Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

'Bright Future' ตัวแทนกลุ่มแรงงานข้ามชาติ ยื่น กมธ.พัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา เพื่อให้ช่วยผลักดันมาตรการยกเลิกการใช้เล่มเขียว CI ที่ออกโดยทางการพม่า และใช้ ‘บัตรชมพู’ ออกโดยทางการไทยยืนยันตัวตนของแรงงานข้ามชาติอย่างเดียว เหตุไม่อยากเสียภาษีให้กองทัพ ด้าน ‘เทวฤทธิ์’ มองการให้ทำบัตรชมพู และ CI อาจละเมิดอนุสัญญาภาษีซ้อน ไม่เป็นธรรมกับแรงงาน

 

14 ส.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (14 ส.ค.) เวลา 10.30 น. ณ ห้องแถลงข่าวสื่อมวลชน ชั้น 1 อาคารรัฐสภา (ฝั่ง สส.) คณะอนุกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิและเสรีภาพ ในคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา นำโดยพรชัย วิทยเลิศพันธุ์ อนุกรรมาธิการฯ รับหนังสือจากกลุ่ม "Bright Future" นำโดยวีระ แสงทอง ผู้ประสานงานฯ เพื่อขอให้มีการพิจารณาผลักดันมาตรการการรับรองตัวตนแรงงานเมียนมาโดยไม่ต้องใช้เอกสาร Certification of Identity (CI) และให้ใช้บัตรชมพูเพียงใบเดียวก็เพียงพอ

ทั้งนี้ เอกสาร CI เป็นเอกสารที่ออกโดยทางการเมียนมา เพื่อยืนยันสัญชาติพลเมืองของตนเองที่เดินทางมาทำงานในประเทศไทย ซึ่งทางการไทยมีข้อกำหนดให้แรงงานที่ขึ้นทะเบียนแรงงานแล้ว ขอเอกสาร CI จากประเทศต้นทางเพื่อรับรองสัญชาติของแรงงาน

ขณะที่บัตรสีชมพู หรือชื่อทางการคือ "บัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย" ออกโดยกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ออกให้สำหรับคนที่ไม่มีสัญชาติไทยที่ได้รับอนุญาตให้อยู่และมีถิ่นพำนักในประเทศเกิน 6 เดือน

ปกติบัตรสีชมพูจะมีอายุ 10 ปี แต่อย่างไรก็ดี ข้อมูลของ Cofact อธิบายว่า บัตรสีชมพู ไม่ได้เป็นตัวกำหนดว่า แรงงานข้ามชาติอยู่ในประเทศไทยได้นานเท่าไร แต่ต้องอิงตามใบอนุญาตทำงาน หรือ Workpermit เป็นหลัก สมมติว่า บัตรชมพูยังไม่หมดอายุ แต่ว่าใบอนุญาตทำงานหมดอายุแล้ว แรงงานก็ต้องเดินทางกลับประเทศต้นทางเหมือนเดิม ไม่สามารถอยู่ในไทยต่อได้ ดังนั้น บัตรสีชมพูต้องใช้ควบคู่กับใบอนุญาตทำงานเสมอ

สำหรับข้อเรียกร้องของกลุ่ม Bright Future คือ การขอให้ประเทศไทยผ่อนผันให้ไม่ต้องทำเอกสาร CI และให้ใช้บัตรชมพูใบเดียวในการยืนยันตัวตน วีระ แสงทอง บุคคลไร้สัญชาติ เชื้อสายพม่า อธิบายกับสื่อมวลชนว่า ที่เขาเรียกร้องแบบนี้เพราะไม่เห็นด้วยกับการจ่ายเงินให้กับรัฐบาลทหารพม่าที่ยึดอำนาจมาจากประชาชน และทุกคนอยากทำบัตรชมพู เพื่อจ่ายเงินให้กับประเทศไทยฝ่ายเดียว 

“เราพยายามจะบอกว่าเราเป็นแรงงานของประเทศไทย …คนพม่าทุกคนที่อยู่ที่นี่เขาอยากใช้บัตรชมพูใบเดียว ไม่มีใครอยากทำ CI เราโดนบังคับเราถึงทำ แรงงานทุกคนเขาก็ฝากมาว่าช่วยเขาหน่อย อยากให้ช่วยปิดศูนย์ CI ในไทย” วีระ กล่าว และมองว่า การทำเอกสารบัตรชมพูใบเดียวจะเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของชาวเมียนมา ให้เข้าถึงการลงทะเบียนอย่างถูกกฎหมายได้อีกด้วย

นอกจากนี้ แกนนำกลุ่ม Bright Future อัปเดตสุขภาพร่างกายหลังเกิดเหตุทำร้ายร่างกายที่หน้าสำนักงานสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย ถนนราชดำเนินนอก เมื่อ 5 เม.ย. 2568 ว่า ตอนนี้เขาสุขภาพร่างกายโอเคแล้ว

ขณะที่ พรชัย วิทยเลิศพันธุ์ กล่าวว่า ทางคณะกรรมาธิการฯ จะรับเรื่องดังกล่าวไว้ เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือตามกลไกของวุฒิสภาต่อไป

หวั่นละเมิด ‘อนุสัญญาภาษีซ้อน’

เทวฤทธิ์ มณีฉาย วุฒิสภา และมาร่วมรับหนังสือ กล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กลุ่ม Bright Future ได้มายื่นหนังสือถึงกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา และจะมีวาระพิจารณารับเรื่องของกลุ่ม Bright Future ในสัปดาห์หน้า

เทวฤทธิ์ อธิบายว่าปกติแรงงานข้ามชาติพม่าเวลาเข้ามาทำงานในประเทศไทย จะต้องทำเอกสาร 2 เล่ม แบ่งเป็น เล่มชมพูที่กระทรวงมหาดไทยเป็นคนออก และเล่มสีเขียว หรือ CI ที่ทางการเมียนมาเป็นคนออก เพื่อยืนยันสัญชาติพลเรือน อย่างไรก็ตาม มันอาจจะมีปัญหาขัดต่ออนุสัญญาภาษีซ้อน เพราะว่าเราไม่สามารถเก็บภาษี 2 ฝั่งได้ คือฝั่งพม่า และฝั่งไทย เพราะว่าการเสียภาษีซ้อนเป็นเรื่องไม่เป็นธรรมกับแรงงานข้ามชาติ หรือตัวค่าธรรมเนียมในการออกเอกสารก็ถือว่าเป็นภาษีเช่นเดียวกัน

“และก็อาจจะมีคนเข้าใจผิดว่าแรงงานข้ามชาติไม่ต้องการเสียภาษีให้กับรัฐไทย จริงๆ เขาอยากจะเสียให้กับรัฐไทย เป็นเล่มสีชมพู ไม่อยากเสียภาษีให้กับรัฐบาลทหารเมียนมา พอดีเห็นคอมเมนต์จากข่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อาจจะมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนตรงนั้นไป” เทวฤทธิ์ กล่าว

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

 

รายละเอียดในหนังสือ

สืบเนื่องจากกองทัพพม่าทำรัฐประหารเมื่อ 1 ก.พ. 2564 เป็นต้นมา ประชาชนชาวเมียนมาได้ร่วมกันต่อต้านรัฐประหารทั้งด้วยสันติวิธี ด้วยการประท้วงนัดหยุดงานทั่วประเทศ และการต่อต้านด้วยอาวุธ หลังกองทัพเมียนมาเข้ายึดอำนาจ ทำการจับกุมนักโทษการเมืองหลายหมื่นคน ใช้อาวุธปืนรวมไปถึงการทิ้งระเบิดจากเครื่องบินรบ ซึงเข่นฆ่าประชาชนจำนวนหลายพันคนและส่งผลให้มีผู้ลี้ภัยสงครามอีกนับไม่ถ้วน

ด้วยสภาวะสงครามในเมียนมา รวมถึงการบังคับเกณฑ์ทหารประชาชนเมียนมาจำนวนมากจึงประสงค์ที่จะทำงานหาเลี้ยงชีพในไทย อย่างไรก็ตาม แม้ว่ารัฐบาลไทยพยายามให้แรงงานข้ามชาติพม่าลงทะเบียน หรือต่ออายุใบอนุญาตทำงาน มาตั้งแต่ ก.ย. 2567 ้เป็นต้นมา และมีประกาศกรมการจัดหางานของกระทรวงแรงงานล่าสุด ลงวันที่ 1 ส.ค. 2568 ซึ่งอ้างอิงมติคณะรัฐมนตรี และข้อเสนอของกระทรวงแรงงานในวันที่ 1 เม.ย. 2568 ให้มีการเปิดศูนย์ทำเอกสาร CI ในไทยจำนวน 4 แห่ง จังหวัดสมุทรสาคร สมุทรปราการ สุราษฎ์ธานี และเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 6 ส.ค. ถึง 6 พ.ย. 2568 แต่ไม่ใช่แรงงานข้ามชาติทุกคนจะสามารถต่ออายุ หรือลงทะเบียนได้ เนื่องจากอุปสรรคด้านค่าใช้จ่าย และความล่าช้าของกระบวนการลงทะเบียน ยกตัวอย่าง กองทัพพม่ามีการบังคับให้แรงงานข้ามชาติโอนเงินกลับประเทศผ่านช่องทางธนาคารรัฐ เดือนละ 25% จากรายได้ของแรงงาน ซึ่งเป็นการสร้างภาระให้กับแรงงานพม่าที่ต้องจ่ายเงินให้กับทางการไทย ผ่านค่าธรรมเนียมเอกสารต่างๆ และสมทบทุนในกองทุนประกันสังคม เป็นการเก็บเงินที่ซ้ำซ้อน เป็นผลให้แรงงานเมียนมาในไทยหลายคนต้องเสียรายได้จำนวนมากให้กับมาตรการรัฐในหลายทางพร้อมๆ กัน

ดังนั้น กลุ่ม Bright Future จึงเดินทางมายื่นหนังสือต่อ กรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา ให้มีการนำเรื่องการรับรองตัวตนแรงงานเมียนมาโดยไม่ต้องใช้เอกสาร ‘CI’ และการใช้ ‘บัตรชมพู’ ของรัฐบาลไทยฝ่ายเดียวในการยืนยันตัวตนแรงงานเมียนมาระหว่างสถานการณ์ความขัดแย้งในประเทศเมียนมา ขึ้นมาพิจารณาช่วยหาทางออก และหากเป็นไปได้ หวังว่าทาง สว.จะช่วยนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่วาระการพิจารณาของรัฐบาล หรือรัฐสภา ต่อไป

ด้วยเหตุนี้เราจึงขอเรียกร้องกับรัฐบาล กระทรวงแรงงาน และรัฐสภาไทย

1. ให้รัฐบาลไทยรับรองการใช้ “บัตรชมพู” (Non-Thai Identification Card) ของกระทรวงมหาดไทยเป็นเอกสารหลักชิ้นเดียว สำหรับการรับรองแรงงานเมียนมาในไทย โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการการรับรองตัวตนอื่น เพื่อลดภาระทางเอกสารและค่าใช้จ่ายให้กับแรงงานเมียนมาและนายจ้าง

2. ให้รัฐบาลไทยพิจารณายุติการใช้เอกสาร “เล่มเขียว” (Certificate of Identity) ซึ่งเป็นกลไกของทางการเมียนมาในการเก็บภาษีพิเศษจากแรงงานเมียนมาในไทยอย่างซ้ำซ้อนกับการเก็บภาษีของไทย

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง