เผยเมื่อช่วงปลายเดือน ก.ค. 68 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้จัด “ประชุมรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการกำหนดพื้นที่เป็นอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโปแยกเป็นรายหมู่บ้าน” แต่ชาวบ้านในพื้นที่ระบุว่าพวกตนไม่ทราบมาก่อนว่าการประชุมครั้งนี้จะเป็นการจัดรับฟังความคิดเห็นในการจัดตั้งอุทยานฯ
3 สิงหาคม 2568 ประชาไทได้รับแจ้งว่า ตามที่ทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้จัด “ประชุมรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการกำหนดพื้นที่เป็นอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโปแยกเป็นรายหมู่บ้าน” ใน ต.เฉลิม อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา ชาวบ้านในพื้นที่เล่าว่า พวกตนไม่ทราบมาก่อนว่าการประชุมครั้งนี้จะเป็นการจัดรับฟังความคิดเห็นในการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป อันเป็นขั้นตอนที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 สำหรับการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติ
ชาวบ้านได้รับแจ้งล่วงหน้าเพียง 1 วันว่าทางหัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป (เตรียมการ) ขอนัดประชุมที่มัสยิด และชาวบ้านต่างไม่ทราบว่าเป็นการประชุมในเรื่องใด
เมื่อชาวบ้านมาถึงที่ประชุม จึงทราบจากป้ายไวนิลที่ติดไว้หน้าห้องว่า นี่เป็นการประชุมรับฟังความคิดเห็นในการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป โดยเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ได้ให้ชาวบ้านที่มาประชุมลงชื่อ แต่มีชาวบ้านบางคนไม่ยอมลงชื่อเพราะกังวลว่าจะถูกเอาชื่อไปแอบอ้าง
เมื่อเริ่มประชุม เจ้าหน้าที่อุทยานฯ พยายามให้ชาวบ้านตอบว่า เห็นด้วยหรือไม่กับการประกาศจัดตั้งอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป แต่มีชาวบ้านหลายคนค้านว่า การจัดทำแนวเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโปยังไม่เสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่จึงยังไม่ควรมาจัดรับฟังความคิดเห็นแบบนี้
ขณะที่เจ้าหน้าที่ก็อ้างว่า ได้จัดรับฟังความคิดเห็นไปแล้วกับทาง ต.ลาโล๊ะ อ.รือเสาะ และ ต.ดุซงญอ อ.จะแนะ และชาวบ้านของทั้งสองตำบลก็เห็นชอบกับการจัดตั้งอุทยานฯ เรียบร้อยแล้ว
เป็นที่น่าสังเกตว่า เจ้าหน้าที่ได้นำเอาแผนผังแปลงที่ดินทำกินของชาวบ้าน ที่ทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการสำรวจไปแล้วมาแสดงบนจอหน้ากระดาน (ซึ่งที่ผ่านมาชาวบ้านไม่เห็นด้วยการเดินสำรวจแปลงที่ดินทำกินในลักษณะนี้ เพราะไม่ใช่วิธีการในการกำหนดแนวเขตอุทยานฯ ร่วมกันกับชุมชนอย่างเสมอหน้า) โดยเจ้าหน้าที่ไม่ได้แสดงแผนที่ให้ชาวบ้านเห็นเลยว่า เส้นแนวเขตอุทยานฯ ที่เจ้าหน้าที่อ้างว่าปรับแก้ใหม่แล้วนั้นอยู่ตรงไหน
นี่ยังไม่นับรวมว่าเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ยังไม่ได้มีการทำเครื่องหมายแสดงสัญลักษณ์แนวเขตอุทยานฯ ให้ชาวบ้านเห็นบนภูมิประเทศจริง (บนผืนดิน) ก่อนการจัดรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้
เท่ากับว่า เจ้าหน้าที่จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นในการกำหนดพื้นที่เป็นอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป โดยที่ชาวบ้านผู้มีส่วนได้ส่วนเสียไม่ทราบเลยว่าเส้นแนวเขตอุทยานอยู่ตรงไหน
ที่ผ่านมาแม้ชาวบ้านจะไม่ต้องการจะเข้าการสำรวจแปลงที่ดินทำกินโดยเจ้าหน้าที่อุทยานฯ แต่ก็จำต้องเข้าร่วมเพราะถูกขู่ว่าหากใครไม่เข้าร่วม ที่ดินจะไม่ถูกกันออกจากการกำหนดเป็นอุทยานฯ ให้
อีกทั้งการสำรวจนี้ยังมีข้อกังขาหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น การที่แบบฟอร์มการสำรวจที่ใช้ในแต่พื้นที่มีเนื้อหาต่างกันหลายเวอร์ชั่น ดูไม่มีความน่าเชื่อถือ อีกทั้งเจ้าหน้าที่ที่ลงชื่อในแบบสำรวจก็เป็นเพียงลูกจ้างไม่ใช่ข้าราชการประจำที่มีอำนาจหน้าที่ที่จะสามารถรับผิดชอบได้หากที่ดินของชาวบ้านต้องกลายเป็นอุทยานฯ
อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ยอมรับว่า ผลการสำรวจต้องส่งต่อไปยังหน่วยเหนือ และไม่รู้ว่าทางหน่วยเหนือจะกันที่ชาวบ้านออกจากการเป็นอุทยานฯ ให้หรือไม่ (ซึ่งต่างจากตอนแจ้งชาวบ้านให้เข้าร่วมการสำรวจ ที่เจ้าหน้าที่สัญญาว่าหากเข้าร่วม ก็จะกันที่ดินของทุกรายออกจากการเป็นอุทยานฯ)
ต่อมาชาวบ้านในที่ประชุมสรุปกันว่า ขอให้ทางเจ้าหน้าที่เลื่อนการรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ออกไปก่อน อย่างไรก็ดี ทางเจ้าหน้าที่พยายามให้ชาวบ้านยกมือลงมติว่าจะเลื่อนการรับฟังความคิดเห็นออกไปหรือไม่ เมื่อชาวบ้านยกมือเพื่อบอกว่าเลื่อน เจ้าหน้าที่ได้ถ่ายรูปชาวบ้านขณะยกมือ ชาวบ้านจึงขอให้เจ้าหน้าที่ลบรูปที่ถ่ายออกเสีย เพราะเกรงว่าเจ้าหน้าที่จะนำเอารูปนั้นไปอ้างว่าชาวบ้านเห็นด้วยกับการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป
