Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

'นันทนา' ลุกท้วง สว.ลงมติทั้งที่ตัวเองถูกกล่าวหาคดีฮั้วเลือก สว. ก่อน สว.เดินหน้าลงมติเห็นชอบให้ 'สราวุธ ทรงศิวิไล' เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญด้วยจำนวน 147 เสียง ส่วน 'สุธรรม เชื้อประกอบกิจ' สว.ไม่เห็นชอบ 118 เสียง 

22 ก.ค. 2568 ช่วงเช้า ที่วุฒิสภา ใรการประชุมวุฒิสภา มีวาระประชุม สว.ให้ความเห็นชอบศาสตราจารย์ ร้อยตำรวจเอก สุธรรม เชื้อประกอบกิจ และสราวุธ ทรงศิวิไล ที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่งทำหน้าแทนประธาน หลังจากให้ พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา ประธานกรรมาธิการตรวจสอบประวัติ ร.ต.อ.สุธรรม และสราวุธ ชี้แจงรายงานส่วนเปิดเผยแก้วุฒิสภา จากนั้นได้เปิดให้สมาชิกรวมอภิปราย

นันทนา นันทวโรภาส สว. กล่าวถึงปัญหาที่ สว.ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีความเกี่ยวข้องกับคดีฮั้วเลือก สว. เข้ามาทำหน้าที่เลือกผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระอย่างคณะกรรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ทั้งที่เมื่อ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา คณะอนุกรรมการร่วมของ กกต. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) สรุปสำนวนผู้ถูกกล่าวหาในคดีฮั้ว สว. ที่มี สว.รวมอยู่ด้วย 138 ราย เกือบ 3ใน 4 ของสภาและจะส่งฟ้องไปที่ กกต.ซึ่งเป็นการขัดกันกับคดีที่ สว.เองเพิ่งถูกกล่าวหาหาก กกต.จะพิจารณาคดีออกมาแล้วเป็นคุณกับ สว.ที่เลือกเข้ามา และประชาชนจะรู้สึกอย่างไร กระบวนการยุติธรรมในประเทศนี้จะเป็นอย่างไร และองค์กรอิสระจะยังเป็นที่เชื่อมั่นของประชาชนได้อีกหรือไม่

นันทนากล่าวต่อว่า นอกจาก กกต. แล้ว สว.เองก็มีเรื่องร้องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญด้วยว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและรองนายกรัฐมนตรีผิดจริยธรรมร้ายแรงจากการเข้ามาก้าวก่ายแทรกแซงคดีฮั้ว สว.และได้ขอให้ศาลสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ด้วย แต่ สว.ที่ถูกกล่าวหากำลังจะใช้ตำแหน่ง สว.ในการลงมติรับรองตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอีกด้วยกลับไม่หยุดปฏิบัติหน้าที่

หลังจากนั้นนันทนาถูก สว.หลายคนประท้วงว่าเป็นการอภิปรายซ้ำในเรื่องที่เคยมีการลงมติไปแล้วและรองประธานให้หยุดอภิปรายรวมถึงปิดไมค์ของนันทนา แต่นันทนายืนยันว่าไม่ได้อภิปรายซ้ำเพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้ที่จะลงมติรับรองและผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อ และเห็นว่าการที่เธอถูกสั่งไม่ให้อภิปรายเป็นการปิดหูปิดตาประชาชนที่ควรจะได้รับรู้ถึงเรื่องเหล่านี้

จากนั้นพล.อ.เกรียงไกร ได้เปิดให้ สว.ที่ลงชื่อขออภิปรายไว้ได้อภิปรายต่อ โดยมีอีกเพียง 4 คนคือวุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ สิทธิกร ธงยศ และอัจฉรพรรณ หอมรส ที่กล่าวขอให้สมาชิกลงมติโดยถี่ถ้วน ส่วนเทวฤทธิ์ มณีฉาย กล่าวย้ำถึงประเด็นเรื่องการขัดกันแห่งผลประโยชน์ที่ สว.จะเป็นผู้ลงมติเลือก กกต.และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเช่นนี้

หลังอภิปราย บุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภาคนที่สองทำหน้าที่แทนประธานดำเนินการเปิดให้ลงมติผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 2 คนต่อ โดยผลการลงมติมีดังนี้

  • ร.ต.อ.สุธรรม เชื้อประกอบกิจ มีผู้แสดงตัวลงมติ 189 คน เห็นชอบ 39 คน ไม่เห็นชอบ 118 คน งดออกเสียง 30 คน ไม่ลงคะแนน 2 คน
  • สราวุธ ทรงศิวิไล มีผู้แสดงตัวลงมติ 189 คน เห็นชอบ 143 คน ไม่เห็นชอบ 17 คน งดออกเสียง 27 คน ไม่ลงคะแนน 2 คน

หลังจากนั้นที่ประชุมดำเนินการประชุมเพื่อลงมติผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็น กกต.ต่อคือ ณรงค์ กลั่นวารินทร์ โดยให้เป็นการประชุมลับ

หลังการประชุม บุญส่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมต่อและเปิดให้ สว.ลงมติโดยมีผลลงมติว่า ณรงค์ มีผู้แสดงตัวลงมติ 187 คน เห็นชอบ 165 คน ไม่เห็นชอบ 1 คน งดออกเสียง 20 คน ไม่ลงคะแนน 1 คน

สราวุธ ทรงศิวิไล อดีตอธิบดีกรมทางหลวง ดำรงตำแหน่งในช่วงปี 2562-2567 ได้รับการเสนอชื่อคัดเลือกเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมาแทนตำแหน่งของผู้ที่รับหรือเคยรับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีหรือหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่า หรือตำแหน่งไม่ต่ำกว่ารองอัยการสูงสุดมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี ซึ่งเดิมเป็นตำแหน่งของ ปัญญา อุดชาชน ที่หมดวาระไป 

ทั้งนี้กว่าสราวุธจะได้รับเสียงลงมติให้เป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อมาจากคณะกรรมการสรรหาที่มีชนากานต์ ธีรเวลพลกุล ประธานศาลฎีกาเป็นประธานคณะกรรมการสรรหาต้องมีการลงมติถึง 3 ครั้ง จนในครั้งสุดท้ายสราวุธจึงได้คะแนนถึง 2 ใน 3 ของกรรมการทั้งหมดคือ 6 : 1 เสียงโดยงดออกเสียง  1 เสียง

ส่วนณรงค์ กลั่นวารินทร์ เป็นอดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกามาก่อนที่จะได้รับการเสนอชื่อเข้ามาเป็น กกต.

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง