได้รับการอธิบายอย่างชัดเจน เจ้าหน้าที่มักชี้แจงเพียงยอดเงินต้น อัตราดอกเบี้ยรายเดือน และตารางการชำระหนี้ แต่ไม่อธิบายเงื่อนไขอื่นๆ เช่น ค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม ค่าปรับล่าช้า หรือขั้นตอนการยึดหลักประกันหากผิดนัดชำระ

โดยเฉพาะลูกหนี้ที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ มักไม่เข้าใจเงื่อนไขในสัญญาเพราะสัญญาและคำอธิบายจากเจ้าหน้าที่ใช้แต่ภาษาเขมร ซึ่งหลายคนฟังหรืออ่านไม่ออก ทำให้ต้องพึ่งคำอธิบายแบบคร่าว ๆ จากเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ซับซ้อนเหล่านี้

ผู้เสียหายกรณีที่ 6 ในรายงานเล่าว่าเจ้าหน้าที่อ่านสัญญาเป็นภาษาเขมรให้ฟัง แต่เขาไม่สามารถอ่านเขียนได้ และไม่เข้าใจเนื้อหาที่แท้จริง รู้เพียงว่าเป็นเงินกู้ที่มีดอกเบี้ย แต่ไม่รู้ว่าดอกเบี้ยเท่าไร ผู้ขอสินเชื่อกรณีที่ 9 กู้เงิน 10,000 เหรียญสหรัฐฯ และจ่ายคืนไปแล้ว 3,000 เหรียญสหรัฐฯ แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมยอดหนี้คงเหลือถึงยังเป็น 8,000 เหรียญสหรัฐฯ แทนที่จะเป็น 7,000 เหรียญสหรัฐฯ ผู้เสียหายกรณีที่ 3 ไม่เข้าใจว่าการชำระหนี้แยกเป็นยอดเงินต้นกับดอกเบี้ยอย่างไร และยังเข้าใจผิดว่าการจำนองที่ดินหมายถึงธนาคารจะยึดเฉพาะพืชผล ไม่รวมถึงที่ดิน

ในรายงานของ KTNC Watch เสนอว่า จากการสืบสวนพบว่าธุรกิจของ KB Kookmin Bank และ Woori Bank ในกัมพูชามีลักษณะการปล่อยกู้เชิงเอารัดเอาเปรียบ เจ้าหน้าที่สินเชื่อใช้วิธีการขายเชิงรุก อนุมัติสินเชื่อวงเงินสูงเกินความจำเป็นโดยใช้ที่ดินเป็นหลักประกัน ทั้งที่ทราบดีว่าผู้กู้ไม่สามารถชำระหนี้ได้จากรายได้ประจำ เมื่อหนี้เพิ่มขึ้น เจ้าหน้าที่ก็บังคับให้ผู้กู้ขายที่ดินหรือกู้เงินนอกระบบที่มีดอกเบี้ยสูง ผ่านกระบวนการติดตามหนี้ที่คุกคาม

ธุรกิจเหล่านี้ทำให้ธนาคารได้รับรายได้จากดอกเบี้ยปีละหลายแสนล้านวอน ขณะที่ครอบครัวผู้กู้กลับล่มสลายทางเศรษฐกิจ ความยากจนทวีความรุนแรง และถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ทั้งการสูญเสียที่ดินและบ้าน ขาดแคลนอาหาร สุขภาพทรุดโทรม เด็กต้องหยุดเรียน ออกมาทำงาน ประสบความเครียด ซึมเศร้า และบางรายถึงขั้นฆ่าตัวตาย

รายงานระบุว่า “เมื่อหนี้เพิ่มขึ้นจากดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมสูง ผู้กู้ไม่สามารถชำระได้เพราะเจอวิกฤตเศรษฐกิจจากโควิด-19 และผลผลิตเกษตรเสียหายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ”

เจ้าหน้าที่สินเชื่อยังถูกระบุว่าใช้กลยุทธ์การขายสินเชื่อเชิงเผชิญหน้า ส่งเสริมให้ชาวบ้านกู้เงินก้อนใหญ่ โดยรับปากว่าอนุมัติสินเชื่อง่าย และบางรายติดตามหนี้แบบไปถึงบ้านผู้กู้ ข่มขู่ให้ขายที่ดิน หรือกู้หนี้นอกระบบมาใช้หนี้ ข่มขู่จะเรียกตำรวจ ส่งเข้าคุก หรือแม้กระทั่งขู่ว่า “ถ้าผู้กู้ฆ่าตัวตาย ลูกก็ยังต้องรับผิดชอบหนี้ต่อไป”

หลายปีที่ผ่านมา สื่อระหว่างประเทศรายใหญ่และคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติได้รายงานถึงปัญหาการปล่อยกู้ในอุตสาหกรรมไมโครไฟแนนซ์ของกัมพูชา เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว สื่อเกาหลีในประเทศได้รายงานเรื่องนี้เป็นครั้งแรก และ ส.ส.เกาหลีใต้ คิมนัมกึน ได้หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นอภิปรายในรัฐสภา อย่างไรก็ตาม ธนาคารทั้งสองยังคงอ้างว่าการดำเนินธุรกิจปล่อยกู้ในกัมพูชาไม่มีปัญหาและไม่ได้ดำเนินการปรับปรุงใด ๆ

ดอกเบี้ย 15-18% ต่อปี สร้างภาระผ่อนใช้หนี้มหาศาล

รายงานชี้ว่า KB Prasac และ Woori Cambodia เรียกเก็บอัตราดอกเบี้ยสูง 15% ถึง 18% พร้อมค่าธรรมเนียมจัดการ 1% ถึง 2% ของวงเงินกู้ทั้งหมด

ในปี 2023 รายได้ดอกเบี้ยต่อผู้กู้ของ KB Prasac อยู่ที่เฉลี่ย 1,126 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ขณะที่ Woori Cambodia อยู่ที่ 1,020 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ในขณะที่รายได้ประชาชาติต่อหัวของกัมพูชาอยู่ที่ 1,810 ดอลลาร์สหรัฐ ในรายงานระบุว่าผู้กู้ต้องจ่ายดอกเบี้ยถึง 60% ถึง 70% ของรายได้ต่อปี

ผู้กู้วัย 39 ปี ที่ให้ชื่อเพียงว่า ลี กล่าวว่าเขากู้เงิน 20,000 ดอลลาร์สหรัฐจาก Woori Cambodia Bank และยังเหลือเงินต้น เป็นหนี้ที่ต้องชำระอีกประมาณ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ

“มีแรงกดดันจากเจ้าหน้าที่สินเชื่อเวลาที่เราไม่มีเงินพอใช้หนี้ พวกเขาบอกให้เราขายที่ดินเพื่อใช้หนี้” ลี กล่าวเพิ่มเติม และยังกล่าวว่า ขณะนี้กำลังประสบปัญหาในการหาเงินใช้หนี้หลังสวนทุเรียนล้มเหลว

องค์กร Licadho เรียกร้องทุนเกาหลีช่วยเหลือและเยียวยาผู้กู้

“เป็นเรื่องน่าเศร้าที่ธนาคารเกาหลีทำตัวเป็นนักล่าสินเชื่อกับผู้กู้ชาวกัมพูชา จนทำให้เกิดวิกฤตหนี้ล้นพ้นตัว” นาลี พีลอร์ก ผู้อำนวยการฝ่ายรณรงค์ของ LICADHO ซึ่งเป็นเอ็นจีโอด้านปกป้องสิทธิมนุษยชนในกัมพูชากล่าว “ธนาคาร KB Kookmin และ Woori จำเป็นต้องยุติการละเมิดเหล่านี้ในบริษัทย่อยที่กัมพูชา และต้องช่วยเหลือเยียวยาหนี้ให้กับผู้กู้ที่ได้รับผลกระทบแล้ว โดยเฉพาะในชุมชนชนเผ่าพื้นเมือง”

ตอนท้ายของรายงาน KTNC Watch เรียกร้องให้ KB Kookmin Bank และ Woori Bank แสดงความรับผิดชอบ รวมทั้งผลักดันเพื่อให้เกิดการคุ้มครองสิทธิของผู้กู้ที่ได้รับผลกระทบจากการปล่อยกู้เชิงเอารัดเอาเปรียบของธนาคารจากเกาหลีใต้ต่อไป

กิจการทั้ง 2 แห่ง ไม่ได้เป็นสมาชิกสมาคมไมโครไฟแนนซ์กัมพูชา

ในรายงานของ Camboja News คาย ตงงี โฆษกของสมาคมไมโครไฟแนนซ์กัมพูชา (Cambodia Microfinance Association/CMA) กล่าวถึงรายงานของ KTNC Watch ว่าเป็นประเด็นที่สมควรได้รับความสนใจ อย่างไรก็ตามเขาระบุว่า KB Prasac Bank และ Woori Cambodia Bank ไม่ได้เป็นสมาชิกของ CMA

“เรามองสถานการณ์นี้ไม่เพียงแต่เป็นความท้าทาย แต่เป็นโอกาสในการแสดงความเป็นผู้นำและเสริมความมั่นคงของกิจการไมโครไฟแนนซ์ในระยะยาว” เขากล่าว

ตงงี เน้นว่า CMA ไม่ยอมรับการบังคับ ข่มขู่ หรือกดดันผู้กู้หรือต่อครอบครัวของผู้กู้ โดยย้ำถึงความสำคัญของการปฏิบัติต่อผู้กู้ด้วยความเคารพและการแก้ปัญหาอย่างเป็นธรรม

เขากล่าวว่า CMA มีสายด่วนสำหรับผู้กู้ทั่วประเทศให้สามารถร้องเรียนได้อย่างปลอดภัย และเจ้าหน้าที่สินเชื่อของสถาบันสมาชิกจะได้รับการฝึกอบรมเรื่องแนวทางปฏิบัติและความอ่อนไหวทางวัฒนธรรมอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทและพื้นที่เปราะบาง

ในรายงานของ Camboja News ทั้ง KB Prasac และ Woori Cambodia ไม่ได้ตอบข้อซักถามขณะรายงานนี้เผยแพร่ ขณะที่ไม่สามารถติดต่อธนาคารกลางแห่งกัมพูชาเพื่อขอความเห็นได้

 

แปลและเรียบเรียงจาก

[Press Release] KTNC Watch Publishes Investigative Report on Predatory Lending Practices of Korean Banks in Cambodia, 30 June 2025, KTNC Watch (อ่านรายงานฉบับเต็มได้ในลิ้ง),  https://ktncwatch.org/news/press-release-ktnc-watch-publishes-investigative-report-predatory-lending-practi/

Two Korean-Owned Banks Allegedly Committed Human Rights Abuses via Aggressive Lending Practices in Cambodia, 1 July 2025, Khuon Narim, Camboja News,  https://cambojanews.com/two-korean-owned-banks-allegedly-committed-human-rights-abuses-via-aggressive-lending-practices-in-cambodia/

KB Prasac, Woori Bank Accused of Predatory Lending in Rural Cambodia, 1 July 2025, Kiripost, https://kiripost.com/stories/kb-prasac-woori-bank-accused-of-predatory-lending-in-rural-cambodia

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง