ศาลอาญาพิพากษาลงโทษ ชลธิชา แจ้งเร็ว หรือลูกเกด คดีมาตรา 112 จำคุก 4 ปี ให้การเป็นประโยชน์ลดเหลือ 2 ปี 8 เดือน จากกรณีโพสต์จดหมายที่ส่งถึงสถาบันกษัตริย์ในกิจกรรม “ราษฎรสาส์น” ล่าสุดยังรอฟังผลประกันตัวจากศาลอุทธรณ์ ทนายขอให้ศาลมีคำสั่งลงมาวันนี้
8 ก.ย.2568 ที่ศาลอาญา รัชดาฯ นัดฟังคำพิพากษาในคดีที่อัยการฟ้อง ชลธิชา แจ้งเร็ว หรือ ลูกเกด สส.เขตปทุมธานี พรรคประชาชน ข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(3) จากการโพสต์จดหมายถึงสถาบันกษัตริย์ในกิจกรรม “ราษฎรสาส์น” เมื่อ 8 พ.ย.2563 ช่วงที่เป็นนักกิจกรรม
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า ศาลพิพากษาลงโทษจำคุกชลธิชา 4 ปี แต่ให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษให้ 1 ใน 3 เหลือจำคุก 2 ปี 8 เดือน เนื่องจากศาลเห็นว่าข้อความของชลธิชา ทำให้ในหลวงรัชกาลที่ 10 ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ไม่เป็นที่เคารพสักการะ กระทบต่อชื่อเสียงเกียรติยศ และความมั่นคงภายในราชอาณาจักร
ทั้งนี้ข้อความในจดหมายเป็นการกล่าวถึงสถาบันกษัตริย์ในประเด็นต่างๆ ทั้งเรื่องการใช้งบประมาณ การเลื่อนยศตำแหน่งให้กับข้าราชการและพลเรือน การโอนอัตรากำลังพลและงบประมาณไปเป็นส่วนราชการในพระองค์ รวมถึงการเดินทางไปพักในต่างประเทศ และแสดงความเห็นต่อสถานการณ์ที่ประชาชนที่เรียกร้องให้ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ถูกจับกุมคุมขังดำเนินคดี
ทั้งนี้หลังจากศาลพิพากษาทางทนายความได้ยื่นคำร้องขอประกันตัวระหว่างอุทธรณ์คดี แต่ศาลอาญาซึ่งเป็นศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ส่งคำร้องให้ศาลอุทธรณ์พิจารณา ทำให้ทางทนายความต้องยื่นคำร้องขอให้ศาลอาญาส่งคำร้องในวันนี้และให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งลงมาในเดียวนี้เช่นกัน
ศูนย์ทนายความฯ ระบุว่าหากศาลอุทธรณ์ไม่มีคำสั่งลงมาภายในวันนี้จะทำให้ชลธิชาถูกนำตัวเข้าเรือนจำและหลุดตำแหน่ง สส.ของพรรคประชาชน
ล่าสุดศูนย์ทนายความฯ รายงานว่า เมื่อเวลา 15.55 น.ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวชลธิชา ระหว่างอุทธรณ์คดี โดยให้วางหลักประกัน 300,000 บาท พร้อมตั้งเงื่อนไขการประกัน 3 ข้อ ได้แก่
1.ห้ามจำเลยกระทำการในลักษณะเดียวกับที่ถูกฟ้อง
2.ห้ามเข้าร่วมกิจกรรมที่มีลักษณะเป็นการกระทบกระเทือนต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
3.ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้น
เตรียมดันร่างกฎหมายปฏิรูปเรือนจำ
หลังชลธิชาได้ปล่อยตัว เธอโพสต์ทางแฟนเพจเฟซบุ๊กของเธอเพื่อขอบคุณบุคคลต่างๆ ที่มาติดตามให้กำลังใจในวันนี้ และเธอได้เล่าถึงสิ่งที่พูดคุยกับผู้ต้องขังที่มาจากเรือนจำในห้องขังใต้ถุนศาลระหว่างรอผลประกันตัว ทราบว่ายังคงมีปัญหาเรือนจำแออัดอยู่จากสาเหตุหลักก็มาจากการที่มีผู้ต้องขังจำนวนมากไม่ได้รับสิทธิในการประกันตัวระหว่างต่อสู้คดีความ ทำให้ผู้ต้องขังในส่วนของแดนแรกรับ หรือแดนระหว่างพิจารณาคดีอยู่กันอย่างแออัด
"หนึ่งในเสียงสะท้อนถึงปัญหาเรื่องนี้ที่ชัดเจนคือ “ราวตากผ้าของผู้ต้องขังไม่เคยเพียงพอ ต้องตากผ้าติดๆกัน ทำให้ผ้าแห้งยาก ยิ่งช่วงหน้าฝน ผ้ายิ่งไม่แห้ง พอต้องใส่เสื้อผ้าเปียกๆก็มีปัญหาโรคผิวหนังตามมาอีก”" ชลธิชาระบุ
สส.พรรคประชาชนระบุว่าที่ผ่านมาเธอและเพื่อน สส.ในพรรคได้เสนอร่างแก้ไขกฎหมายว่าด้วยสิทธิประกันตัว เพื่อคืนสิทธิขั้นพื้นฐาน คืนหลักการว่าด้วย “สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษา” ให้กับประชาชนทุกๆคน ร่างกฎหมายฉบับนี้จ่อคิวเข้าพิจารณาในสภาเรียบร้อยแล้วค่ะ กฎหมายฉบับนี้จะเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยแก้ไขปัญหาความแออัดในเรือนจำ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นที่แดนระหว่างพิจารณาคดี ไม่ใช่แดนสำหรับคดีสิ้นสุดแล้ว
ชลธิชากล่าวต่อว่า อีกทั้งพวกเธอกำลังช่วยกันผลักดันเรื่องของการปฏิรูปเรือนจำ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ต้องขังและนักโทษทุกคนจะได้รับการปฏิบัติโดยการเคารพในศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ได้รับการอบรมปรับปรุงพฤตินิสัยที่มีประสิทธิภาพและทันสมัยยุคทันสมัย เพื่อเตรียมความพร้อมให้พวกเขาในการกลับคืนสู่สังคมเมื่อพ้นโทษแล้ว และที่สำคัญอีกเรื่อง คือเรื่องของการขาดแคลนเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ปัญหาคุณภาพชีวิตและสุขภาพจิตใจของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ทุกๆคน เพื่อดิฉันเชื่อว่า หากเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์มีความพร้อม การดูแลผู้ต้องขังและนักโทษก็จะดีขึ้นด้วย
