"แพทองธาร" ประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย หวังยกเครื่องพรรคใหม่ให้ทันการเลือกตั้งครั้งหน้าที่กำลังจะมาถึง ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยเลือก "ชูศักดิ์ ศิรินิล" รักษาการหัวหน้าพรรค และจะมีการนัดเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่กันในวันที่ 31 ต.ค. นี้ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ระบุ กระแสข่าวที่ว่า "ตระกูลจึง" บีบแพทองธารลาออกจากตำแหน่งไม่เป็นความจริง ตระกูลจึงในพรรคเพื่อไทยมีเพียง 2 คน คือตนและพงศ์กวิน ทั้งทักษิณและแพทองธารต่างให้โอกาสตนเองมาตลอด การที่บอกว่าตนเองจะพา สส. ไปอยู่ที่อื่นยืนยันว่าเป็นการใส่ร้าย และไม่ว่าทางพรรคเพื่อไทยจะเลือกใครมาเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ตนเองก็จะให้การสนับสนุนอย่างแน่นอน
22 ต.ค. 2568 เมื่อช่วงเช้าเฟซบุ๊กเพจ "พรรคเพื่อไทย" โพสต์แถลงการณ์ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยของ "แพทองธาร ชินวัตร" ด้วยเหตุผลที่จะเริ่มต้นยกเครื่อง พลิกโฉม เปลี่ยนโครงสร้าง กระบวนการ และวิธีคิดภายในพรรคเพื่อไทยใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ทันการเลือกตั้งครั้งหน้าที่กำลังจะมาถึง

มติชน การลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคของแพทองธาร มีผลทำให้คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยชุดปัจจุบันหลุดจากตำแหน่งทั้งหมด และทำหน้าที่รักษาการจนกว่าจะมีการเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่มาทำหน้าที่ โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรครักษาการ ได้เลือกให้ชูศักดิ์ ศิรินิล รองหน้าพรรคเพื่อไทย ดำรงตำแหน่งรักษาการหัวหน้าพรรคไปก่อนจนกว่าจะมีการเลือกใหม่
ทั้งนี้ ที่ประชุมพรรคเพื่อไทยกำหนดวันประชุมใหญ่วิสามัญของพรรค เพื่อเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่และคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ในวันที่ 31 ต.ค. นี้ เวลา 10.00 น.
กรุงเทพธุรกิจ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีไทกร พลสุวรรณ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “ตระกูลจึง บีบ แพทองธารลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย หากไม่ลาออก จะพา 70 สส. ออกไปอยู่พรรคใหม่” ว่า เรื่องดังกล่าวเป็นข่าวเท็จสร้างความเสียหายให้กับตนและพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รักษาการรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เพราะตระกูลจึงในพรรคเพื่อไทยมีเพียง 2 คน โดย สุริยะเตรียมตั้งทนายความฟ้องหมิ่นประมาทนักเคลื่อนไหวทางการเมืองคนดังกล่าวต่อไป และจะไม่มีการยอมความอย่างแน่นอน
"ผมได้ปรึกษากับพรรคแล้วจะตั้งทนายของพรรคฟ้องร้องในข้อหาหมิ่นประมาท เป็นคดีอาญาและจะไม่มีการยอมความเป็นอันขาด ผมเกิดมาจากพรรคไทยรักไทย ขณะนั้นทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เป็นหัวหน้าพรรค แต่งตั้งตนเป็นเลขาธิการพรรค หลังจากนั้นเมื่อมาอยู่พรรคเพื่อไทย อิ๊งค์ แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรฯ ก็ตั้งให้ผมเป็นรองนายกฯ และรมว.คมนาคม ผมได้รับความกรุณาจากแพทองธาร จึงทำให้เรื่องดังกล่าวเป็นไปไม่ได้ ที่ผมจะพา สส. ไปอยู่ที่อื่น ยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นการใส่ร้าย และย้ำว่าจะดำเนินการฟ้องร้องจนถึงที่สุด ผมคงไม่ได้พา สส. ออกไปไหน แต่จะเอาเข้ามาเพิ่มเติมเพื่อให้ครบ 200 คน ตามที่ตนเคยประกาศไว้" สุริยะ กล่าว
มติชน วิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ และประธาน สส. พรรคเพื่อไทย ระบุว่า การลาออกจากตำแหน่งของแพทองธารอดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทยไม่ได้มีการกดดันหรือบีบบังคับ แพทองธารได้พูดชัดเจนตั้งแต่วันเปิดตัวผู้สมัคร สส. เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา ว่าต้องการให้พรรคเดินหน้าและมีการเปลี่ยนแปลงชัดเจนในการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า เพื่อให้พรรคได้มีการเปลี่ยนผู้บริหาร รวมทั้งมีการปรับปรุงทุกอย่าง ตั้งแต่กรรมการสรรหาทีมที่ช่วยปราศรัยหาเสียงของผู้สมัครทุกคน แพทองธารต้องการให้เป็นรูปแบบคณะกรรมการ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าข้อบังคับพรรคไปสอดคล้องหรือขัดแย้งกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญคดีคลิปเสียงอย่างไรถึงกังวลเรื่องนี้ วิสุทธิ์กล่าวว่า เรื่องนี้ทุกคนบอกสารพัด บางคนก็นึกไปเองว่าคนนั้นมาบีบ คนนี้มาบีบ ไม่มีใครบีบอดีตหัวหน้าพรรคแพทองธาร เพราะมีความตั้งใจว่าต้องการให้พรรคเดินหน้าและสนับสนุนการทำงานของพรรคในการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้าอย่างเต็มที่ ไม่มีอะไรเป็นข้อกังวล
มีการประเมินหรือไม่ว่าหากแพทองธารไปอยู่ข้างหลังจะกระทบกับจิตใจ สส. จนทำให้เกิดการไหลออกอีกหรือไม่ วิสุทธิ์ กล่าวว่า ที่ไหลออกก็ไหลออกไปหมดแล้ว ไปเพราะอะไรสื่อก็รู้ดีอยู่ ซึ่งวันนี้คนที่เข้ามาใหม่ก็เยอะแยะ บางเขตก็มีคนมาแสดงตัวเป็นผู้สมัคร 4-5 คน ก็อยู่ในการพิจารณาคัดเลือกของพรรค ไม่มีความกังวลอะไร คนที่ออกไปตนก็เข้าใจ เพราะผิดพลาดในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาก็อยากจะลงอีก แต่เราต้องมาดูว่าอายุ 70-80 แล้ว ก็ไม่สามารถส่งไปเดินในพื้นที่ได้ เราก็มีการพิจารณาคนรุ่นใหม่เข้ามา
