Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

วิกฤตการความอดอยากหิวในฉนวนกาซาตอนนี้เข้าขั้นหายนะ เนื่องจากกาซาถูกปิดล้อมโดยกองทัพอิสราเอล มีประชากรเกือบ 2 ล้านคนที่ถูกตัดขาดจากความช่วยเหลือ และมีเด็กที่ตายจากการขาดอาหารร้อยละ 80 ของผู้เสียชีวิตจากภาวะอดอยากทั้งหมด ประชาชน 1 ใน 3 ไม่ได้กินอาหารเป็นเวลาหลายวัน เรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะประชาชนหลายคนเริ่มสิ้นหวังในการพยายามเข้าถึงแหล่งแจกจ่ายอาหารที่มีการลอบยิงประชาชนที่ไปรับอาหาร 

 

ในฉนวนกาซาที่ถูกปิดล้อมโดยกองทัพอิสราเอลอยู่ตอนนี้ มีประชากรเกือบ 2 ล้านคนที่ถูกตัดขาดจากความช่วยเหลือ สหประชาชาติและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในกาซาระบุว่ามีผู้คนล้มตายหลายร้อยรายในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะจากภาวะขาดสารอาหาร หรือเสียชีวิตจากการพยายามเข้าถึงจุดแจกจ่ายความช่วยเหลือ จนนับได้ว่าเป็นจุดที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่ที่เริ่มมีความขัดแย้งเกิดขึ้นครั้งล่าสุดในเดือน ตุลาคม 2566

นานาชาติได้เรียกร้องมากขึ้นเรื่อยๆ ให้อิสราเอลยกเลิกการปิดกั้นการแจกจ่ายความช่วยเหลือ มีผู้เชี่ยวชาญบางคนมองว่าวิธีการของอิสราเอลนั้นเป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมนานาชาติ ก่อนหน้านี้เคยมีผู้แจกจ่ายความช่วยเหลือหลายกลุ่มทั้งจากอิสราเอล ปาเลสไตน์ องค์การนานาชาติอย่างยูเอ็น แต่ตอนนี้ถูกจำกัดให้เหลือแค่กลุ่มจากสหรัฐฯ เพียงกลุ่มเดียวที่ถูกตรวจตราอย่างใกล้ชิดจากอิสราเอล

เพื่อเป็นการตอบสนองต่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากทั่วโลก กองทัพอิสราเอลได้ประกาศเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ที่ผ่านมาว่า จะมีการยุติปฏิบัติการ "ทางเชิงยุทธศาสตร์" บางพื้นที่ของกาซา เพื่อเปิดทางให้กับระเบียงมนุษยธรรม เป็นโอกาสให้ยูเอ็นและรถขนส่งความช่วยเหลือเข้าไปที่พื้นที่ปิดล้อมได้

ทั้งนี้ การที่อิสราเอลปิดกั้นสื่อไม่ให้เข้าไปทำข่าวจึงทำให้เป็นเรื่องยากที่จะสามารถมองเห็นสถานการณ์ได้อย่างชัดเจน  และอาจจะทำให้มีข้อมูลที่ผิดออกมา แต่ทางการอิสราเอลก็กล่าวปกป้ององค์กรให้ความช่วยเหลือของสหรัฐฯ ที่ได้รับการหนุนหลังจากอิสราเอล คือองค์กรแสวงหาผลกำไรชื่อ GHF อิสราเอลอ้างว่าที่ใช้ช่องทางนี้เพราะกลัวว่ากลุ่มติดอาวุธฮามาสจะเข้ามายึดสิ่งของช่วยเหลือ แล้วเอาไปขายต่อเป็นเงินทุนให้ตัวเอง

แต่สภาพที่เกิดขึ้นนั้น ยูเอ็นบอกว่า ทั้งชาวปาเลสไตน์ นักข่าว หมอ และคณะทำงานช่วยเหลือในพื้นที่ ต่างก็หมดเรี่ยวหมดแรงเพราะความหิวโหย เนื่องจากพวกเขาเข้าถึงอาหารได้น้อยมาก แล้วก็มีรายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตจากการขาดแคลนอาหารเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

เกิดอะไรขึ้นในกาซา ทำความอดอยากหิวโหยถึงร้ายแรงขนาดนี้?

สถานการณ์ความอดอยากในกาซาเป็นสิ่งที่สื่อบางแห่งเรียกว่า "หายนะที่มาจากน้ำมือของมนุษย์" โดยในสงครามกาซารอบล่าสุด อิสราเอลได้โจมตีทางอากาศและปิดกั้นไม่ให้ความช่วยเหลือเข้าถึงพลเรือนในกาซา การโจมตีทางอากาศนั้นได้ทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านอาหาร เช่น ร้านขนมปัง, โรงโม่แป้ง และร้านค้าอาหาร นอกจากอาหารแล้วการปิดกั้นความช่วยเหลือยังเป็นเหตุให้ผู้คนในกาซากำลังขาดแคลนปัจจัยดำรงชีพขั้นพื้นฐานอื่นๆ ด้วย

มีองค์กรในปาเลสไตน์และองค์กรให้ความช่วยเหลือจากนานาชาติชี้ให้เห็นวิกฤตในเรื่องนี้ โดยเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขของปาเลสไตน์ได้บันทึกภาพผู้คน 10 คน ที่เสียชีวิตจากการขาดอาหารในช่วง 24 ชั่วโมงก่อนหน้านี้ ทำให้มีตัวเลขผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 43 รายในรอบ 5 วัน

ในขณะที่องค์การอนามัยโลก WHO ระบุว่าในปี 2568 มีผู้เสียชีวิตเพราะขาดสารอาหารแล้ว74 ราย ในเดือน กรกฎาคมเดือนเดียวมีถึง 63 ราย นอกจากนี้ยังมีเด็กที่ตกเป็นเหยื่อของภาวะขาดสารอาหารจนเสียชีวิตด้วย โดยนับตั้งแต่เดือน มีนาคม เป็นต้นมาจนถึงตอนนี้มาเด็กมากกว่า 50 รายแล้วที่เสียชีวิตจากภาวะขาดสารอาหาร และในจำนวนนี้มี 24 ราย ที่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ในคำแถลงข่าวของ WHO ระบุว่า "วิกฤตนี้เป็นวิกฤตที่ควรจะป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น" ตั้งแต่แรก แต่เป็นเพราะการปิดกั้นความช่วยเหลือถึงทำให้เกิดวิกฤตนี้ขึ้นมา

องค์กรด้านปาเลสไตน์ของยูเอ็น UNRWA เคยเปิดเผยว่ามีเด็ก 1 ล้านคนในกาซาที่นับเป็นครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งหมดกำลังเสี่ยงต่อภาวะอดอยากหิวโหย

ทั้งนี้ยังมีรายงานจากยูเอ็นเมื่อปลายเดือน กรกฎาคม ที่ผ่านมา เตือนว่าสิ่งยังชีพที่เหลืออยู่แหล่งสุดท้ายในกาซา "กำลังล่มสลาย" มีประชาชนชาวปาเลสไตน์มากกว่า 1,000 รายที่เสียชีวิตในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาจากการพยายามเข้าถึงแหล่งอาหาร

เรื่องนี้มีทั้งนักวิเคราะห์และกลุ่มให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมต่างก็มองว่า มาจากการที่กองทัพอิสราเอลจงใจใช้วิธีสกัดกั้นไม่ให้ชาวปาเลสไตน์เข้าถึงสิ่งยังชีพต่างๆ รวมถึงอาหาร ไม่ว่าจะโดยการปิดกั้นการขนส่งลำเลียง ปิดกั้นองค์กรที่จะเข้าไปช่วยเหลือ หรือกระทั่งใช้องค์กรที่ตัวเองสนับสนุนมาเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือ แต่มีการใช้ทหารยิงใส่ผู้ที่จะไปเข้ารับความช่วยเหลือ

สภาเสี้ยววงเดือนแดงของปาเลสไตน์ ซึ่งเป็นองค์กรให้ความช่วยเหลือทางการแพทย์และมนุษยธรรมเปิดเผยว่า กองทัพอิสราเอลจงใจ "เล็งเป้าหมายโจมตีพลเรือน" กล่าวหาว่าอิสราเอลได้ยิงใส่ชาวปาเลสไตน์ที่พยายามเข้าถึงความช่วยเหลือทางตอนเหนือของกาซา แต่ทางการอิสราเอลได้ปฏิเสธข้อกล่าวหานี้

เดวิด เจ เชฟเฟอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายนานาชาติของ Council of Foreign Relation - CFR กล่าวว่าเรื่องนี้ทำให้อิสราเอลเสี่ยงที่จะเผชิญกับข้อกล่าวหาเรื่องอาชญากรรมสงคราม โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากประชาคมโลกพบว่ามีการปิดกั้นความช่วยเหลือหรือทำร้ายพลเรือนที่พยายามเข้าถึงความช่วยเหลือเหล่านี้ แล้วการกระทำของอิสราเอลกลายเป็นสิ่งที่ทำให้พลเรือนปาเลสไตน์ประสบภาวะอดอยาก

มีกลุ่มให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมมากกว่า 100 กลุ่มที่ปฏิบัติงานในกาซา เตือนเรื่องการกระทำของอิสราเอลว่าจะก่อวิกฤตความอดอยาก องค์กรที่พูดถึงเรื่องนี้อาทิเช่น องค์กรแพทย์ไร้พรมแดน, องค์กร CARE อินเตอร์เนชั่นแนล ที่เป็นองค์กรเรื่องความอดอยากและความยากจน รวมถึง โครงการอาหารโลกของยูเอ็น ที่ระบุว่า "มีคน 1 ใน 3 (ในกาซา) ที่ไม่ได้กินอะไรเลยมาเป็นเวลาหลายวัน"

แม้กระทั่งสื่ออย่างสำนักข่าว AFP ก็มีผู้สื่อข่าวในพื้นที่เสียชีวิตเพราะอดตาย สหภาพนักข่าว AFP แถลงว่า "นับตั้งแต่ที่ AFP ก่อตั้งขึ้นในปี 2487 พวกเราสูญเสียนักข่าวในความขัดแย้ง บ้างก็ได้รับบาดเจ็บ บ้างก็ถูกจับกุม แต่พวกเราไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้เห็นเพื่อนร่วมงานเสียชีวิตเพราะอดตาย"

ในช่วงหลังจากที่มีสงครามอิสราเอลกับฮามาสปี 2566 เป็นต้นมา กลุ่มให้ความช่วยเหลือก็เข้าถึงผู้คนในพื้นที่สงครามได้ไม่ค่อยปะติดปะต่อ สตีเวน คุก นักวิจัยอาวุโสด้านตะวันออกกลางของ CFR เปิดเผยว่าเรื่องการพยายามติดตามว่าความช่วยเหลือไปถึงไหนแล้วก็เป็นเรื่องยาก เพราะข้อมูลที่มาจากในพื้นที่ก็ยากที่จะแจกแจงและมักจะเป็นข้อมูลที่ผิดไปจากข้อเท็จจริง มีความซับซ้อนเกิดขึ้นในพื้นที่มากกว่าที่สื่อรายงาน

แต่พอถึงเดือน มีนาคม ที่ผ่านมา อิสราเอลก็หยุดไม่ให้มีการส่งความช่วยเหลือไปที่กาซาโดยสิ้นเชิง โดยอ้างว่ากลุ่มฮามาสคอยรับเอาความช่วยเหลือเหล่านี้ไปเอง ซึ่งกลุ่มฮามาสปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ

หลังจากที่แบนความช่วยเหลือเป็นเวลา 11 สัปดาห์ อิสราเอลก็เริ่มอนุญาตให้ GHF ซึ่งเป็นกลุ่มให้ความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ ที่อิสราเอลสนับสนุนเข้าไปปฏิบัติการในพื้นที่แทน แต่ก็ความช่วยเหลือของ GHF ที่ให้กับชาวกาซาก็มีจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับกลุ่มอื่นๆ อีกทั้งยังมีกรณีที่พลเรือนถูกยิงขณะไปรับของช่วยเหลือจาก GHF ด้วย

ทั้งอิสราเอลและฮามาส มีส่วนในความทุกข์ยากนี้

คุก มองว่า รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ มีความไม่เชื่อใจในสหประชาชาติ ทำให้พวกเขาเน้นใช้ GHF ที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับหน่วยงานนานาชาติ แต่เป็นองค์กรที่เกี่ยวข้องกับพันธมิตรของพวกเขาโดยตรงคืออิสราเอล

คุก วิเคราะห์อีกว่าทั้งฮามาสและอิสราเอลต่างก็เป็นผู้กระตุ้นเร้าให้เกิดความโกลาหลในกระบวนการให้ความช่วยเหลือ กลุ่มฮามาสยุยงให้เกิดความรุนแรงที่แหล่งให้ความช่วยเหลือเพื่อสร้างสถานการณ์ความโกลาหล เพราะรู้ว่าจะมีการประณามอิสราเอลในเรื่องนี้ ส่วนอิสราเอลก็มีแรงจูงใจในการจำกัดความช่วยเหลือทั้งเพื่อไม่ให้มันตกถือมือฮามาสและใช้มันเป็นเครื่องมือในการควบคุมทางการเมืองเพื่อ "ทำลายขวัญกำลังใจของประชากร" ปาเลสไตน์ไปด้วย

ขณะเดียวกันระบบการให้ความช่วยเหลือที่มีอุปสรรคทางราชการก็ทำให้การส่งความช่วยเหลือยากลำบากและเสี่ยงต่อการฉวยโอกาสจากกลุ่มฮามาส ทำให้มีกลุ่มเฝ้าระวังเรื่องมนุษยธรรมเรียกร้องให้มีการลดอุปสรรคด้านการส่งความช่วยเหลือโดยทันที

ยูเอ็นเรียกร้องนานาชาติช่วยกดดันอิสราเอลเพื่อยุติสงครามในกาซา

ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติได้เรียกร้องอย่างหนักแน่นให้อิสราเอลยุติการยึดครองพื้นที่อย่างผิดกฎหมายและยุติการกระทำที่สร้างหายนะต่อกาซา

โฟลเกอร์ เติร์ก ประกาศเตือนในแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลประเทศต่างๆ ออกมาตรการในการกดดันอิสราเอลเพื่อยุติการเข่นฆ่าในกาซาและหันกลับมาใช้ 'แนวทางสองรัฐ' ในการยุติความขัดแย้งอิสราเอล-ปาเลสไตน์ เติร์กบอกอีกว่า "ประเทศใดที่ไม่มีการใช้อำนาจต่อรองของตัวเองอาจจะกลายเป็นผู้ที่มีส่วนร่วมในอาชญากรรมนานาชาติ"

เติร์กกล่าวว่ากาซานั้นเป็น "ดินแดนหายนะที่มีแต่การสังหารและการทำลายล้างอย่างสิ้นซาก" มีเด็กอดตาย มีครอบครัวถูกเข่นฆ่าจากการไปหาอาหาร ระบบการแจกจ่ายความช่วยเหลือที่ถูกครอบงำโดยการทหารซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ และอิสราเอล แบบที่ไม่สามารถตอบสนองต่อความระดับอดอยากของประชากรได้ นอกจากนี้ยังมีคณะทำงานยูเอ็นส่วนหนึ่งที่เสียชีวิตในกาซาด้วย

"พวกเราจะไม่มีวันลืมว่ามีเพื่อนร่วมงานของเรามากกว่า 300 รายที่ถูกสังหาร" เติร์กกล่าว

นอกจากนี้ในพื้นที่ยึดครองเวสต์แบงค์ก็ยังคงมีความรุนแรงจากองทัพอิสราเอลและกลุ่มผู้ตั้งรกรากอย่างต่อเนื่อง มีบ้านเรือนถูกทำลายและผู้คนถูกตัดขาดจากแหล่งน้ำ

เติร์กกล่าวย้ำว่าเขาประณามความรุนแรงจากฝ่ายฮามาสเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2566 แต่ก็เน้นย้ำว่าสิ่งที่อิสราเอลกระทำเพื่อโต้ตอบนั้นเป็นการโต้ตอบในระดับที่เกินขอบเขตมาก สร้างความทุกข์ยากต่อพลเรือนปาเลสไตน์ในระดับที่ไม่สามารถให้ความชอบธรรมได้ จึงได้มีการเรียกร้องให้มีการหยุดยิงอย่างถาวรโดยทันที มีการปล่อยตัววตัวประกันและเชลย รวมถึงมีการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในแบบที่เข้าถึงได้

นักวิเคราะห์ เชฟเฟอร์ กล่าวว่า ในช่วงที่ยังไม่มีการหยุดยิงนั้น ก็ยังคงมีกฎการปะทะซึ่งระบุให้กองทัพแต่ละฝ่ายต้องทำตามอยู่ นั้นคือการ "ให้ความสำคัญกับชีวิตของพลเรือนผู้บริสุทธิ์ที่กำลังแสวงหาความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมภายใต้สภาพเข้าตาจนในช่วงเวลาของสงครามซึ่งเป็นสิ่งที่คุกคามความอยู่รอดของพวกเขาอย่างมาก"

 

 

เรียบเรียงจาก

Gaza’s Food Crisis Is Worsening: What to Know, CFR, 27-07-2025

https://www.cfr.org/article/gazas-food-crisis-worsening-what-know

UN warns of ‘catastrophic hunger’ in Gaza as Israel announces humanitarian pauses, UN, 27-07-2025

https://news.un.org/en/story/2025/07/1165504

ข้อมูลเพิ่มเติมจาก

https://en.wikipedia.org/wiki/Gaza_Strip_famine

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง