Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

15 องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพสื่อ นำโดย Human Rights Watch ประณามตุรกีที่ลดความเร็วอินเทอร์เน็ตเพื่อปิดกั้นการเข้าถึงโซเชียลมีเดียและแอปฯ ส่งข้อความในช่วงเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปิดล้อมสำนักงานใหญ่ของพรรคฝ่ายค้าน โดยระบุว่าเป็นการกระทำที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ทำให้ประชาชนขาดข้อมูลที่จำเป็นและขัดขวางกระบวนการประชาธิปไตย

12 กันยายน 2025 เว็บไซต์ Human Rights Watch รายงานว่า กลุ่มองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพสื่อรวม 15 กลุ่ม รวมถึง Human Rights Watch ได้ออกแถลงการณ์ร่วมกันเพื่อประณามการกระทำของตุรกีที่ได้ลดความเร็ว (throttling) โซเชียลมีเดียและแอปพลิเคชันส่งข้อความในช่วงเวลาที่มีความสำคัญทางการเมืองและสังคม ซึ่งเป็นการกีดกันประชาชนจากการเข้าถึงข้อมูลที่สำคัญและขัดขวางการมีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตย

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2025 เวลาประมาณ 23:45 น. แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียและบริการส่งข้อความหลักๆ ได้แก่ X, Instagram, YouTube, TikTok, Facebook, WhatsApp, Telegram และ Signal ได้ไม่สามารถเข้าถึงได้ในกรุงอิสตันบูลเป็นเวลานานกว่า 21 ชั่วโมง การลดความเร็วอินเทอร์เน็ตดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกับการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปิดล้อมสำนักงานใหญ่ของพรรคฝ่ายค้านหลัก พรรครีพับลิกันประชาชน (CHP) ในอิสตันบูล

การปิดล้อมสำนักงานใหญ่พรรค CHP เกิดขึ้นหลังจากการตัดสินของศาลอิสตันบูลที่สั่งระงับคณะกรรมการบริหารพรรคประจำจังหวัดเป็นการชั่วคราวและแต่งตั้ง “ผู้ดูแล” เข้ามาแทนที่ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายบางคนระบุว่าเป็นการกระทำที่เกินขอบเขตอำนาจของศาล การตัดสินของศาลดังกล่าวทำให้สาขาเยาวชนของพรรค CHP ในอิสตันบูลออกมารวมตัวกันที่ด้านหน้าอาคารเพื่อประท้วงในคืนวันที่ 7 กันยายน 2025

การปิดกั้นการเข้าถึงแพลตฟอร์มต่างๆ ยังมาพร้อมกับการใช้กำลังสลายการชุมนุมอย่างสงบและเพิ่มแรงกดดันต่อสื่อมวลชนที่รายงานสถานการณ์ที่ตึงเครียด ในวันที่ 8 กันยายน 2025 ตำรวจได้บุกเข้าไปในสำนักงานใหญ่ของพรรค CHP พร้อมกับผู้ดูแลที่ศาลแต่งตั้ง โดยใช้แก๊สน้ำตากับผู้ชุมนุม นักข่าว สมาชิกพรรค และเจ้าหน้าที่ทั้งภายนอกและภายในอาคาร มีรายงานว่ามีผู้ถูกควบคุมตัวและใส่กุญแจมืออย่างน้อย 10 คน

ก่อนหน้านี้ สำนักงานผู้ว่าการรัฐอิสตันบูลได้ออกคำสั่งห้ามการรวมตัวของสาธารณะใน 6 เขตตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน เวลา 20:00 น. ไปจนถึงวันที่ 11 กันยายน 2025 นอกจากนี้ ประธานของหน่วยงานกำกับดูแลการออกอากาศที่ทำงานร่วมกับรัฐบาลอย่าง RTÜK ได้โพสต์ข้อความบน X เตือนว่า สื่อที่ "บ่อนทำลายความสงบสุขของสังคมและความปลอดภัยสาธารณะ" จะต้องเผชิญกับบทลงโทษทางปกครอง เช่น การปรับ การระงับการออกอากาศ และอาจถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาตในที่สุด

ในขณะที่ยังไม่มีคำอธิบายอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเกี่ยวกับการลดความเร็วอินเทอร์เน็ต แต่ภายใต้มาตรา 60/10 ของกฎหมายการสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับที่ 5809) ประธานาธิบดีสามารถสั่งให้หน่วยงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (BTK) จำกัดการสื่อสารได้โดยไม่ต้องมีคำสั่งศาล หากมีความล่าช้าที่เป็นอันตราย โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงของชาติ ความสงบเรียบร้อยของประชาชน หรือเหตุผลอื่นๆ ที่ระบุไว้ในมาตรา 22 ของรัฐธรรมนูญ

การจำกัดการสื่อสารในลักษณะนี้สามารถคงอยู่ได้นานถึง 72 ชั่วโมงโดยไม่ต้องมีการอนุมัติจากศาล ตุรกีมีประวัติการลดความเร็วอินเทอร์เน็ตในลักษณะนี้ในช่วงเหตุการณ์สำคัญหลายครั้ง รวมถึงเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2023 ที่การเข้าถึงแพลตฟอร์ม X ถูกปิดกั้นนานถึง 12 ชั่วโมง ทั้งที่เป็นช่วงเวลาที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการช่วยเหลือผู้ประสบภัย

การปิดกั้นการเข้าถึงครั้งล่าสุดนี้ถือเป็นครั้งที่สองในรอบไม่กี่เดือน เมื่อครั้งที่นายกเทศมนตรีกรุงอิสตันบูลซึ่งเป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2028 ถูกควบคุมตัวเมื่อเดือนมีนาคม 2025 การเข้าถึง X, TikTok, YouTube, Instagram และ Telegram ในอิสตันบูลก็ถูกลดความเร็วเป็นเวลา 42 ชั่วโมง โดยครั้งนี้ รัฐบาลได้เพิ่มการปิดกั้นโดยรวมไปถึง Signal และ Whatsapp ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันที่ใช้กันอย่างแพร่หลายที่สุดในประเทศ

การเข้าถึงแพลตฟอร์มเหล่านี้ผ่าน VPN ก็ไม่ใช่วิธีที่เชื่อถือได้ในตุรกี เนื่องจากผู้ให้บริการ VPN รายใหญ่ส่วนใหญ่ถูกปิดกั้นมาแล้วหลายปี

แถลงการณ์ระบุว่า การกระทำของตุรกีเป็นการละเมิดกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศอย่างชัดเจน สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) ได้เน้นย้ำว่า รัฐต่างๆ ควรละเว้นจากการปิดกั้นอินเทอร์เน็ตโดยสิ้นเชิง เนื่องจากมีผลกระทบอย่างไม่เลือกหน้าและไม่สมส่วนต่อสิทธิมนุษยชน

กลุ่มองค์กรสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพสื่อที่ร่วมลงนามในแถลงการณ์ ได้เรียกร้องให้ตุรกีงดเว้นจากการลดความเร็วแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียและบริการส่งข้อความต่างๆ และต้องหยุดปราบปรามผู้เห็นต่างและสื่ออย่างต่อเนื่อง รวมถึงต้องยึดมั่นในพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ

รายนามองค์กรต่าง ๆ ในแถลงการณ์
ARTICLE 19
ARTICOLO 21
Civic Space Studies Association (CSSA)
EuroMed Rights Network
European Centre for Press and Media Freedom (ECPMF)
European Federation of Journalists (EFJ)
Human Rights Watch (HRW)
International Federation for Human Rights (FIDH), in the framework of the Observatory for the Protection of Human Rights Defenders
International Press Institute (IPI)
Media and Law Studies Association (MLSA)
PEN Denmark
PEN International
P24 Platform for Independent Journalism
South East Europe Media Organisation (SEEMO)
World Organisation Against Torture (OMCT), in the framework of the Observatory for the Protection of Human Rights Defenders

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง