เจาะลึกข้อตกลงหยุดยิง ‘อิสราเอล-ฮามาส’ สันติภาพยังโคลงเคลงและสาธารณสุขที่พังทลาย องค์การอนามัยโลก (WHO) แสดงความยินดีที่มีสัญญาหยุดยิงจาก “อิสราเอล-ฮามาส”ฟื้นฟูและเข้าช่วยเหลือด้านสาธารณสุขในกาซาเป็นงานช้างที่ต้องเผชิญปัญหาหนัก ส่วนในแง่รายละเอียดของข้อตกลงกาซามีการวางแผนไว้เป็น 3 เฟส การแลกปล่อยตัวประกัน การถอนทัพอิสราเอลแต่ละพื้นที่ ไปจนถึงการฟื้นฟู แต่ก็ยังมีข้อกังขาว่าการหยุดยิงครั้งนี้จะนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืนได้อย่างไร
30 ม.ค. 2568 นับตั้งแต่วันที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมา ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มติดอาวุธฮามาสมีผลบังคับใช้ หลังจากที่มีการสู้รบมาเป็นเวลายาวนานมากกว่า 460 วัน จับจากวันเริ่มต้นความขัดแย้งครั้งล่าสุดในเดือนตุลาคม 2566 มาจนถึงมกราคมปีนี้ นับเป็นความขัดแย้งที่ส่งผลเสียหายอย่างมากต่อพลเรือนในกาซา ที่กองทัพอิสราเอลได้สังหารชาวปาเลสไตน์ไปแล้วมากกว่า 46,000 ราย
นายกรัฐมนตรีของกาตาร์ ชีค โมฮัมเหม็ด บิน อับดุลราห์มัน บิน ยาสซิม อัล ทานี กล่าวว่า หลังจากที่ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลกับกองกำลังติดอาวุธฮามาสมีผลบังคับใช้แล้ว ก็จะมีขั้นตอนกระบวนการต่างๆ ต่อเนื่องไปโดยแบ่งออกเป็น 3 เฟส
เฟสแรก : แลกปล่อยตัวประกัน - อนุญาตการลำเลียงความช่วยเหลือ
โดยที่เฟสแรกจะมีการหยุดยิงชั่วคราวซึ่งจะเป็นการยุติการทำลายล้างกาซา รวมถึงจะมีการแลกเปลี่ยนตัวประกันระหว่างอิสราเอลกับฮามาส กระบวนการในเฟสแรกนี้จะส่งผลให้ชาวปาเลสไตน์พลัดถิ่นสามารถกลับบ้านได้ ถึงแม้ว่าการที่อิสราเอลทำลายล้างกาซาอย่างหนักอาจจะทำให้ใครหลายคนไม่มีบ้านอยู่แล้วก็ตาม
กระบวนการข้อตกลงหยุดยิงในเฟสแรกนั้น จะให้ฮามาสปล่อยตัวประกันโดยเริ่มจากผู้หญิง เด็ก และพลเรือนที่อายุ 50 ปีขึ้นไปก่อน ซึ่งเป็นกลุ่มตัวประกันที่ฮามาสจับตัวไว้ในช่วงที่พวกเขาโจมตีอิสราเอลทางตอนใต้ในวันที่ 7 ตุลาคม 2566 เพื่อแลกกับนักโทษชาวปาเลสไตน์จำนวนมากรวมถึงนักโทษที่ต้องโทษจำคุกตลอดชีวิตด้วย
นอกจากนี้อิสราเอลยังจะเป็นฝ่ายถอนทัพจากใจกลางเมืองกาซาที่ผู้คนอาศัยอยู่จำนวนมาก ไปยังพื้นที่ที่อยู่ห่างจากชายแดนกาซากับอิสราเอลไม่เกิน 700 เมตร เว้นแต่พื้นที่วางกำลังทหารอิสราเอลที่เรียกว่า "ระเบียงเนตซาริม"
ทั้งนี้ยังจะมีการอนุญาตให้องค์กรให้ความช่วยเหลือเข้าไปในพื้นที่กาซาได้ โดยจะอนุญาตรถลำเลียงความช่วยเหลือเข้าไปได้ 600 คันต่อวัน การเตือนว่าพื้นที่กาซาในตอนนี้เสี่ยงที่จะเข้าสู่ภาวะอดอยากหิวโหย
ในแง่ของการรักษาพยาบาลอิสราเอลได้ใช้กำลังทำลายสถานพยาบาลสำคัญในปาเลสไตน์ไปหลายแห่ง สร้างวิกฤตด้านสาธารณสุขในปาเลสไตน์ สำหรับกระบวนการในเฟสแรกนั้น อิสราเอลจะอนุญาตให้ชาวปาเลสไตน์ที่ได้รับบาดเจ็บเดินทางออกนอกฉนวนกาซาเพื่อรับการรักษาได้ และเปิดทางให้ข้ามฝั่งไปอียิปต์ได้ หลังจากที่เริ่มเฟสแรกไป 7 วัน
เฟสที่สอง-สาม การเจรจาที่ยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง
ในเฟสที่สองและสามนั้นจะมีการเจรจากันในช่วงที่มีการดำเนินการในเฟสแรก ในขณะที่ “โจ ไบเดน” ผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในช่วงที่มีการเจรจาก่อนหน้านี้บอกว่าการหยุดยิงจะยังคงดำเนินต่อไปถึงแม้ว่าจะยังเป็นช่วงหารือกันเกี่ยวกับสองเฟสถัดมา แต่ทางอิสราเอลก็ตอกย้ำว่าไม่ได้มีการการันตีเป็นลายลักษณ์อักษรเอาไว้ว่าจะไม่มีการกลับมาโจมตีกันอีกครั้งหลังจากที่เฟสแรกเสร็จสิ้นลงและมีการแลกเปลี่ยนตัวประกันแล้ว
ทางด้านตัวกลางเจรจาจากสามประเทศคือ อียิปต์, กาตาร์ และสหรัฐฯ ต่างก็บอกว่าพวกเขาได้ให้การการันตีทางคำพูดกับฮามาสไว้แล้วว่าจะมีการเจรจาต่อไปและจะกดดันให้เกิดเฟสสองและสามตามมาให้ได้ภายใน 6 สัปดาห์ของช่วงที่ดำเนินการเฟสแรก
ถ้าการเจรจาเป็นผลในเฟสที่สองจะมีการให้ฮามาสปล่อยตัวประกันที่เหลือทั้งหมด ส่วนใหญ่เป็นทหารชาย แลกกับการปล่อยตัวนักโทษปาเลสไตน์รายอื่นๆ ที่ยังอยู่ในเรือนจำอิสราเอล และถ้าหากมีการทำตามเอกสารข้อตกลงในปัจจุบัน อิสราเอลก็จะต้อง "ถอนทัพโดยสิ้นเชิง" จากกาซา อย่างไรก็ตามต้องรอให้อิสราเอลโหวตเรื่องนี้ผ่านรัฐสภาก่อน แล้วสภาอิสราเอลก็เต็มไปด้วยฝ่ายขวาจัดกับ นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ที่อาศัยการอ้างว่ามีฮามาสอยู่ในกาซาเพื่อยืดอายุความขัดแย้งออกไป เพื่อให้ตัวเองยังคงได้รับการสนับสนุน
สำหรับในเฟสที่สามนั้น ตอนนี้ยังไม่เป็นที่กระจ่างชัด แต่ก็มีการประเมินว่าถ้าหากเฟสที่สองเป็นไปด้วยดี เฟสที่สามก็จะดำเนินการคืนศพตัวประกันที่ถูกสังหารไปแล้ว หลังจากนั้นจึงวาง "แผนการบูรณะฟื้นฟูขนานใหญ่" จากความเสียหายของสงครามภายใต้การดูแลจากนานาชาติ เป็นเวลา 3-5 ปี
ถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะยังไม่ได้มีข้อตกลงออกมาชัดเจน แต่รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐฯ แอนโทนี บลิงเคน ก็เปิดเผยว่าจะผลักดันให้มีการฟื้นฟูกาซาตามแบบที่ทางการปาเลสไตน์ต้องการ คือการเชิญชวนพันธมิตรนานาชาติมาเป็นผู้บริหารปาเลสไตน์ชั่วคราวเพื่อคอยดูแลจัดการบริการสาธารณะที่มีความสำคัญต่อประชาชน ในขณะที่พันธมิตรจากชาติอาหรับจะส่งกองทัพไปช่วยรักษาความมั่นคงในระยะสั้น ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากประเทศอย่างซาอุดิอาระเบีย แต่ปัญหาคือซาอุฯ บอกว่าจะสนับสนุนเรื่องนี้ถ้าหากมีการรับรองรัฐปาเลสไตน์ ซึ่งจะขัดแย้งกับแนวทางสองรัฐแบบที่อิสราเอลต้องการ
สัญญาหยุดยิงเสี่ยงจะล่มหรือไม่?
นิตยสารไทม์ระบุว่า อุปสรรคในช่วงแรกๆ ของกระบวนการหยุดยิงและความล่าช้าต่างก็สร้างความกังวลว่าข้อตกลงหยุดยิงนี้เสี่ยงที่จะล่มได้ และจะกระทบต่อสันติภาพระยะยาวในภูมิภาค
ไบเดนแถลงถึงข้อตกลงว่า ที่การหยุดยิงเป็นไปได้นั้นเป็นเพราะ "ฮามาสตกอยู่ภายใต้แรงกดดันมหาศาลถึงขีดสุด" และ "การที่อิหร่านอ่อนแรงลง" ในภูมิภาค อีกทั้งยังมาจาก "ความบากบั่นและทรหดของการทูตอเมริกัน"
ฝ่ายอิสราเอลก็ส่งสัญญาณในทำนองว่าถ้าหากมีอะไรมากระตุ้นเร้า สัญญาหยุดยิงนี้ก็พร้อมที่จะล่มได้ เช่น ก่อนหน้าที่จะมีการบรรลุข้อตกลงไม่นาน สำนักนายกรัฐมนตรีของอิสราเอลได้แถลงกล่าวหาว่า "ฮามาสกำลังละเมิดสัญญาความเข้าใจร่วมกันแล้วก็สร้างวิกฤตในช่วงสุดท้ายที่จะทำให้ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้" แต่วันถัดจากนั้นก็ระบุว่ามีการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงได้แล้ว
ทั้งนี้เนทันยาฮูยังประกาศเตือนว่าพวกเขามองการหยุดยิงว่าเป็นเรื่อง "ชั่วคราว" เท่านั้น และพวกเขา "มีสิทธิที่จะกลับมาทำสงครามถ้าหากจำเป็น โดยได้รับการสนับสนุนจากอเมริกัน"
นักวิเคราะห์จากหน้าสื่อยังได้พูดถึงสภาพการดำเนินการข้อตกลงหยุดยิงที่เกิดขึ้น ว่ามันสะท้อนให้เห็นว่าทั้งฝ่ายฮามาสและอิสราเอลดูจะไม่ได้ให้ความสำคัญเท่าไหร่
ย้ำเตือนว่า "ไม่ใช่ข้อตกลงสันติภาพ"
สตีเฟน โปลลาร์ด แสดงความคิดเห็นในสื่อสายก้าวหน้าออสเตรเลีย 'เดอะ ไนท์ลีย์' ว่า เมื่อดูจากสภาพการแลกเปลี่ยนตัวประกันที่ฝ่ายฮามาสปล่อยให้ตัวประกัน 3 คนวิ่งไปขึ้นรถตู้กาชาดด้วยลักษณะหวาดผวาแบบถูกขู่จากพวกแก๊งถืออาวุธแล้ว มันก็เป็นเครื่องสะท้อนความไม่มั่นคงของสัญญาหยุดยิงไปในตัว
จะมีการเจรจาปล่อยตัวประกันรอบถัดไปภายใต้เงื่อนไขที่ว่าอิสราเอลต้องถอนทัพที่เหลือ แต่อิสราเอลก็วางเงื่อนไขซ้อนทับไปว่าพวกเขาจะถอนทัพก็ต่อเมื่อแน่ใจว่าไม่มีกลุ่มฮามาสเหลืออยู่ในกาซาแล้วเท่านั้น ซึ่งทำให้สันติภาพดูห่างไกลเข้าไปอีก แต่โปลลาร์ดก็มองว่าปัญหาอาจจะไม่ได้อยู่ที่อิสราเอลอย่างเดียว มันยังอยู่ที่กลุ่มฮามาสกับอิหร่านที่ให้ทุนฮามาสด้วย
ศาสตราจารย์ ซัลมาน อัล-ดายาห์ นักวิชาการชะรีอะฮ์ที่มหาวิทยาลัยอิสลามของกาซ่า เป็นผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์กลุ่มฮามาสว่า กลุ่มฮามาสได้ใช้พลเรือนปาเลสไตน์เป็นโล่มนุษย์ โดยการแฝงตัวอยู่ในที่ที่มีพลเรือนอาศัยอยู่ บีบให้อิสราเอลโจมตีสถานที่เหล่านั้น เป็นยุทธศาสตร์ที่ฮามาสจงใจทำ แม้แต่ชาวปาเลสไตน์เองถ้าสมมุติว่าได้เลือกตั้งส่วนใหญ่ก็ไม่อยากจะโหวตให้กลุ่มฮามาสมีอำนาจนำในพื้นที่ของพวกเขา
ทำให้เป็นไปได้ว่าการหยุดยิงในครั้งนี้อาจจะยังไม่ใช่หนทางนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืนได้ ส่วนหนึ่งโปลลาร์ดโทษว่าเป็นเพราะอิหร่านที่คอยให้ทุนกลุ่มฮามาสและกลุ่มติดอาวุธอื่นๆ ทำสงครามตัวแทนในภูมิภาค
ซานัม วากิล ผู้อำนวยการโครงการตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือขององค์กรคลังสมอง ชัทแธมเฮ้าส์ กล่าวว่าสัญญาหยุดยิงไม่ได้เป็นเครื่องการันตีว่าความขัดแย้งอิสราเอลกับปาเลสไตน์จะยุติ จึงควรจะมีการคอยเฝ้าติดตามและตรวจสอบกลุ่มเจรจากลุ่มต่างๆ และผลักดันให้มีการเจรจาต่อไปเรื่อยๆ ให้ดำเนินการต่อไปตามเฟสต่างๆได้
วากิลเสนออีกว่ากลุ่มชาติอาหรับควรจะเดินหน้าผลักดันต่อไปในเป้าหมายระยะยาว เกี่ยวกับเรื่องการผสานอิสราเอลเป็นส่วนหนึ่งของโลกอาหรับให้ได้ไปพร้อมๆ กับการผลักดันเรื่องรัฐปาเลสไตน์
WHO เตรียมเจอปัญหาใหญ่ในการฟื้นฟูระบบสาธารณสุขกาซา
ทางด้านองค์การอนามัยโลก WHO แถลงยินดีเกี่ยวกับการเจรจาหยุดยิงในกาซา และเรื่องที่มีการปล่อยตัวนักโทษกับตัวประกัน ซึ่งถึงว่าเป็นความหวังสำหรับผู้คนนับล้านที่ชีวิตพังเพราะสงครามความขัดแย้งนี้ แต่ขณะเดียวกันการแก้ไขปัญหาและฟื้นฟูกาซาหลังจากนี้ก็มีอะไรน่าเป็นห่วงอยู่หลายประการ
เช่นเรื่องที่ชาวกาซาทั้งหมดกลายเป็นคนพลัดถิ่นเพราะสงคราม มีผู้คนเสียชีวิตมากกว่า 46,600 ราย บาดเจ็บมากกว่า 110,000 ราย และตัวเลขจริงอาจจะสูงกว่านี้ นอกจากนี้ยังมีเรื่องที่โรงพยาบาลถูกทำลายหรือได้รับความเสียหายไปครึ่งหนึ่งจากทั้งหมด 36 แห่งในกาซา สร้างความยากลำบากให้กับผู้คนที่ได้รับบาดเจ็บหรือเจ็บป่วย การแพทย์เฉพาะทางก็แทบจะไม่มีเหลือในกาซา การเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บหรือผู้ป่วยก็เป็นไปอย่างล่าช้ามาก นอกจากนี้ยังมีวิกฤตจากสงครามที่ก่อภาวะอดอยากหิวโหย ทำให้คนขาดสารอาหาร รวมถึงมีโรคระบาดเกิดมากขึ้นด้วย
ด้วยเหตุนี้เองทาง WHO และพันธมิตรจึงได้ออก "แผนการ 60 วัน" เพื่อฟื้นฟูและขยายระบบสาธารณสุข โดยเน้นกลุ่มผู้ที่ต้องการเข้าถึง เช่น กลุ่มเจ็บป่วยฉุกเฉินหรือบาดเจ็บหนักก่อน หลังจากนั้นจึงตามมาด้วยการดูแลในด้านอื่นๆ เนื่องจากมีความต้องการอย่างมากในกาซาตอนนี้ทำให้ WHO ได้ขยายปฏิบัติการและการขับเคลื่อนส่งสิ่งช่วยเหลือที่มีความสำคัญเข้าไปในกาซา อีกทั้งยังจะมีการประเมินเพื่อฟื้นฟูสถานบริการสาธารณสุขในพื้นที่ที่มีความต้องการมากด้วย
เรียบเรียงจาก
What do we know about the Israel-Hamas ceasefire deal in Gaza?, Aljazeera, Aljazeera, 15-01-2025
https://www.aljazeera.com/news/2025/1/15/what-do-we-know-about-the-israel-gaza-ceasefire-deal
What to Know About the Israel-Hamas War Cease-Fire Deal, Time, 15-01-2025
https://time.com/7207250/ceasefire-gaza-israel-hamas/
STEPHEN POLLARD: The Gaza ceasefire is no peace deal, releasing Israeli hostages does not a resolution make, The Nightly, 20-01-2025
https://thenightly.com.au/opinion/political/stephen-pollard-the-gaza-ceasefire-is-no-peace-deal-releasing-israeli-hostages-does-not-a-resolution-make-c-17444598
After a Gaza ceasefire, what next for Palestinians, Netanyahu and the region?, Chatham House, 17-01-2025
https://www.chathamhouse.org/2025/01/after-gaza-ceasefire-what-next-palestinians-netanyahu-and-region
The ceasefire in Gaza brings hope, but immense challenges lie ahead to restore the health system, WHO, 19-01-2025
https://www.who.int/news/item/19-01-2025-the-ceasefire-in-gaza-brings-hope--but-immense-challenges-lie-ahead-to-restore-the-health-system