คปท.เรียกร้องอัยการสูงสุดให้อุทธรณ์คดีมาตรา 112 ของ “ทักษิณ” กรณีให้สัมภาษณ์สื่อเกาหลีใต้ที่ศาลชั้นต้นยกฟ้องไปก่อนหน้านี้ ล่าสุดอัยการยื่นศาลขอขยายอุทธรณ์ออกไปถึงวันที่ 22 ต.ค.68 หลังมีข่าวขณะทำงานอัยการที่รับผิดชอบคดีมีความเห็นไม่อุทธรณ์
22 ก.ย.2568 เวลา 10.12 น. ที่สำนักงานอัยการสูงสุด เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย ไลฟ์ลงแฟนเพจของทางกลุ่มขณะไปยื่นหนังสือถึงอัยการสูงสุดเพื่อขอให้พิจารณาอุทธรณ์คดีของทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาทกษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จากกรณีที่ ทักษิณให้สัมภาษณ์สื่อเกาหลีใต้เมื่อปี 2558 ถึงประเด็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังการรัฐประหาร 2557 และศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องไปก่อนหน้านี้
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
พิชิต ไชยมงคล แกนนำเครือข่าย คปท. ระบุว่าที่มายื่นหนังสือครั้งนี้เนื่องจากเห็นว่าจากคำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่ระบุเหตุผลส่วนหนึ่งที่พิจารณายกฟ้องว่าทางอัยการฝ่ายโจทก์ไม่ได้นำสืบให้ครบถ้วนว่าคลิปสัมภาษณ์นั้นเป็นจริงหรือไม่หรือจริงแค่บางส่วน เขาคิดว่าคดีนี้เป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์และอัยการก็เป็นตัวแทนของหน่วยงานราชการที่จะต้องปกป้อง แล้ววันนี้ครบ 30 วันอัยการก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะอุทธรณ์คดีหรือจะขยายเวลาอุทธรณ์หรือไม่ทั้งที่ข้อเท็จจริงในคดียังมีข้าน่าสงสัย ควรจะอุทธรณ์ให้สิ้นกระแสความและควรไปถึงศาลฎีกาด้วยซ้ำ
แกนนำ คปท. กล่าวถึงข้อเรียกร้องที่มายื่นวันนี้มีด้วยกันสองเรื่องคือ ขอให้อัยการยื่นอุทธรณ์คดีหรือขอขยายเวลาอุทธรณ์ เพราะที่ผ่านมาคดีมาตรา 112 ของประชาชนทั่วไปหรือคนรุ่นใหม่อัยการก็อุทธรณ์มาตลอด เหตุใดคดีของทักษิณอัยการจึงไม่ทีท่าว่าจะอุทธรณ์ และขอให้อัยการสูงสุดพิสูจน์ข้อเท็จจริงเรื่องคลิปสัมภาษณ์ที่เป็นประเด็นได้ เนื่องจากเป็นเรื่องที่สังคมสงสัยว่าคลิปที่อัยการส่งขึ้้นศาลไปนั้นเหมือนตั้งใจให้สำนวนอ่อนเพราะศาลก็บอกว่าฝ่ายโจทก์ไม่ได้ส่งคลิปเต็มมาให้ศาลและพิสูจน์ไม่ได้ว่าคลิปที่ส่งมานั้นเป็นคลิปจริงหรือเป็นคลิปเต็มได้หรือไม่ มีการตัดต่อหรือไม่อย่างไร ในเมื่อยังมีข้อสงสัยทางคดีอยู่ที่สังคมเห็นอัยการจึงควรอุทธรณ์เพื่อให้คดีถึงที่สุดไม่ควรตัดตอนอยู่ที่แค่ศาลชั้นต้นเท่านั้น
ศักดิ์เกษม นิไทรโยค ผู้ตรวจการอัยการ ในฐานะโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดผู้รับมอบหนังสือ แจ้งกับผู้ที่มาร่วมกันยื่นหนังสือว่า ทางอัยการได้ยื่นหนังสือขยายระยะเวลาอุทธรณ์ออกไปเป็นวันที่ 22 ต.ค.2568 เรียบร้อยแล้ว ส่วนข้อเรียกร้องของทางกลุ่มจะนำเรียนถึงอัยการสูงสุดต่อไป
ทั้งนี้ก่อนที่ทางกลุ่ม คปท.จะไปยื่นหนังสือ เมื่อเวลา 9.47 น. ทางสำนักข่าวอิศรารายงานถึงเรื่องคดีมาตรา 112 ของทักษิณ โดยอ้างถึงแหล่งข่าวจากสำนักงานอัยการสูงสุดว่า ทางคณะทำงานอัยการที่รับผิดชอบสำนวนคดีมีความเห็นไม่อุทธรณ์คดีและส่งเรื่องต่อให้อัยการสูงสุดพิจารณาแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในคำพิพากษาของศาลชั้นต้นประเด็นคลิปสัมภาษณ์นั้นศาลก็เห็นว่าแม้จะไม่ใช่คลิปเต็มแต่ก็สามารถนำมาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีได้เนื่องจากทักษิณเองก็ยอมรับว่าเป็นตัวเองแต่ที่จำเลยอ้างว่ามีการตัดต่อก็ไม่ได้มีหลักฐานมาสนับสนุนและเนื้อหาก็เป็นตามที่โจทก์ฟ้อง
แต่ประเด็นที่ศาลใช้ในการยกฟ้องกลับเป็นเรื่องของเนื้อหาในคลิปที่ศาลเห็นว่าไม่ได้ระบุถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยตรงหรือมีการใช้ราชาศัพท์หรือมีถ้อยคำที่ระบุเฉพาะเจาะจงได้ว่าเป็นพระมหากษัตริย์ได้ แต่เป็นคำว่าเขา และมีคำว่า “องคมนตรี” “ทหาร” “Palace Circle” และ “คนในวัง” นอกจากนั้นฝ่ายโจทก์ยังอ้างพยานที่เข้าร่วมชุมนุมขับไล่ทักษิณืมาก่อนจึงมีข้อสงสัยถึงความเป็นกลางและต้องรับฟังอย่างระมัดระวัง อีกทั้งเนื้อหาในคลิปนั้นทักษิณให้สัมภาษณ์โจมตีการยึดอำนาจและรัฐประหารโดยพาดพิงถึงสุเทพ นายทหารชั้นผู้ใหญ่และองคมนตรีเท่านั้น
