"ไผ่ จตุภัทร" เผยก่อนเข้าเรือนจำอยากให้ช่วยกันรณรงค์แก้ปัญหารัฐธรรมนูญ 2560 ที่สร้างทางตันทางการเมือง หวังให้แต่ละฝ่ายลดอคติ หวังมีเลือกตั้งใหม่จะได้เปลี่ยนสัดส่วน สส.ในสภาที่ขัดขวางความเปลี่ยนแปลง "ครูใหญ่ อรรถพล" ใจอยากให้พรรคประชาชนโหวตให้ชัยเกษม แต่คำนวนตัวเลข สส.แล้วโหวตภูมิใจไทยเป็นไปได้มากกว่าที่จะคุมรัฐบาลให้ยุบสภา แต่เลือกทางไหนก็เจ็บไม่มากก็น้อยอยู่แล้ว
3 ก.ย. 2568 ที่ศาลจังหวัดขอนแก่น มีนัดอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ในคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ของ “ไผ่” จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา และ “ครูใหญ่” อรรถพล บัวพัฒน์ จากกรณีที่ทั้ง 2 คนปราศรัยหน้า สภ.ภูเขียว
ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้จำคุกจตุภัทร 2 ปี 12 เดือน ส่วนอรรถพล 2 ปี ภายหลังศาลมีคำตัดสินทางทนายความได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวทั้ง 2 คน
จากนั้นเวลาประมาณ 11.40 น. ศาลจังหวัดภูเขียวมีคำสั่งส่งคำร้องขอประกันทั้ง 2 คนระหว่างรอยื่นคำร้องขอฎีกาคดีไปให้ศาลฎีกาพิจารณา คาดว่าจะทราบคำสั่งศาลฎีกาว่าจะให้ประกันหรือไม่ในวันพรุ่งนี้ (4 ก.ย. 2568) ทำให้ทั้ง 2 คนถูกส่งตัวไปขังระหว่างรอคำสั่งที่ที่เรือนจำอำเภอภูเขียว
ก่อนที่ศาลจะอ่านคำพิพากษา ผู้สื่อข่าวได้สัมภาษณ์อรรถพลและจตุภัทรเกี่ยวกับเรื่องคดีกับสถานการณ์การเมืองที่เป็นอยู่ในขณะนี้
อรรถพลกล่าวว่าสำหรับเรื่องคดี เขาคิดว่าสิ่งที่ตัวเองทำเมื่อวันเกิดเหตุไม่ได้เป็นความผิด และคดีมาตรา 112 ก็เป็นคดีนโยบายอยู่แล้วที่เมื่ออยากให้ผลออกมาแบบไหนศาลก็เขียนเหตุผลให้เชื่อมโยงไปทางนั้น และเขาก็ไม่รู้ว่าจะมีนโยบายแบบไหนลงมา
ส่วนเรื่องสถานการณ์การเมือง อรรถพลก็กล่าวว่าแนวโน้มของคดีมาตรา 112 หรือคดีการเมืองอื่นๆ ก็มีการขยับปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ได้ด้วย เวลาที่เราสู้ด้วยข้อเท็จจริงหรือหลักการอะไร ไม่เหมือนกับที่บอกว่าสู้กับนโยบายแบบไหนอยู่ เมื่อวันนี้ไม่รู้สถานการณ์การเมืองจะเป็นไปในทิศทางใด เพื่อไทยจะยุบสภาหรือไม่ หรือพรรคประชาชนจะโหวตให้อนุทินหรือไม่และจะรักษาสัญญายุบสภาใน 4 เดือนหรือไม่ อีกทั้งพูดยากมากว่าตอนนี้อำนาจอยู่กับใครทำให้คาดเดาทิศทางผลของคดียากเหมือนกัน
อรรถพลกล่าวถึงการเลือกของพรรคประชาชนที่จะโหวตหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเป็นนายกรัฐมนตรีว่า ส่วนตัวเขาเองแล้วใจอยากให้โหวตแคนดิเดตของพรรคเพื่อไทยเพราะในพรรคเขาไว้ใจแค่ชัยเกษม นิติสิริ แต่เมื่อดูจำนวนตัวเลข สส.และความเป็นไปได้ในการควบคุมเสียงในสภาแล้วก็เลือกภูมิใจไทยเพราะจำนวน สส.น้อยกว่า แต่ที่ดีที่สุดก็คือให้พรรคเพื่อไทยกลับไปจับมือกับภูมิใจไทยมากกว่า ไม่ว่าเลือกทางไหนก็เจ็บมากเจ็บน้อยต่างกันแต่อย่างน้อยก็คงปิดประตูนายกฯ พระราชทาน หรือการรัฐประหารได้
จตุภัทร์กล่าวถึงคดีของเขาว่า ไม่ได้กลัวหรือคิดอะไรกับคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ที่ศาลกำลังจะอ่าน ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็พร้อม
จตุภัทร์กล่าวว่าก่อนหน้าที่จะมาฟังคำพิพากษาในวันนี้สิ่งที่เขาทำอยู่คือการรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นเรื่องสำคัญที่คนไม่ค่อยให้ความสนใจอีกทั้งกระแสความสนใจทางการเมืองก็ตกต่ำก็ยังรณรงค์ตามแผนให้ได้ครบ 77 จังหวัด ทั้งเรื่องรัฐธรรมนูญ เรื่ององค์กรอิสระ ให้ประชาชนได้เข้าใจและเข้ามามีส่วนร่วม เพราะปัญหาทางการเมืองในวันนี้ก็เกิดขึ้นจากรัฐธรรมนูญ
“อยากจะฝากว่าถ้าผมไม่ได้ออกมาก็ให้กำลังใจทีมงานและฝากรณรงค์เรื่องแก้รัฐธรรมนูญต่อเพราะเป็นเรื่องที่สำคัญแล้วต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วม” จตุภัทร์กล่าว
จตุภัทร์กล่าวต่อว่าหากแก้รัฐธรรมนูญ2560 ที่เป็นผลพวงจากเผด็จการได้ ทำให้กติกาการเลือกตั้ง กลไกรัฐสภากลับมาเป็นปกติก็จะไม่เกิดทางตันทางการเมืองแบบนี้ เราจึงต้องการรัฐธรรมนูญที่มาจากการมีส่วนร่วมของประชาชน เรื่องนี้ก็จะเป็นจุดร่วมที่ทำให้เราเห็นปัญหาขององค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญ ก็อยากจะให้ทุกคนลดอคติความขัดแย้งต่างๆ แล้วก็มาดูว่าเราจะสามารถร่วมอะไรกันได้บ้างแล้วแก้รัฐธรรมนูญ
ส่วนประเด็นที่ทางพรรคประชาชนประกาศจับมือกับพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทยประกาศจะยุบสภา จตุภัทรมีความเห็นว่า ตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2566 ก็คาดหวังถึงความเปลี่ยนแปลงในรัฐสภา แต่ก็มีผลออกมาให้เห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การแแก้ไขมาตรา 112 หรือการนิรโทษกรรมคดีมาตรา 112 เสียงข้างมากไม่ผ่านกฎหมายต่างๆ ทำให้ทั้งตัวเขาเองและเพื่อนอีกหลายคนต้องมาเจอกับเรื่องคดี ถ้าผลการนิรโทษกรรมผ่านผลก็คงเป็นอีกแบบหนึ่งแล้วเพื่อนๆ ก็คงได้ออกจากเรือนจำ แต่เสียงในรัฐสภาวันนี้เป็นกลุ่มอนุรักษ์นิยมเยอะไม่ยอมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การนิรโทษกรรมและการผลักดันกฎหมายต่างๆ ไม่สามารถผ่านได้ในสภาชุดนี้
จตุภัทรบอกว่าสำหรับเขาแล้วอยากให้มีการเลือกตั้งใหม่ให้ประชาชนได้ตัดสินใจว่าคิดเห็นอย่างไร ในสถานการณ์ตอนนี้การเลือกตั้งใหม่ก็เป็นทางออกที่ดีเพื่อให้เสียงในสภามีสัดส่วนใหม่ ก็จะได้รู้ว่าเสียงโหวตผ่านกฎหมายต่างๆ ได้หรือไม่ เพราะเสียงข้างมากในกลไกรัฐสภาตอนนี้กำลังขัดขวางความเปลี่ยนแปลงอยู่
