'ทักษิณ' ระบุไม่มีอีกแล้วใช้สัมพันธ์ส่วนตัวคุย 'ฮุนเซน' หวั่นโดนอัดเทปซ้ำรอย - ชี้เจรจาภาษีสหรัฐฯ ไม่มีเรื่อง 'ความมั่นคง-ฐานทัพเรือ' เผยข้อเสนอดีทั้ง 2 ฝ่าย ไม่รู้ลดได้เท่าไหร่ เดาใจยาก

ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางเป็นประธานในพิธีทอดผ้าป่าสามัคคี และพิธีเททองหล่อขึ้นส่วนฐานทองเหลืองรับองค์รูปหล่อหลวงพ่อคูณองค์ใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2568 ที่วัดบ้านไร่ ตำบลกุดพิมาน อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา | ที่มาภาพ: สำนักข่าวไทย
19 กรกฎาคม 2568 นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางเป็นประธานในพิธีทอดผ้าป่าสามัคคี และพิธีเททองหล่อขึ้นส่วนฐานทองเหลืองรับองค์รูปหล่อหลวงพ่อคูณองค์ใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 19 ก.ค. ที่วัดบ้านไร่ ตำบลกุดพิมาน อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมาโดยมีนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา ในฐานะประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์โครงการ พร้อมด้วย รัฐมนตรี สส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ผู้นำท้องถิ่น นักการเมือง มารอต้อนรับ และร่วมทำบุญ อาทิ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา นางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นครราชสีมา
โดยนายทักษิณ ได้เดินทางมาด้วยรถยนต์โรลส์-รอยซ์ ป้ายทะเบียน ฐฐ 267 กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีประชาชนเสื้อแดงรอต้อนรับ โดยตะโกนให้กำลังใจนายทักษิณว่า “นายกฯสู้ๆ” “นายกฯในดวงใจ” พร้อมมอบดอกกุหลาบ และพวงมาลัยดาวเรืองให้กับนายทักษิณ พร้อมกับสวมกอด และถ่ายรูปร่วมกับนายทักษิณ จากนั้นนายทักษิณ เดินขึ้นไปสักการะพระพุทธรูป และรูปหล่อหลวงพ่อคูณ ภายในพระวิหารเทพวิทยาคม ขณะที่นายทักษิณ ได้ลงมาด้านล่างพระวิหารเทพวิทยาคม โดยมีประชาชนเสื้อแดงที่รอต้อนรับส่วนหนึ่งร้องเพลงอวยพรวันเกิดล่วงหน้าให้กับนายทักษิณ ก่อนที่จะถึงวันเกิดในวันที่ 26 กรกฏาคมที่จะถึงนี้
นอกจากนี้นายทักษิณ ยังได้พบกับหลานของหลวงพ่อคูณ ซึ่งเป็นผู้พิการ ที่ได้นำภาพถ่ายของนายทักษิณกับหลวงพ่อคูณเมื่อปี 48 มามอบให้ โดยนายทักษิณก็ให้กำลังใจ จากนั้นได้มีการพานายทักษิณไปดูกุฏิของหลวงพ่อคูณ โดยได้เข้าไปวางพวงมาลัย และกราบที่นอนของหลวงพ่อคูณ รวมทั้งได้ไปชมหุ่นขี้ผึ้งของหลวงพ่อคูณ และกล่าวว่า “เหมือนมาก เหมือนท่านยังมีชีวิตอยู่” ซึ่งนายสุวัจน์ ได้ถามนายทักษิณ ว่า เริ่มนึกถึงความทรงจำในอดีตที่เคยมาวัดบ้านไร่ได้หรือยัง ผู้สื่อข่าวถามถึงความผูกพันระหว่างนายทักษิณและวัดบ้านไร่ นายทักษิณ กล่าวว่า ตนกับหลวงพ่อใกล้ชิดกัน
จากนั้นในทักษิณได้นั่งสามล้อพ่วงข้างจิตอาสาที่มีรูปนายทักษิณติดอยู่ ป้ายทะเบียน 3 กฒ 7640 นครราชสีมา ไปยังลานพิธี โดยผู้สื่อข่าวได้แซวว่า ขึ้นรถพ่วงสามล้อในรอบกี่ปี นายทักษิณ กล่าวว่า จำไม่ได้แล้ว นานมากแล้ว เคยขับแต่มอเตอร์ไซค์ พ่วงข้างไม่เคยได้ขึ้นน่าจะเป็นครั้งแรก เคยแต่นั่งสามล้อธรรมดา
จากนั้นในทักษิณได้มายัง ปรัมพิธีเพื่อเป็นประธานเททองหล่อฐานทองเหลืองรับองค์รูปหล่อ รูปเหมือนหลวงพ่อคูณ พร้อมทอดผ้าป่าสามัคคีสมทบทุนสร้างหลวงพ่อคูณองค์ในครั้งนี้ด้วย พร้อมรับมอบรูปหล่อหลวงพ่อคูณ จากนายสุวัจน์ โดยนายทักษิณ ระบุว่า วันนี้ตนดีใจ เพราะไม่ได้มาวัดบ้านไร่กว่า 20 ปีพอดี ตอนนั้นตนได้มานอนอยู่กับหลวงพ่อคูณ ก็ได้มีโอกาสสนทนาธรรมกับท่านจนดึก ก็มีความรู้สึกอย่างหนึ่งว่า ท่านเป็นคนที่มีธรรมะอยู่ในใจ จะพูดอะไรออกมา เป็นธรรมะทั้งนั้น ถ้าคนเข้าใจธรรมะก็จะเข้าใจถึงแก่นแท้ ว่าท่านมีความห่วงใย ประชาชนและบ้านเมือง และให้ธรรมะตลอดเวลา ตนได้พูดคุยกับท่านและได้ฟังหลายๆอย่างที่ท่านพูด และนำมาใช้เป็นส่วนสำคัญของชีวิต ในหลายๆเรื่อง วันนี้ตนมาทำบุญ โดยนายสุวัจน์เป็นผู้จัดงาน ตนจึงได้มา แต่มาทำบุญในภาวะซึ่ง พุทธศาสนิกชนทั้งหลาย อาจจะมีความตกอกตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในศาสนาของเรา จึงอยากจะเรียนพี่น้องชาวพุทธทั้งหลายว่า ธรรมะไม่เคยเสื่อมคลาย คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าอยู่กับพวกเราตลอดเวลา พระภิกษุสงฆ์เป็นเพียงสาวกของพระพุทธเจ้า ที่จะนำธรรมะมาสู่ประชาชน เพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจโลกและเข้าใจธรรมะเพื่อที่จะมีความหลุดพ้นจากเรื่องที่ยึดติดอยู่ทั้งหลาย แต่แน่นอนว่าทุกสังคม มีทั้งคนดีและคนไม่ดี พระ 99% ก็เป็นสาวกของพระพุทธเจ้าที่มุ่งจะเผยแพร่คำสอน มีเพียง 1-2 % อาจจะมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกับการเป็นสาวกของพระพุทธเจ้า นั้นเป็นเรื่องเฉพาะตัว ไม่อยากให้คนไทยที่นับถือศาสนาพุทธเสียใจ มันเป็นเรื่องของบุคคลแต่ธรรมะยังอยู่ สาวกของพระพุทธเจ้าบางคนอาจจะไม่มีธรรมะติดตัวมากนัก แต่ส่วนใหญ่แล้ว เขาเรียนธรรมะถึงแก่น และพร้อมที่จะเผยแพร่อย่างเช่นหลวงพ่อคูณ ตนรักและเลื่อมใสหลวงพ่อคูณตลอดเวลาที่ได้รู้จักท่าน ไม่ว่าจะได้มากราบท่านหรือไม่ ยิ่งได้มานอนสนทนาทำกับท่านรู้สึกว่าคนมีความเลื่อมใสเป็นอย่างมาก และท่านจะเป็นคนซึ่งไม่เน้นเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์ แต่เน้นเรื่องของธรรมะ ก่อนเพราะธรรมะอยู่ในใจของทุกคน ถ้าคนไหนยึดธรรมะให้อยู่ในหัวใจได้นั่นแหละคือความศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด หลุดพ้นจากทุกอย่างได้
นายทักษิณ กล่าวอีกว่าหลวงพ่อคูณเป็นตัวอย่างของพระ อาจจะไม่ได้มีการศึกษามากมายแต่มีความสำนึกซาบซึ้งในรสพระธรรม เพราะฉะนั้นตนไม่อยากให้พุทธศาสนาเสื่อม และไม่อยากให้กังวลใจเพราะพระบางวัด เริ่มเล่าให้ตนฟังว่าออกไปบิณฑบาตคนเริ่มไม่ใส่บาตร มันเป็นความตกใจชั่วคราว แต่อยากจะขอให้คนไทยทุกคนและคนที่นับถือศาสนาพุทธทุกคน ให้อภัยกับสิ่งที่เกิดขึ้น แน่นอนพระส่วนใหญ่เป็นพระที่ดี มุ่งเผยแพร่ธรรมะของพระพุทธเจ้า เราในฐานะพุทธศาสนิกชนเป็นพุทธมามกะ จะต้องจรรโลงศาสนาพุทธของเราให้เข้มแข็งต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง กับการดูแลพระภิกษุสงฆ์ ก็ได้ช่วยกันสอดส่อง เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีพระภิกษุสงฆ์ ไปทำให้พระพุทธศาสนาของเราเสื่อมถอย วันนี้มาทำบุญ ก่อนย้ำว่าอย่าเสื่อมศรัทธาและตนจะเป็นพุทธมามกะที่สนับสนุนศาสนาพุทธตนตั้งใจตั้งแต่ก่อนกลับจากประเทศไทย อธิษฐานกับตัวเองว่าจะขอเป็นคน ที่จรรโลงพระพุทธศาสนาสนับสนุนพระพุทธศาสนาของเราให้รุ่งเรืองให้เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับหัวใจของคนไทย เพื่อให้คนไทยได้ยึดหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าให้มากที่สุด วันนี้ขอบคุณประชาชนทุกคนที่ได้ร่วมกันทำบุญและพบปะกันในวันนี้
ขณะที่บริเวณ 2 ข้างทางเข้าวัดมีการติดตั้งป้ายภาพนายทักษิณ พร้อมข้อความว่า “ขอต้อนรับอย่างยิ่ง ดร.ทักษิณ ชินวัตร ประธานเททองหล่อฐานหล่อหลวงพ่อคูณองค์ใหญ่” ขอกอดจักที “นายก ทักษิณ”, แดงแท้ รักเพื่อไทย แต่หัวใจมอบให้ทักษิณ และ แดงโคราชรักทักษิณยิ่งลักษณ์ (เดี๋ยวมา) นอกจากนี้ บริเวณงานยังมีรถสามล้อพ่วงข้างให้บริการประชาชนจากจุดจอดรถ โดยบริเวณด้านข้างติดแผ่นป้ายสามล้อจิตอาสา ดร.ทักษิณ ชินวัตร
ระบุไม่มีอีกแล้วใช้สัมพันธ์ส่วนตัวคุย 'ฮุนเซน' หวั่นโดนอัดเทปซ้ำรอย
นายทักษิณ กล่าวถึงกรณีที่ทหารพรานถูกเหยียบทุ่นระเบิด ที่ช่องบก อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ที่มีกระแสข่าวว่ากว่า 80% จากการตรวจสอบเป็นระเบิดใหม่ว่า ทั้งสองฝ่ายต้องพูดคุยกัน ถ้าไม่คุยกันอยู่อย่างนี้ไม่เป็นผลดี และขณะนี้อยู่ระหว่างการวิเคราะห์ว่าเป็นระเบิดใหม่หรือเก่า ผู้สื่อข่าวจึงถามย้ำว่า แต่ล่าสุดกระแสข่าวจากภาคสองยืนยันว่ากว่า 80% เป็นระเบิดใหม่ นายทักษิณ กล่าวว่าก็ต้องว่ากันไป ก็ต้องประท้วงตามกติกา และประท้วงเสร็จก็ต้องมาคุยกันทั้งสองฝ่าย
ผู้สื่อข่าวจึงถามย้ำว่า ฝั่งกัมพูชามักเล่นนอกเกมบ่อยๆ เราต้องรับมืออย่างไร นายทักษิณ ระบุว่าก็ว่ากันไปตามสิ่งที่ควรจะเป็น ถ้าเขาทำอะไรที่นอกกติกา เราก็ต้องดำเนินการ เมื่อถามว่าถ้าพิสูจน์ได้แล้วเป็นเรื่องจริง จะร้ององค์กรโลกหรือไม่ เนื่องจากมีสนธิสัญญาออตตาวา ว่าด้วยเรื่องทุ่นระเบิด นายทักษิณ ระบุว่าที่จริงแล้ว เรามีสนธิสัญญาหลายฉบับ แต่ไม่ได้หยิบขึ้นมาใช้
เมื่อถามย้ำว่าหลังจากนี้จะไม่เจรจาโดยใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวแล้วใช่หรือไม่ นายทักษิณ ยืนยันด้วยเสียงหนักแน่นว่าไม่มีอีกแล้ว เพราะกลัวโดนอัดเทปเหมือนกัน
ระบุเจรจาภาษีสหรัฐฯ ออกมาดี ไม่มีเรื่อง 'ความมั่นคง-ฐานทัพเรือ'
นายทักษิณ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการเจรจาภาษีสหรัฐอเมริกา ว่า ออกมาในแนวทางที่คิดว่าน่าจะเป็นผลดี การเจรจาพูดคุยเขาใช้คำว่ามีการปรับปรุงข้อเสนอที่ดีมาก มีข้อท้วงติงอยู่ไม่มากนัก เมื่อถามว่าดูแล้วแนวโน้มจะสามารถลดได้เท่าประเทศเวียดนามหรือต่ำกว่า เป็นไปได้หรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า น่าจะแถวๆ เดียวกันหมด อาเซียนก็น่าจะออกมาในแถวๆ นี้
เมื่อถามว่ามีหลายหน่วยงานบอกว่าน่าจะประมาณ 18-20 เปอร์เซ็นต์ นายทักษิณ กล่าวว่า ไม่รู้ เดาใจยาก แต่ถือว่าเราทำ เราเสนอในสิ่งที่ดีทั้ง 2 ฝ่าย เป็นผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างสหรัฐอเมริกาและประเทศไทย เมื่อถามย้ำว่า ยืนยันหรือไม่ว่าไม่มีเรื่องความมั่นคงรวมถึงฐานทัพเรือ นายทักษิณ กล่าวว่า “ไม่มีครับ ไม่มี”
ที่มาเรียบเรียงจาก สำนักข่าวไทย [1] [2] [3]
