Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

หลังจากรอบแรก ปิดประชุมสภาฯ ก่อนได้โหวตร่างกฎหมาย PRTR เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ แต่วันนี้สภาฯ ลงมติเอกฉันท์ รับหลักการ ร่างกฎหมาย PRTR ที่บังคับให้ผู้ก่อมลพิษต้องเปิดเผยข้อมูลการถือครองและเคลื่อนย้ายสารเคมีและวัตถุอันตรายต่อสาธารณชน ด้าน ผอ.มูลนิธิบูรณะนิเวศ ย้ำ PRTR เป็นกฎหมายที่ทุกคนได้รับประโยชน์ ภาครัฐได้ทราบข้อมูล และวางแผนจัดการมลพิษ

 

5 ก.ย. 2568 เพจเฟซบุ๊ก "มูลนิธิบูรณะนิเวศ" รายงานวันนี้ (5 ก.ย.) มูลนิธิบูรณะนิเวศ มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม และกรีนพีช แห่งประเทศไทย ยื่นรายชื่อประชาชน 12,165 รายชื่อ เพื่อเสนอร่าง พ.ร.บ.การรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษ พ.ศ…. (ร่าง พ.ร.บ. PRTR) เพื่อเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 14 ก.พ. 2567

ณ วันนี้ (5 ก.ย. 2568) รัฐสภาได้รับหลักการกฎหมาย PRTR ร่างวาระแรกด้วยคะแนน 434 งดออกเสียง 4 เสียง และไม่ลงคะแนน 4 เสียง

สำหรับสาระสำคัญของกฎหมายนี้จะกำหนดให้ผู้ก่อมลพิษต้องรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยหรือเคลื่อนย้ายมลพิษให้กับสาธารณชนได้รับทราบ และจะทำให้ประเทศไทยมีฐานข้อมูลเกี่ยวกับชนิดหรือปริมาณของสารเคมีและมลพิษที่มีการปล่อยสู่สิ่งแวดล้อม ซึ่งจะทำให้ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน สามารถใช้ฐานข้อมูลดังกล่าวในติดตามและประเมินสถานการณ์ของมลพิษในพื้นที่นั้นๆ เพื่อควบคุมและแก้ปัญหามลพิษได้อย่างมีมาตรฐานและประสิทธิภาพ

นี่ถือเป็นชัยชนะก้าวแรกของประชาชน และก้าวสำคัญของการมีสิทธิที่จะได้อาศัยอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย กรีนพีซ ประเทศไทย มูลนิธิบูรณะนิเวศ และมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม ขอขอบคุณประชาชนทุกคนที่ร่วมเรียกร้องร่าง พ.ร.บ. PRTR เพื่อให้ไทยได้มีฐานข้อมูลพิษที่พวกเราเข้าถึงได้ และสามารถแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ตรงจุด

ด้านเพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ ตัวแทนภาคประชาสังคมผู้เสนอกฎหมาย PRTR ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของกฎหมายนี้ว่า "กฎหมายฉบับนี้ นับว่าเป็น 'win-win law' ที่ทุกฝ่ายจะได้รับประโยชน์เพื่อรับมือและวางแผนการจัดการด้านมลพิษ ช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูล เป็นเครื่องมือส่งเสริมให้ประเทศจัดการมลพิษได้ เป็นประโยชน์ให้นักลงทุน ในการลงทุนในภาคอื่นๆ และยังเป็นแหล่งข้อมูลสำหรับงานวิจัยในทุกภาคส่วน"

ในขั้นตอนถัดไปของกฎหมายจะมีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญจำนวน 39 คน กำหนดระยะเวลาแปรญัตติ 15 วัน โดยใช้ร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดยพรรคประชาชน เป็นหลักในการพิจารณาวาระที่ 2 ต่อไป

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง