Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

กมธ.การกฎหมายฯ สภาผู้แทนราษฎร เตรียมเรียกหน่วยงานรัฐเข้าชี้แจงกรณีอี ควิน เบดั๊บ ผู้ลี้ภัยชาวมองตานญาด และนักเคลื่อนไหวเสรีภาพการนับถือศาสนา หายตัวไปนานกว่า 13 วัน โดยครั้งที่สุดท้ายที่ทราบข้อมูล คือวันที่ 28 พ.ย. 68 กรมราชทัณฑ์ส่งตัวผู้ลี้ภัยให้กับ สตช. เพื่อผลักดันกลับประเทศเวียดนาม ด้าน 'ชลธิชา' สส.พรรคประชาชน จ่อทบทวน 3 ปี ประสิทธิภาพ พ.ร.บ.ป้องกันอุ้มหายฯ

 

11 ธ.ค. 2568 ทีมสื่อพรรคประชาชน รายงานวานนี้ (10 ธ.ค.) เวลา 18.19 น. ชลธิชา แจ้งเร็ว สส.พรรคประชาชน และสมาชิกคณะกรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน พร้อมด้วย สส.จาก กมธ.เดียวกัน ได้มารับหนังสือจาก ณัฐาศิริ เบิร์กแมน ทนายความของ อี ควิน เบดั๊บ ผู้ลี้ภัยชาวมองตานญาด เพื่อให้ทาง กมธ.เรียกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง กรณีส่งอีควิน เบดั๊บ กลับประเทศต้นทางในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน 

การดำเนินการติดตามตัวครั้งนี้มีขึ้นหลังศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาให้ส่งตัวตามคำร้องของเวียดนามเมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2568 แต่ผ่านมามากกว่า 12 วันแล้ว ครอบครัวของผู้ลี้ภัยและทนายความยังไม่ทราบข้อมูลของสถานะของเบดั๊บ เนื่องจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) แจ้งว่าเบดั๊บ ไม่ได้อยู่ในความควบคุมดูแลของ ตม.แล้ว ในขณะที่ทางการเวียดนามก็ไม่ได้เปิดเผยข้อมูลที่ชัดเจนว่าตอนนี้เบดั๊บ อยู่ที่ไหน

ชลธิชา กล่าวแสดงความผิดหวังต่อคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ ที่ยึดหลักฐานจากทางการเวียดนามเป็นหลัก โดยละเลยสถานะผู้ลี้ภัยตามกฎหมายระหว่างประเทศ และได้ย้ำเตือนว่าการส่งกลับผู้ลี้ภัยเช่นนี้เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง และอาจนำไปสู่การทรมานหรือการอุ้มหายในประเทศต้นทาง ซึ่งขัดต่อหลักการห้ามส่งกลับ (Non-Refoulement) ตาม มาตรา 13 ของ พ.ร.บ.ทรมาน-อุ้มหายฯ และกรณีส่งกลับนายบดั๊บ เป็นอีกหนึ่งกรณีที่สะท้อนความไร้ประสิทธิภาพและข้อบัดซบของ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการทำให้บุคคลสูญหายฯ

สส.พรรคประชาชน ระบุว่า ที่ผ่านมา กมธ.กฎหมายฯ ได้รับเรื่องร้องเรียนในทำนองเดียวกันในหลายกรณี ซึ่ง กมธ.ฯ จะนำเรื่องนี้เข้าพิจารณาในวันที่ 24 ธ.ค. 2568 เพื่อติดตามชะตากรรมของเบดั๊บ และการผลักดันผู้ลี้ภัยอื่นๆ นอกจากนี้ กมธ.ฯ จะพิจารณาปัญหาของการบังคับใช้ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการอุ้มหายและทรมานฯ ทั้งภาพรวมหลังจากบังคับใช้มากว่า 3 ปี เพื่อทำข้อเสนอไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและพิจารณาปรับปรุงแก้ไขกฎหมายต่อไป

ทางณัฐาศิริ เบิร์กแมน ทนายความของอี ควิน เบดั๊บ และผู้ยื่นหนังสือ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว วันนี้ (11 ธ.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ระบุถึงสาเหตุที่มายื่นหนังสือกับทางคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ เนื่องจากต้องให้ทาง กมธ.การกฎหมายฯ ใช้อำนาจเรียกเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาชี้แจงกระบวนการส่งตัวอี ควิน เบดั๊บ กลับประเทศเวียดนาม เช่น ข้อมูลเวลาการส่งตัวกลับ เวลาที่เดินทางออกจากประเทศไทย ข้อมูลเกี่ยวกับสายการบินที่ใช้ส่งตัว รวมถึงสถานที่เรือนจำที่ใช้ควบคุมตัวของผู้ลี้ภัยชาวมองตานญาด 

เมื่อสอบถามว่ากรณีของอี ควิน เบดั๊บ พอจะเรียกว่าเป็นการบังคับสูญหายได้หรือไม่ ณัฐาศิริ อธิบายว่า สามารถกล่าวแบบนั้นได้ เนื่องจากการหายตัวไปไม่จำเป็นต้องหายตัวตลอดไป แต่ถ้าเจ้าหน้าที่รัฐไทย และเวียดนาม ปกปิดสถานะของอี ควิน เบดั๊บ ก็ถือว่าเข้าข่ายการบังคับสูญหายได้แล้ว 

ทั้งนี้ ช่วงเวลาก่อนการหายตัวไปของอี ควิน เบดั๊บ โดยเริ่มต้นเมื่อ 26 พ.ย. 2568 ตัวอี ควิน เบดั๊บ ถูกเบิกตัวผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ในเรือนจำคลองเปรม เพื่อฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โดยศาลมีคำสั่งยืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น สามารถส่งตัวของผู้ลี้ภัยกลับประเทศเวียดนาม ตาม พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน 

27 พ.ย. 2568 - อี ควิน เบดั๊บ ถูกส่งตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มาควบคุมตัวที่เรือนจำคลองเปรม และญาติได้เข้าเยี่ยม 

28 พ.ย. 2568 - กรมราชทัณฑ์ได้เผยแพร่ใบแจ้งข่าวส่งตัวอี ควิน เบดั๊บ ให้กับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเข้าสู่กระบวนการส่งตัวกลับประเทศเวียดนาม ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน 

อย่างไรก็ดี เมื่อ 29 พ.ย. 2568 ทางทนายความได้พยายามติดตามที่สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ซึ่งรับผิดชอบการส่งตัวชาวต่างชาติออกนอกประเทศไทย แต่ปรากฏว่าทางเจ้าหน้าที่ระบุว่าไม่ได้อยู่ในความควบคุมตัวของ ตม. ดังนั้น ทำให้วันที่ 27 พ.ย. เป็นวันสุดท้ายที่ญาติได้พบกับอี ควิน เบดั๊บ

ณัฐาศิริ เผยว่าตอนที่ญาติและครอบครัวเดินทางไปตรวจสอบที่เรือนจำที่คาดว่าจะเป็นสถานที่ควบคุมตัวอี ควิน เบดั๊บ เจ้าหน้าที่ก็แจ้งพวกเขาว่าไม่มีข้อมูลตัวเขาเลย ทำให้ตอนนี้เราไม่ทราบสถานะของอี ควิน เบดั๊บ ว่าเขาอยู่ที่ไหน หรืออย่างไร

เมื่อสอบถามทนายความว่ามีแผนจะดำเนินการกรณีนี้ต่ออย่างไรหรือไม่ ณัฐาศิริ เผยว่า อำนาจของทางทีมทนายสามารถทำได้เท่านี้ แต่ควรเป็นบทบาทของรัฐบาลไทยที่จะต้องตรวจสอบความปลอดภัยของผู้ลี้ภัยที่ถูกส่งกลับไป เพราะว่าในการสืบพยานของศาลชั้นต้น เจ้าหน้าที่เวียดนามได้มาเบิกความว่า หากรัฐบาลไทยกังวลเรื่องความปลอดภัยของผู้ลี้ภัย สามารถมาตรวจสอบได้ที่เรือนจำที่เขาถูกควบคุมตัว คล้ายกับกรณีของผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ที่ถูกส่งกลับ และเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศก็สามารถตรวจเยี่ยมความปลอดภัยได้

ทนายความ มองว่า หากเราทราบที่อยู่ของอี ควิน เบดั๊บ ก็จะเป็นประโยชน์ต่อญาติและครอบครัวของเขาด้วย เพราะว่าทางครอบครัวก็อยากไปหาอี ควิน เบดั๊บ  

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง