Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

หลังการชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎร 2563 ดำเนินตลอดระยะหนึ่งปี ขณะที่มาตรการสลายการชุมนุมโดยภาครัฐก็ยกระดับความรุนแรงขึ้น จากการใช้น้ำผสมสารเคมีสู่การใช้แก๊สน้ำตาและกระสุนยาง

เดือนสิงหาคม 2564 เกิดการรวมกลุ่มของมวลชนอิสระบริเวณแยกดินแดงถูกเรียกว่า ‘ทะลุแก๊ส’ ซึ่งมีรูปแบบการเคลื่อนไหวที่แตกต่างจากเคลื่อนไหวของคณะราษฎรที่ผ่านมา คือ ไม่ปรากฏแกนนำอย่างเป็นทางการ และพร้อมตอบโต้การปราบปรามโดยเจ้าหน้าที่รัฐด้วยพลุหรือประทัด

ย้อนกลับไปพัฒนาการของสถานการณ์ก่อนเกิดกลุ่มทะลุแก๊สเล็กน้อย เมื่อ 7 ส.ค. 2564 ‘เยาวชนปลดแอก’ ได้นัดหมายให้ประชาชนเคลื่อนขบวนจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยไปยัง ‘พระบรมมหาราชวัง’ แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตรึงกำลังรอบเส้นทางการเดินเท้าอย่างเข้มงวด จึงมีการเปลี่ยนแปลงนัดหมายเป็นอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิก่อนเคลื่อนพลไป ‘กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์’ ซึ่งเป็นที่พักของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

แต่รัฐบาลขณะนั้นได้มีมาตรการสกัดกั้นการเคลื่อนขบวนของประชาชน โดยวางตู้คอนเทนเนอร์กั้นถนนและปิดเส้นทางจราจรระหว่างแยกดินแดงกับถนนวิภาวดี-รังสิต เพื่อไม่ให้ผู้ชุมนุมมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ดังกล่าว ส่งผลให้กลุ่มราษฎรจำต้องปักหลักอยู่เพียงบริเวณแยกดินแดงเท่านั้น กระทั่งช่วงเย็นของกิจกรรม ตำรวจควบคุมฝูงชนใช้แก๊สน้ำตาและกระสุนยางจำนวนมากสลายการชุมนุม ซึ่งมีประชาชนถูกจับกุมรวมอย่างน้อย 7 คน

10 ส.ค. 2564 แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมได้จัดกิจกรรม ‘คาร์ม็อบใหญ่ไล่ทรราช’ ซึ่งวันก่อนหน้านั้นได้มีเหตุการณ์สำคัญ คือ มีนักกิจกรรมซึ่งเป็นนักศึกษา 9 ใน 12 คน ถูกจับกุมและฝากขังโดยศาลไม่ให้ประกันตัว

กิจกรรมคาร์ม็อบเริ่มต้นที่แยกราชประสงค์ ก่อนเคลื่อนไป ‘อาคารซิโน-ไทย ทาวเวอร์’ ซึ่งมีอนุทิน ชาญวีระกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุขขณะนั้นเป็นเจ้าของ ก่อน เบนจา อะปัญ อ่านประกาศแนวร่วม มธ. ฉบับที่ 2 เรื่อง ประกาศเป้าหมาย “นายทุน-ขุนศึก-ศักดินา” ก่อนมุ่งหน้าไปยัง ‘บ้านพักของ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า’ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ทุกจุดหมายของการชุมนุมมีการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นป้ายประท้วง หุ่นศพจำลอง การสาดสี หรือเลือดหมู จากนั้นขบวนคาร์ม็อบได้เคลื่อนไปตึก King Power แต่ระหว่างเคลื่อนขบวนไปถึงบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง ก็มีการสกัดกั้นผู้ชุมนุมและมีการยิงแก๊สน้ำตาจากฝั่ง คฝ. หลังจากนั้นแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ จึงประกาศยุติการชุมนุม ถึงกระนั้น ได้มีเหตุการณ์เผาป้อมจราจรบริเวณเกาะพญาไทและตำรวจยิงใส่รถบรรทุกสินค้าที่ไม่เกี่ยวข้อง และมีผู้ถูกจับกุมจากการชุมนุมครั้งนี้อย่างน้อย 48 คน

เหตุการณ์สลายการชุมนุมโดยรัฐได้ทวีความรุนแรงขึ้น หลังกลุ่มทะลุฟ้าประกาศชุมนุมบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ในวันที่ 11 ส.ค. 2564 และ 13 ส.ค. 2564 เพื่อเดินหน้าไป ‘กรมทหารราบที่ 1’ อีกครั้ง และเกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ คฝ. บริเวณดินแดงเช่นเดิม

ทั้งนี้ การชุมนุมในวันที่ 11 ส.ค. 2564 ได้เกิดเหตุการณ์เผารถยก สน.ดินแดง และวันที่ 13 ส.ค. 2564  ธนัตถ์ ธนากิจอำนวย ผู้ร่วมการชุมนุมได้ถูกกระสุนแก๊สน้ำตากระแทกไปที่บริเวณดวงตา ทำให้สูญเสียความสามารถการมองเห็นในเวลาต่อมา

การสลายการชุมนุมต่อเนื่องบริเวณแยกดินแดง ทำให้เกิดการรวมตัวของกลุ่มมวลชนอิสระจำนวนหนึ่งในรูปแบบไร้แกนนำหรือการนัดหมายจากกลุ่มกิจกรรมใด ในช่วงเย็นของทุกวันตลอดสัปดาห์ ซึ่งมีการตอบโต้กันระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐและกลุ่มผู้ชุมนุม

กระทั่ง 15 ส.ค. 2564 ระหว่างที่การชุมนุมของกลุ่มมวลชนอิสระและการสลายการชุมนุมโดยเจ้าหน้าที่รัฐในช่วงเย็นยังดำเนินอยู่ การใช้ความรุนแรงควบคุมพื้นที่ต่อเนื่องส่งผลกระทบกับผู้สัญจรในพื้นที่ โดย มานะ หงษ์ทอง ประชาชนวัย 64 ปี ผู้กำลังเดินทางกลับเข้าเคหะสถานถูกลูกหลงจากกระสุนยางเจาะเข้าบริเวณศีรษะ ได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในวันที่ 5 มี.ค. 2565

นอกจากนั้น 16 ส.ค. 2564 ขณะที่กลุ่มมวลชนอิสระเดินทางไปชุมนุมบริเวณหน้าสถานีตำรวจนครบาลดินแดง วาฤทธิ์ สมน้อย เยาวชนอายุ 15 ปี ถูกยิงด้วยกระสุนจริงก่อนจะเสียชีวิตลงในวันที่ 28 ต.ค. 2564 ซึ่งภายหลังมีการจับกุมดำเนินคดี

การชุมนุมทะลุแก๊สระลอกแรกปิดฉากลงช่วงเดือนตุลาคม 2564 หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ยุทธการบุกเข้าไปข้างในบริเวณแฟลตดินแดง จับกุมกลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนมากที่กระจายตัวหลบอยู่บนตึก พร้อมตั้งจุดตรวจสกัดบริเวณเส้นทางที่กลุ่มมวลชนมักใช้ในหลบหลีกการจับกุม

ปีต่อมา  11 มิ.ย. 2565 กิจกรรมเดินไล่ตู่ เดินขบวนจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิในช่วงเย็น เพื่อเรียกร้องให้ประยุทธ์ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อสิ้นสุดกิจกรรมได้มีมวลชนบางส่วนปักหลักและต้องการเดินทางไปกรมทหารราบที่ 1 ที่ตั้งบ้านพักของประยุทธ์ และเกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นชนวนการชุมนุมของกลุ่มทะลุแก๊สอีกระลอก และมีการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมกับ คฝ. อีกหลายครั้ง จากเหตุการณ์นี้นำไปสู่การชุมนุมต่อเนื่องอีกหลายสัปดาห์ และทำให้มีมวลชนบางส่วนถูกจับกุมและดำเนินคดีจากเหตุการณ์ครั้งนี้

 

อ้างอิง

หมายเหตุ - ผลงานชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการปริญญานิพนธ์วารสารสนเทศและสื่อใหม่ (Senior Project) ของนิสิตภาควิชาวารสารสนเทศ คณะนิเทศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปีการศึกษา 2567 โดยมีผู้จัดทำคือ โยษิตา สินบัว

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง