Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ 8 ต่อ 1 รับคำร้อง ปชน. ยื่นสอบ ‘พิเชษฐ์’ รองประธานสภาฯ ฐานแปรญัตติ หรือใช้งบประมาณปี 69 ผิดมาตรา 144 โดยศาลนัดไต่สวนพยาน 24 ก.ค. และนัดฟังคำวินิจฉัย 1 ส.ค. 2568 ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว

 

17 ก.ค. 2568 เพจเฟซบุ๊ก สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ รายงานวันนี้ (17 ก.ค.) ศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีการพิจารณารับคำร้อง ภัณฑิล น่วมเจิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) กทม. พรรคประชาชน และคณะ รวม 121 คน ในฐานะผู้ร้อง โดยมีจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร (495 คน) ยื่นคำร้องเสนอความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 วรรค 3 กรณี พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานผู้แทนราษฎร คนที่ 1 เป็นผู้ถูกร้อง ให้ความเห็นชอบการจัดทำโครงการ และให้มีการเสนองบประมาณของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 3 โครงการ ที่ผู้ถูกร้องมีส่วนโดยทางตรงหรือทางอ้อมในการใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 และกรณีสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรมีคำขอเสนอโครงการทั้ง 3 โครงการดังกล่าว อีกครั้งในงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2569

เป็นการเสนอของบประมาณด้วยโครงการที่มีรูปแบบเดียวกันและต่อเนื่องกับงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ที่ผู้ถูกร้องมีส่วนในการเสนอ การแปรญัตติ หรือการกระทำใดๆ ที่มีส่วนไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ในการใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 อันเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 วรรค 2

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

 

ศาลรัฐธรรมรับคำร้อง ชี้ขาดภายใน 15 วัน

ในส่วนของผลการพิจารณา ศาลรัฐธรรมนูญมีความเห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ได้รับการพิจารณาเสร็จสิ้น และเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับแล้ว ไม่อยู่ในขั้นตอนของการอนุมัติงบประมาณรายจ่ายในกระบวนการทางนิติบัญญัติ ไม่ต้องด้วยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 วรรค 3 ประกอบ พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 7 (7) ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ไม่รับคำร้องในส่วนนี้ไว้พิจารณาวินิจฉัย

ส่วนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติโดยเสียงข้างมาก 8 ต่อ 1 มีคำสั่งรับคำร้องในส่วนนี้ไว้พิจารณาวินิจฉัย และแจ้งให้ผู้ร้องทราบ พร้อมทั้งส่งสำเนาคำร้องให้พิเชษฐ์ ผู้ถูกร้อง เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญต้องพิจารณาวินิจฉัยให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับความเห็นของผู้ร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 วรรค 3 ให้ผู้ถูกร้องยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลภายในวันจันทร์ที่ 21 ก.ค.นี้ ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 54 เพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณา ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ให้คู่กรณีมารับเอกสารจากเจ้าหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ ณ ที่ทำการศาลรัฐธรรมนูญ ภายในเวลาที่กำหนดแทนการส่งเอกสารให้แก่บุคคลนั้น ทั้งนี้ ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 54 ประกอบข้อกำหนด ศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2562 ข้อ 23

ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่

สำนักข่าว The Standard และข่าวช่องวัน รายงานด้วยว่า ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้องในส่วนที่ผู้ร้องขอให้พิเชษฐ์ หยุดปฏิบัติหน้าที่  และศาลไม่รับคำร้องกรณีคำขอให้กำหนดให้ผู้ที่เกี่ยวข้องระงับการเบิกจ่ายใช้งบประมาณโครงการดังกล่าวทั้ง 3 โครงการตามงบประมาณฯ ปี 2568

ทั้งนี้ ศาลกำหนดไต่สวนพยานบุคคลในวันพฤหัสบดีที่ 24 ก.ค.นี้ เวลา 10.00 น. หากคู่กรณีประสงค์จะแถลงการณ์ปิดคดีให้ยื่นแถลงการณ์ปิดคดีเป็นหนังสือภายในวันอังคารที่ 29 ก.ค.นี้ โดยศาลนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติในวันศุกร์ที่ 1 ส.ค. 2568 เวลา 09.30 น. และนัดฟังคำวินิจฉัยเวลา 15.00 น. เป็นต้นไป ที่ห้องพิจารณาคดีชั้น 3 ศาลรัฐธรรมนูญ

ตุลาการเสียงข้างน้อย 1 คน คือ อุดม สิทธิวิรัชธรรม ด้วยเห็นว่าการกระทำฝ่าฝืนบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญตามคำร้อง เมื่อข้อเท็จจริงตามคำร้อง คำร้องเพิ่มเติม และเอกสารประกอบ ยังไม่ปรากฏว่า พิเชษฐ์มีการกระทำฝ่าฝืนบทบัญญัติดังกล่าวเป็นที่ยุติชัดเจน เป็นเพียงการบริหารราชการแผ่นดินที่เกี่ยวข้องกับกิจการของสภาผู้แทนราษฎรตามหน้าที่ของพิเชษฐ์ที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรมอบหมายเท่านั้น

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง