Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

'พิสิษฐ์' โต้กระแสข่าว สว.เตรียมคว่ำงบฯ ปี’69 ไม่เป็นความจริง เผยไม่เคยหารือเรื่องนี้ ส่วนจะโหวตอย่างไร เป็นเอกสิทธิ์ของ สว.แต่ละคน

 

21 ส.ค. 2568 สื่อหลายสำนักรายงานตรงกันวันนี้ (21 ส.ค.) เวลา 9.30 น. ที่รัฐสภา พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะโฆษกกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) แถลงว่าจะพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในวันที่ 1-2 ก.ย.นี้ โดยกำหนดเนื้อหาการพิจารณาออกเป็น 4 ภัย ประกอบด้วย

  1. ภัยเศรษฐกิจ เช่น หนี้ครัวเรือนหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น รายได้ประชาชนลดลง ราคาสินค้าเกษตรกรตกต่ำ
  2. ภัยความมั่นคง เช่น ความขัดแย้งตามแนวชายแดนระหว่างไทยกัมพูชา ความไม่สงบในศาลจังหวัดชายแดนภาคใต้
  3. ภัยธรรมชาติ เช่น อุทกภัย ภัยแล้งที่เกิดซ้ำซาก รวมถึงสารพิษที่ออกจากโรงงานอุตสาหกรรม
  4. ภัยทางสังคม เช่น ปัญหายาเสพติด พนันออนไลน์ บุหรี่ไฟฟ้าในโรงเรียน ซึ่งหากดูจากร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ฉบับดังกล่าวแล้วจะเห็นว่าไม่ได้สะท้อนการแก้ปัญหาทั้ง 4 ด้านเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

พิสิษฐ์ กล่าวต่อว่า คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญฯ ของวุฒิสภา จะสรุปประเด็นและข้อสังเกตต่างๆ รายงานภายในวันที่ 25-26 ส.ค.นี้ เพื่อส่งให้ประธานวุฒิสภาบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมต่อไป โดย สว.จะพิจารณาทั้ง 3 วาระรวดอย่างเร่งด่วน และอยู่ภายใต้กรอบของระยะเวลาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 143 ที่กำหนดให้พิจารณาภายในระยะ 20 วัน

ส่วนกรณีที่มีการกล่าวหาว่าวุฒิสภาจะคว่ำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 นั้น สมาชิกวุฒิสภา ระบุว่า "ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เพราะการพิจารณา พ.ร.บ.ครั้งที่ผ่านมาถือเป็นเอกสิทธิ์ของสมาชิกวุฒิสภาแต่ละคนมาโดยตลอด ไม่มีการบังคับขู่เข็ญหรือใช้อำนาจใดๆ ในการลงมติ"

พิสิษฐ์ กล่าวต่อว่า ส่วนคนที่กล่าวหานั้นเรียกว่า มโนสำคัญกว่าข้อเท็จจริง ส่วนจะมีการตอบโต้อะไรหรือไม่นั้น เขาคิดว่าไม่มีความจำเป็น พร้อมยืนยันกับผู้สื่อข่าวว่า ไม่เคยมีการหารือเรื่องนี้ในวุฒิสภา ส่วนใครจะโหวตอย่างไรนั้นเป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละคน 

ขณะที่เทวฤทธิ์ มณีฉาย สว.กลุ่มที่ 18 หรือกลุ่มสื่อมวลชนฯ เผยว่า ในกรณีที่ สว.ไม่เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ให้นำความในมาตรา 138 วรรค 2 มาบังคับใช้โดยอนุโลม โดยให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาใหม่ได้ทันที 

ส่วนมาตรา 138 วรรค 2 ระบุว่า คือให้สภาฯ ลงมติยืนยันร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ที่ผ่านการพิจารณาจากจากสภาฯ อีกครั้ง และให้ให้ถือว่าร่างพระราชบัญญัตินั้นเป็นอันได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา และให้ดําเนินการต่อไปตามมาตรา 81 (คือให้นายกฯนําขึ้นทูลเกล้า และประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้ใช้บังคับได้ต่อไป) ซึ่งจะเห็นว่ากรณีมีความขัดแย้งระหว่าง 2 สภานี้ ไม่ต้องมีการตั้ง กมธ.ร่วมของ 2 สภา หรือประวิงเวลาเหมือน ร่าง พ.ร.บ.ทั่วไป

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง