มทภ.2 บรรยายพิเศษ ณ โรงเรียนสาธิตเกษตรฯ เผย ‘ในหลวง’ รัชกาลที่ 10 ทรงห่วงใย ติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาทุกวัน ฝากนักเรียน-เยาวชน มีสติในการเสพสื่อ อย่าเชื่ออะไรง่ายๆ
14 ส.ค. 2568 เว็บไซต์ แนวหน้า และ The Reporters รายงานวันนี้ (14 ส.ค.) ที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดกิจกรรม "สาธิตเกษตรรวมใจสู่แนวหน้าปลูกต้นกล้าแทนคุณแผ่นดิน" โดยมี พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 และ พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษในหัวข้อ "เรื่องเล่าจากแนวหน้าและการรักษาอธิปไตยของชาติ"
เหตุการณ์ก่อนการปะทะ
บุญสิน กล่าวว่า วันแรกที่เกิดเหตุการณ์ในพื้นที่ชายแดน มีพี่น้องเยาวชนคนไทย และเขมรนัดเจอกันที่ปราสาทตาเมือนธม มีเหตุการณ์หลายอย่างทั้งโพสต์เฟซบุ๊ก ด่ากัน นัดไปแสดงออกที่ปราสาทเมือนธมทั้งคนเขมรและคนไทย มีการปลุกระดมกันทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งนี้ ปราสาทตาเมือนธมเปิดให้ชาวกัมพูชามาชมตั้งแต่เวลา 9.00-15.00 น. ทุกวัน ซึ่งเป็นข้อตกลงที่มีมานานแล้วของรัฐบาลในอดีต แม่ทัพไม่มีอำนาจในการปิดถ้าไม่มีเหตุถือเป็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และประเทศกัมพูชาไม่ยอมรับว่าปราสาทตาเมือนธมนี้เป็นของประเทศไทย เขามองว่าเป็นของประเทศกัมพูชา จึงทำให้เกิดปัญหา แต่เมื่อ 24 ก.ค. 2568 ที่เกิดปัญหา คนไทยกับคนเขมรนัดเจอกัน โดยมี กัน จอมพลัง เป็นแกนนำเจอกับวัยรุ่นกัมพูชาที่ปราสาทตาเมือนธม
บุญสิน กล่าวว่า หากทั้ง 2 ฝ่ายหากเจอกันก็อาจจะเกิดการปะทะกัน ทำให้ฝ่ายไทยเสนอให้มีการปิดปราสาทตาเมือนธมก่อน แต่ทางกัมพูชายืนยันว่าจะเปิดตามปกติ หากฝ่ายไทยจะปิดก็ปิดไปก่อนฝ่ายเดียว เขามองว่าทำแบบนั้นไม่ได้ที่จะให้ไทยปิดฝ่ายเดียว เพราะจะทำให้ไทยเสียเปรียบ คืนนั้นทางบุญสิน จึงขออนุมัติจากผู้บังคับบัญชา ในการปิดปราสาทตาเมือนธม ก่อนที่จะประชาชนกัมพูชาจะขึ้นมา และทำสำเร็จได้ในเวลาประมาณ 2.00 น. ของวันนั้น และเหตุการณ์หลังจากนั้น ทางทหารกัมพูชาใช้ปืนอัตโนมัติยิงทหารไทยตลอดแนว จากอุบลราชธานี-บุรีรัมย์ ระยะทางเกือบ 1,000 กม.
พล.ท.บุญสิน เล่าถึงสถานการณ์แนวหน้าให้เด็กฟัง พี่เขาฝากมาว่าหากพี่น้องคนไทยยังสู้ ลูกหลานเราสู้ พี่ๆ ทหารก็สู้ พี่ๆ ทหารฝากบอกว่าไม่ต้องห่วงพวกผม ขอเพียงกำลังใจจากคนไทยเท่านั้น
บุญสิน กล่าวต่อว่า เมื่อปะทะแล้ว ลุงแม่ทัพจึงขอแผ่นดินคืน มีการยึดคืนเกือบทั้งหมด โดยใช้เวลา 5 วัน 4 คืน ได้มาเท่านั้นถือว่าเต็มที่แล้วสำหรับทหารในการทวงผืนแผ่นดินคืน เช่น ภูมะเขือ ได้ที่ดินคืนประมาณเกือบ 1 ตร.กม. ซึ่งเป็นที่สูง มีทัศนียภาพดี และยังมีหลายพื้นที่ที่เรายืนหยัดในเส้นเขตแดนของเรา ซึ่งการปะทะกันเป็นธรรมดาที่ต้องมีการบาดเจ็บ ล้มตายทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่ง 15 วีรชนที่ได้มีการสดุดี ถือว่ามีความเหมาะสม เพราะเขามีความกล้าหาญ เป็นตัวแทนของคนไทยทุกคน ถือเป็นคนเสียสละที่หายากในยุคนี้ และเมื่อวานนี้ (13 ส.ค. 2568) ตนเองได้ไปเยี่ยมทหารที่ประสบเหตุจากการเหยียบทุ่นระเบิด ทหารเราเสียสละ เขายิ้มไม่เสียใจและพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้รับเป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ และจะมีการจัดหาขาเทียมที่ดีที่สุดให้ โดยตนเองได้บอกว่าไม่ต้องห่วง หากอยากเป็นทหารต่อก็ได้ หรือจะพักผ่อนแล้วให้ญาติมาเป็นทหารต่อก็ได้ กองทัพจะดูแลอย่างดีที่สุด เพราะเขาได้ทำดีที่สุดแล้ว
‘ในหลวง’ ห่วงใย ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด
ต่อประเด็นที่ว่าทหารชายแดนเป็นอย่างไรในขณะนี้ พล.ท.บุญสิน กล่าวว่า ทหารฝากถามคนไทยว่าสู้หรือไม่ ถ้าคนและลูกหลานสู้ ทหารก็สู้ ซึ่งทหารบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง แม้กระทั่งวันแม่แห่งชาติ (12 ส.ค. 2568) “ก็ฝากความคิดถึงมาหาคุณแม่ที่อยู่ด้านหลัง บอกแม่ไม่ต้องห่วง ผมทำหน้าที่อย่างเต็มที่” ขอแค่กำลังใจจากคนไทย ซึ่งมีทหารบางคนบาดเจ็บ แต่ยังไม่หายไข้ แต่ขอลงไปสู้แนวรบใหม่ เนื่องจากเป็นห่วงเพื่อนทหาร เพราะมีความชัดเจนว่าจะรักษาแผ่นดินบรรพบุรุษ เราต้องปกป้องคนที่ข้ามแดน จะต้องผลักดันออกไป เราไม่ได้ไปรุกรานประเทศอื่นๆ ยืนยันว่าสิ่งที่เราทำคือรบในประเทศเท่านั้น
"พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยตลอดเวลา ท่านได้สอบถามสถานการณ์ไปที่แม่ทัพทุกวัน โดยกองงานฯ ได้สอบถามสถานการณ์จากแม่ทัพ และได้รายงานทุกวัน สิ่งเหล่านี้คือกองทัพไทย และตั้งแต่ประวัติศาสตร์พระมหากษัตริย์ทรงเป็นจอมทัพ และปัจจุบันก็ยังเป็นอย่างเดิม ดังนั้น ทหารทุกคนพร้อมสละชีพเพื่อชาติทุกคน และปัจจุบันเรายังอยู่หน้าที่หน้าแนว แม้สถานการณ์จะเป็นอย่างไร เราก็พร้อม ไม่ว่าจะยุติก็ได้ หรือจะรบต่อก็พร้อม" พล.ท.บุญสิน กล่าว
มีสติเสพสื่อ
หลังจากนั้น ได้มีการเปิดให้นักเรียนถามคำถาม พล.ท.บุญสิน โดยตัวแทนจากนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ถามว่า ‘ข้อมูลส่วนใหญ่ที่ได้รับมาจาก ‘อินตราแกรม’ (Instagram) ติกต๊อก (TikTok) บ้าง ซึ่งอาจจะเป็นข้อมูลที่จริงหรือไม่ ทางกองทัพมีวิธีการจัดการอย่างไร ที่จะให้ข้อมูลกับสาธารณชนอย่างถูกต้อง และรวดเร็วผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย โดยเรื่องนี้ พล.ต.วินธัย กล่าวว่า บริบทของสังคมปัจจุบันสิ่งนี้คือสิ่งที่ถือว่าเป็นปัญหา แต่ในปัจจุบันถือว่าขั้นแรกเขาจะใช้วิธีคัดกรองก่อน ถ้าเป็นเรื่องไม่จริง ก็จะเหมือนว่าเป็นการตีตราว่า ‘เฟคนิวส์’ และเผยแพร่ออกไปว่าไม่จริง แต่ถ้าเป็นเรื่องจริงสมมติว่า “ถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกองทัพบก เราจะเริ่มดำเนินการใน 3 ขั้นตอน คือ 1. เอาโจทย์มาดูว่าจริงๆ แล้วสงสัยอะไรหรือไม่ และมีอะไรที่เราอยากบอกหรือไม่แล้วเราก็เอาโจทย์ตั้วนั้นมาแก้โจทย์ให้ข้อเท็จจริงเข้าไป สมมติว่ามีคำตำหนิอะไรมาสักอย่าง เราก็ต้องดูว่ามันมีความเป็นมาอย่างไร พอเราแก้โจทย์ได้ เราก็ตอบโจทย์โดยโฆษก หรือเผยแพร่สู่สาธารณะ
วิธัย กล่าวต่อว่า ช่วงนี้จะมีเรื่องเฟคนิวส์เยอะ เพราะว่าองค์ประกอบของโซเชียลมีเดียในปัจจุบันนั้น เขาต้องการยอดผู้ติดตามยอดของคนเข้าถึง เพื่อสร้างเอนเกจ เพื่อให้เห็นมันมีปฏิสัมพันธ์กัน ซึ่งเขาต้องการแค่นั้น หรือบางคนอาจจะไม่ได้คิดร้ายอะไรมากอยากจะทำให้มันเกิดผลพลอยได้ในเรื่องเหล่านั้นก็ไม่เป็นไร ก็พยายามทำความเข้าใจ ซึ่งเราก็แก้ไปตามระบบปัจจุบันที่พวกเราใช้กันอยู่
พล.ท.บุญสิน กล่าวเสริมว่า การที่พวกเรามีโทรศัพท์ทุกคนหรือการเสพสื่อไม่ว่าจะเป็นหนู คุณพ่อ คุณแม่ ก็เสพเหมือนกัน เชื่อง่ายเหลือเกินอะไรที่มันอยู่ในสื่อให้ดูอะไรที่มันเป็นบันเทิงก็ไม่เป็นไรดูเถอะหัวเราะคิกคัก แต่อะไรที่มันเป็นเรื่องที่คิดว่ามันจะแตกความสามัคคี เรื่องที่คิดว่ามันจะเป็นการใส่ร้ายกับคนอื่น เรื่องที่ทำให้ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน เกิดปัญหาขอให้พวกเธอทั้งหลายคิดก่อนว่ามันจริงหรือไม่ อย่าไปเชื่ออะไรง่ายๆ
"ลองแม่ทัพถ้าเชื่อถือนะรบตั้งนานแล้ว รบกับเขมร” ซึ่งมีแต่คนบอกว่า “เอาเลย เอามันเลย” ไม่ทำก็ถูกด่าอยู่ตลอดเมื่อไหร่จะเปิด ทุกสิ่งทุกอย่างต้องใช้สติเห็นไหมว่ามาถึงมีศีลธรรมแล้ว ต้องมีเหตุ มีผล ต้องให้เกียรติหน่วยงานนั้นๆ ให้แก่บุคคลนั้นๆ ว่ามันใช่หรือไม่ ก่อนที่จะโพสต์อะไรลงไป
"น้องต้องมีสติ และหาข้อมูลให้ดีว่ามันจริงหรือไม่วิธีที่ดีที่สุด คือ สอบถามเจ้าตัว และหน่วยงานนั้น ๆ จากกองทัพบกก็สอบถามอาต๊อดก็ได้ กองทัพก็สอบถามลุงแม่ทัพก็ได้ บางทีเพื่อนแม่ทัพโทรมาบอกว่ามึงได้พูดแบบนี้จริงหรือเปล่าไหนส่งมาให้กูดูหน่อยสิ กูไม่เคยพูดอะไรแบบนี้ ถูกชาวบ้านเขาด่าฟรีกันเป็นร้อย" พล.ท.บุญสิน กล่าว
พล.ท.บุญสิน กล่าวต่อว่า ลุงแม่ทัพไม่เคยพูดเลย นี่คือมันจะเป็นใคร ในทางสื่อออนไลน์มันถึงมีมิติการรบมันมีหลายรูปแบบอย่างที่อาต๊อดว่า เพราะฉะนั้นฝากครูบาอาจารย์สอนน้องๆ เพิ่มเติมนิดนึงในการไม่ให้เป็นเหยื่อทางสังคมออนไลน์มันไม่ใช่เฉพาะความมั่นคงหลอกให้รัก หลอกให้ชอบ จึงอยากฝากน้องๆ ให้มีสติ และมีเหตุมีผลในการเสพสื่อ
