Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

กรีนพีซออกแถลงการณ์หลังการประชุมเจรจา INC5.2 ความล้มเหลวในการเจรจาที่เจนีวาคือสัญญาณเตือนโลกเร่งหยุดวิกฤตมลพิษพลาสติก

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2568 กรีนพีซแจ้งข่าวว่า หลังจากการเจรจาสนธิสัญญาพลาสติกโลกยืดเยื้อมานานกว่าสองปี ช่วงชั่วโมงสุดท้ายของเวทีการประชุมเจรจาที่เจนีวากลับกลายเป็นจุดตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์ของเหล่าคณะรัฐมนตรีและคณะผู้แทนเจรจา ว่าจะเลือกระหว่างการเดินหน้าไปสู่สนธิสัญญาที่สามารถจัดการมลพิษพลาสติกได้จริง หรือ การยอมจำนนต่อแรงกดดันจากภาคอุตสาหกรรมปิโตรเคมี

แกรแฮม ฟอร์บส์ หัวหน้าคณะผู้แทนกรีนพีซในการเจรจาสนธิสัญญาพลาสติกโลก และหัวหน้างานรณรงค์ยุติมลพิษพลาสติกโลก กรีนพีซ สหรัฐอเมริกา กล่าวว่า “ความล้มเหลวในการหามติร่วมกันต่อการจัดทำสนธิสัญญาที่กรุงเจนีวาต้องเป็นสัญญาณเตือนให้โลกตื่นตัว การยุติมลพิษพลาสติกหมายถึงการต้องเผชิญหน้ากับผลประโยชน์ของกลุ่มอุตสาหกรรมฟอสซิลอย่างตรงไปตรงมา แม้รัฐบาลส่วนใหญ่จากทั่วโลกจะต้องการสนธิสัญญาที่มีความเข้มแข็ง ขณะเดียวกันยังคงมีผู้ร้ายไม่กี่รายที่ใช้กลยุทธ์ทำลายความทะเยอทะยานนั้นอย่างสิ้นเชิง เราจะไม่อาจเดินบนเส้นทางเดิมแล้วคาดหวังผลลัพธ์ที่ต่างไปได้อีกต่อไป ตอนนี้คือเวลาแห่งการตัดสินใจแล้ว

“วิกฤตมลพิษพลาสติกมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นต่อเนื่อง แต่ในทางกลับกัน ภาคอุตสาหกรรมปิโตรเคมียังคงเดินหน้าขัดขวางการแก้ปัญหาเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง นี่ไม่ใช่เวลาที่จะลังเล แต่เป็นช่วงเวลาแห่งความกล้าหาญ ความมุ่งมั่นและความอดทนอย่างไม่หยุดยั้ง ภาคประชาสังคมมีข้อเรียกร้องชัดเจนต่อผู้นำโลกให้ผลักดันสนธิสัญญาที่เข้มแข็งและมีผลผูกพันทางกฎหมาย เพื่อลดการผลิตพลาสติก ปกป้องสุขภาพของมนุษย์ จัดตั้งกลไกทางการเงินที่มั่นคงและเป็นธรรม รวมถึงการยุติมลพิษพลาสติกตลอดวงจรชีวิต และผู้นำโลกจะต้องรับฟัง เพราะนี่คืออนาคตของเราและโลก”

พิชามญชุ์ รักรอด หัวหน้าโครงการรณรงค์ยุติมลพิษพลาสติก กรีนพีซ ประเทศไทย กล่าวว่า “คณะผู้แทนจากประเทศไทยได้แสดงเจตนารมณ์ที่ดี ด้วยการยอมรับหลักการแก้ปัญหามลพิษพลาสติก ซึ่งเป็นก้าวสำคัญที่ควรชื่นชม อย่างไรก็ตาม ร่างสนธิสัญญาปัจจุบันยังไม่เข้มแข็งพอที่จะหยุดยั้งวิกฤตพลาสติกได้จริง เนื่องจากขาดข้อกำหนดที่ชัดเจนในการลดการผลิตพลาสติกและควบคุมสารเคมีอันตราย กรีนพีซขอเรียกร้องคณะผู้แทนไทยยืนหยัดเพื่อปกป้องสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อม ด้วยการไม่ลงนามในร่างที่อ่อนแอ และผลักดันให้ได้ข้อตกลงที่มีมาตรการเข้มแข็ง ครอบคลุมตลอดวงจรชีวิตของพลาสติก”

ร่างใหม่สนธิสัญญาพลาสติกโลก เปิดทางให้อุตสาหกรรมฟอสซิลครอบงำ

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2568 ขณะที่บรรดารัฐมนตรีจากทั่วโลกทยอยเดินทางมาถึงเพื่อเข้าร่วมการประชุมเจรจาสนธิสัญญาพลาสติกโลก  ประธานการประชุมได้เปิดเผยร่างฉบับใหม่ของสนธิสัญญาพลาสติกโลก หลังจากการเจรจาที่ดำเนินไปอย่างยืดเยื้อและเต็มไปด้วยความตึงเครียดตลอดหลายวันที่ผ่านมา

แกรแฮม ฟอร์บส์ หัวหน้าคณะผู้แทนกรีนพีซในการเจรจาสนธิสัญญาพลาสติกโลก และหัวหน้างานรณรงค์ยุติมลพิษพลาสติกโลก กรีนพีซ สหรัฐอเมริกา กล่าวว่า

“ร่างฉบับใหม่ของสนธิสัญญาพลาสติกโลก คือของขวัญชิ้นโตแก่อุตสาหกรรมปิโตรเคมี และเป็นการหักหลังผู้คนทั่วโลก ร่างนี้หลีกเลี่ยงที่จะจัดการกับปัญหาการผลิตพลาสติกและสารเคมีอันตรายใด ๆ ทั้งสิ้น และกลับตอกย้ำคำโกหกของอุตสาหกรรมที่พยายามให้เราหลงเชื่อว่า การรีไซเคิลเพียงอย่างเดียวจะช่วยให้เรารอดพ้นจากวิกฤตนี้ได้ ทั้งที่ต้นตอที่แท้จริงคือการผลิตพลาสติกที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง

ตลอดเวลากว่าสองปีที่ผ่านมา การเจรจาถูกถ่วงเวลาโดยข้อขัดแย้งเชิงขั้นตอนและกลยุทธ์ยื้อเวลา ซึ่งเป็นการเข้าทางอุตสาหกรรม รัฐมนตรีที่มาร่วมการประชุมที่เจนีวาต้องกล้าปฏิเสธต่อร่างสนธิสัญญาที่อ่อนแอนี้ ยืนหยัดตามความทะเยอทะยานที่ได้ให้คำมั่นไว้ และปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนที่ไว้วางใจให้พวกเขาลงมือทำ

ขณะเดียวกัน กลุ่มผู้แทนจากอุตสาหกรรมฟอสซิลและปิโตรเคมีกำลังเดินปรากฏตัวและเคลื่อนไหวอยู่ทั่วไปในที่ประชุม เพื่อผลักดันวาระของตน ในขณะที่โลกกำลังลุกเป็นไฟ มหาสมุทรสำลักพลาสติก และลูกหลานของเรากำลังหายใจ ดื่ม และกินไมโครพลาสติกเข้าไป สิ่งที่เราต้องย้ำให้ชัดคือ สนธิสัญญาพลาสติกโลกต้องมีมาตรการลดการผลิตพลาสติกอย่างจริงจัง ไม่เช่นนั้นย่อมล้มเหลว”

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง