Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

เผยจากการร่วมมือระหว่างจีนและไทย นำสู่การส่งตัว "โจว จิ้งหัว" ผู้ต้องสงสัยกระทำความผิดฐานทุจริตที่ทางการจีนต้องการตัวมากสุดรายสุดท้าย หนีมาไทยแต่งงานกับคนไทยตั้งแต่ปี 2530 แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น "เมธาวรินทร์" ส่งกลับจีน เมื่อ ก.ค. ที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 25 ก.ค. 2568 เพจ China Xinhua News รายงานว่า ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและตุลาการของจีนกับไทยนำสู่การส่งตัว "โจวจิ้งหัว" ผู้ต้องสงสัยกระทำความผิดฐานทุจริต กลับสู่จีนเมื่อไม่นานนี้ โดยโจวนั้นมีชื่ออยู่ในบัญชีหมายแดงขององค์การตำรวจสากล (Interpol) ตั้งแต่ปี 2012

โจวเป็นหนึ่งใน 100 ผู้ต้องสงสัยกระทำความผิดฐานทุจริตที่หลบหนีการจับกุม ซึ่งติดหมายแดงขององค์การตำรวจสากลตามคำร้องของจีน และผู้ต้องสงสัยรายที่ 63 ที่ถูกจับกุมนับตั้งแต่จีนดำเนินปฏิบัติการสกายเน็ต (Sky Net) เพื่อแกะรอยผู้ต้องสงสัยกระทำความผิดที่หลบหนีไปต่างประเทศ

อนึ่ง การส่งตัวโจวกลับสู่จีนในเดือนกรกฎาคมเกิดขึ้นจากการประสานงานของสำนักงานส่งตัวผู้หลบหนีและกู้คืนสินทรัพย์ สังกัดกลุ่มประสานงานปราบปรามการทุจริตส่วนกลางของจีน

สำนักงานฯ ระบุว่าการส่งตัวโจวกลับสู่จีนครั้งนี้ ทำให้มีการนำตัวผู้ต้องสงสัยกระทำความผิดที่หลบหนีอยู่ในกลุ่มประเทศเอเชียกลับสู่จีนครบ 100 ราย ซึ่งสะท้อนความแน่วแน่และเด็ดขาดของจีนในการปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนและเกียรติภูมิของกฎหมาย

นอกจากนั้นสำนักงานฯ แสดงความมุ่งมั่นจะยกระดับความร่วมมือปราบปรามการทุจริตระหว่างประเทศรวมถึงมาตรการแกะรอยผู้หลบหนีความผิดทั้งหมดที่ยังคงลอยนวลอย่างไม่โอนอ่อนผ่อนปรนด้วย

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2568 กรมราชทัณฑ์  เผยแพร่เอกสาร การส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน ตามคำร้องขอทางการจีน หลังหนีคดียักยอกทรัพย์สินของรัฐฯ โดยระบุว่า จากกรณีนางโจว จิงหัวหรือจิ้งหัว (Zhou Jinghua) หรือโจว ฉานหลิง (Zhou Chanling) ผู้ต้องหาความผิดฐานยักยอกทรัพย์สินของรัฐโดยใช้ตำแหน่งหน้าที่ของตน อันเป็นความผิดกฎหมายอาญาแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นบุคคลที่ทางการสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้ส่งคำร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนมายังทางการราชอาณาจักรไทยเมื่อปี พ.ศ.2566 ซึ่งทัณฑสถานหญิงกลางได้รับตัวอยู่ในความควบคุมตั้งแต่เมื่อวันที่ 26 ต.ค. 2566

กรมราชทัณฑ์ ได้รับรายงานจากทัณฑสถานหญิงกลางว่า เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2568 ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น โดยให้ส่งตัว นางโจว จิงหัว หรือจิ้งหัว (Zhou Jinghua) หรือโจว ฉานหลิง (Zhou Chanling) บุคคลสัญชาติจีน เป็นผู้ร้ายข้ามแดนไปดำเนินคดีที่สาธารณรัฐประชาชนจีน ในความผิดฐานยักยอกทรัพย์สินของรัฐโดยใช้ตำแหน่งหน้าที่ของตนฯ ภายใน 90 วันนับตั้งแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด

ปัจจุบันคดีถึงที่สุดแล้ว กรมราชทัณฑ์ ได้รับการประสานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอรับตัวนางโจว จิงหัว ผู้ร้ายข้ามแดน ไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนในวันที่ 18 ก.ค.2568 โดยการดำเนินการส่งมอบตัวเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบและเงื่อนไขอย่างเคร่งครัด

คดีนี้นับเป็นคดีที่ทางการสาธารณรัฐประชาชนจีนให้ความสำคัญและติดตามมาโดยตลอด ซึ่งกรมราชทัณฑ์ได้ดำเนินการควบคุมตามกฎหมายราชทัณฑ์และที่เกี่ยวข้อง และถือปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ.2551 ประกอบสนธิสัญญาระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ค.ศ.1993 (พ.ศ.2536)

โดยมอบหมายให้ผู้แทนกรมราชทัณฑ์ ส่งมอบตัวนางโจว จิงหัว หรือจิ้งหัว (Zhou Jinghua) หรือโจว ฉานหลิง (Zhou Chanling) แก่พนักงานอัยการ สำนักงานต่างประเทศ สำนักงานอัยการสูงสุด และผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 18 ก.ค.2568

หนีมาไทยมากกว่า 30 ปี

Thai PBS  ให้ข้อมูลว่า "โจว จิ้งหัว" (Zhou Jinghua) ผู้ต้องหาคดียักยอกทรัพย์สินของรัฐจีน สามารถหลบหนีเข้ามาในไทยและปลอมตัวเป็นคนไทยชื่อ "เมธาวรินทร์" ได้นานถึง 31 ปี ก่อนจะถูกจับและส่งตัวกลับจีนเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ตามการสอบสวน พบว่า "โจว จิ้งหัว" ได้ใช้ชื่อปลอมหลายชื่อ ได้แก่ "โจว ฉานหลิง" (Zhou Chanling), "ฉวู ฉานหลิง" (Xu Chanling) และ "ชานลิน ซู" เพื่อปลอมแปลงเอกสารและหนังสือเดินทางจีนเลขที่ 783921 เข้ามาในไทยโดยไม่ใช้ชื่อจริง

สิ่งที่น่าสนใจคือ ก่อนหนีคดีมาไทย "โจว จิ้งหัว" ได้แต่งงานตามประเพณีจีนกับ "ฉวู จินหง" (Xu Jinhong) ตั้งแต่ปี 2530 และมีบุตรด้วยกัน 3 คน ซึ่งการสมรสนี้ยังคงมีผลตามกฎหมายจีนจนถึงปัจจุบัน
แผนการสมรสปลอมเพื่อขอสัญชาติ

ปี 2531 "โจว จิ้งหัว" ใช้ชื่อปลอม "ฉวู ฉานหลิง" จดทะเบียนสมรสกับ "เริงศักดิ์ แซ่เตีย" ชายไทย ที่สำนักทะเบียนท้องถิ่นเขตบางรัก กรุงเทพฯ พร้อมกันนั้นยังแจ้งเกิดบุตรทั้ง 3 คน (ที่เป็นลูกกับสามีคนแรกในจีน) โดยระบุชื่อ "เริงศักดิ์" เป็นบิดา และออกสูติบัตรที่สำนักทะเบียนท้องถิ่นเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย

ด้วยการสมรสนี้ "โจว จิ้งหัว" ได้รับอนุญาตให้ถือสัญชาติไทยตามสามีในปี 2535 ตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508

ปี 2566 ทางการจีนติดตามพบว่า "โจว จิ้งหัว" หลบหนีมาอาศัยในไทย จึงประสานผ่านกระทรวงการต่างประเทศไปยัง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้น

หลังตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว พบว่าการสมรสของ "เมธาวรินทร์" กับ "เริงศักดิ์" เป็นไปโดยปกปิดข้อเท็จจริงและแสดงข้อความเท็จ ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 16 วรรคหนึ่ง (1) แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ

รัฐมนตรีมหาดไทยจึงใช้อำนาจตามมาตรา 16 วรรคสอง สั่งถอนสัญชาติไทยของ "เมธาวรินทร์" เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2566 และประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2566

อัยการสูงสุดผู้ประสานงานกลางอนุมัติให้ความช่วยเหลือตามคำร้องขอของจีน โดยมอบหมายให้พนักงานอัยการสำนักงานต่างประเทศประสานกับกระทรวงการต่างประเทศและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัว "โจว จิ้งหัว" ได้เมื่อเดือนตุลาคม 2566 และยื่นฟ้องต่อศาลอาญาเพื่อขอคำสั่งส่งตัวข้ามแดน และต่อมาวันที่ 30 เมษายน 2567 ศาลอาญามีคำสั่งให้ขังผู้ถูกร้องขอไว้เพื่อส่งตัวข้ามแดน แม้ผู้ถูกร้องขอจะยื่นอุทธรณ์ แต่ศาลอุทธรณ์ยืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง