Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

หลังจากหลายเดือนแห่งความตึงเครียดและการปะทะตามแนวชายแดนในช่วงกลางปี 2568 ความสัมพันธ์ไทย–กัมพูชาที่ดิ่งสู่จุดต่ำสุดในรอบหลายสิบปี ประชาไทชวนสำรวจไทม์ไลน์พิพาทระหว่างสองประเทศในห้วงเวลาที่เผชิญความเปราะบางอย่างมาก ทั้งจากการเมืองภายในประเทศไทยเอง และความขัดแย้งที่กลายเป็นการสู้รบทางอาวุธ

ด้าน สุภลักษณ์ กาญจนขุนดี’ อดีตนักข่าวที่ติดตามประเด็นชายแดนมายาวนาน และมีความเชี่ยวชาญในด้านความมั่นคง และการเมืองระหว่างประเทศในภูมิภาคอาเซียน ได้ให้ความเห็นว่า ในแง่ยุทธศาสตร์และเป้าหมายของกัมพูชานั้นไม่เปลี่ยน นั่นคือ มีความพยายามในการใช้กลไกลระหว่างประเทศ 

แต่สิ่งที่แตกต่างไปนั่นคือท่าทีการตอบสนองของฝั่งไทยที่แตกต่างกันในรัฐบาลแพทองธารและรัฐบาลอนุทิน รัฐบาลแพรทองธารเป็นรัฐบาลซึ่งมีโครงสร้างในทางการเมืองในรัฐสภา

ค่อนข้างเข้มแข็งถ้าเปรียบเทียบกับรัฐบาลอนุทิน แม้จะไม่ได้มาจากการชนะเลือกตั้ง แต่ก็มีเสียงมากพอที่ควบคุมและดำเนินนโยบายได้พอสมควร

แต่จุดอ่อนสำคัญซึ่งทำให้ฮุน เซน และ ฮุน มาเนตมองเห็นก็คือความสัมพันธ์ที่ไม่ปกติระหว่างกองทัพกับรัฐบาล โดยหลักทั่วไปเนี่ยกองทัพมันก็ควรจะอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของรัฐบาลแต่ว่าเนื่องจากว่ารัฐบาลของเพื่อไทยที่ผ่านมาของนายกแพทองธาร ไม่ชนะเลือกแต่เพราะอยากเป็นรัฐบาล จึงต้องประนีประนอมกับกลุ่มอำนาจเดิมซึ่งมีกองทัพเป็นแกนนำ ทำให้ไม่สามารถบังคับบัญชากองทัพได้ 100% ในขณะที่กองทัพก็จะมองหาโอกาสตลอดเวลาที่จะมีอำนาจเหนือหรืออย่างน้อยที่สุดมีอิทธิพลต่อรัฐบาล

อนุทินนั้นอ่อนแอกว่ารัฐบาลที่แล้วในแง่ของรัฐสภา กล่าวคือเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยและไม่มีทางที่จะดำเนินนโยบายอะไรได้มาก

แม้จะเห็นว่าพรรคภูมิใจไทยติดหนี้บุญคุณพรรคประชาชน 

อย่างไรก็ตาม ส่วนที่ค้ำจุนรัฐบาลอนุทินอยู่จริงจริงแล้วไม่ใช่พรรคประชาชนแต่เป็นกองทัพ เพราะนั้นสิ่งที่ฮุน เซนมองเห็นก็คือว่ารอบนี้รัฐบาลอ่อนแอก็จริงอยู่ แต่กองทัพมีอำนาจเหนือกว่าแบบเบ็ดเสร็จ เพราะว่ารัฐบาลของอนุทินไม่มีรัฐมนตรีกลาโหมเป็นของตัวเอง ต้องใช้คุณณัฐพล นาคพานิชย์ ซึ่งมีภาพลักษณ์ของการเป็นตัวแทนกองทัพมากกว่าเป็นตัวแทนพรรคการเมือง

ส่วนกรณีฮุน มาเนตส่งสารแสดงความยินดีก้บนายกอนุทินและระบุว่ามีความพยายามจะแบบอยากจะฟื้นฟูความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา หากมองโดยทั่วไปเป็นมารยาททางการทูต แต่ก็มี

เนื้อหาซ่อนอยู่ในนั้นด้วย ตรงที่ว่าก็เหมือนหยิบยื่นไมตรีมาให้แต่ว่าการตอบสนองจากฝ่ายไทยไม่เป็นไปตามที่ทางกัมพูชาคาดหวัง กล่าวคือนายกอนุทินไม่ช่อมะกอกช่อนี้

เพราะว่าทหารยังไม่ ‘แล้วใจ’ กลุ่มชาตินิยมยังรู้สึกว่าคือถ้าไปทำสัญญาสันติภาพเร็ว

จะทำให้โมเมนตัมของของผู้รักชาติทั้งหลายมันลงเร็วเกินไป

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

วันที่
เหตุการณ์

28 พ.ค. 

ทหารไทย-กัมพูชาปะทะกันบริเวณสามเหลี่ยมมรกต

7 มิ.ย.

กองทัพไทยเริ่มควบคุมการเปิด-ปิดด่านชายแดน

12 มิ.ย.

กระทรวงสารสนเทศกัมพูชาระงับการฉายละครไทย

กัมพชาประกาศหยุดซื้อเน็ตจากไทย

14-15 มิ.ย.

ประชุม JBC ครั้งที่ 6  

ฮุน มาเนตย้ำชัดประชุม JBC ไม่มีการเจรจาประเด็น 4 พื้นที่พิพาทชายแดน เตรียมยื่นฟ้องศาลโลก

15 มิ.ย. 

ฮุนเซนนัดพูดคุยทางโทรศัพท์กับนายกแพทองธาร 
ฮุน มาเนต ยื่นศาลโลกกรณี 4 พื้นที่พิพาท

16 มิ.ย.

ฮุน เซน ยื่นคำขาด ประกาศกลางสภาฯ ว่า หากไทยไม่เปิดด่านชายแดนภายในวันนี้ กัมพูชาจะใช้มาตรการตอบโต้ขั้นสุด ด้วยการปิดชายแดนทั้งหมด พร้อมแบนสินค้าจากไทย
ไทยย้ำจุดยืนไม่ยอมรับอำนาจศาลโลก
นายกแพทองธารแถลง กัมพูชาสื่อสารไม่ professional โดยเฉพาะการโพสต์เฟสบุ๊ค ทำให้เกิดความวุ่นวายทั้งสิ่งที่คุยกันหลังไมค์และแบบofficial

17 มิ.ย.

ฮุน มาเนต ตอบโต้ที่นายกแพทองธารแถลงว่า ไทยก็ไม่ต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องขู่ตัดไฟตัดเน็ต กัมพูชาไม่ได้เงียบ แค่ไม่อยากมีเรื่อง

18 มิ.ย. 

คลิปเสียงบทสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างนายกแพทองธารกับฮุนเซนถูกปล่อย

23 มิ.ย.

รัฐบาลไทยประกาศยกระดับปราสแกมเมอร์ในกัมพูชา

24 มิ.ย.

นายกแพทองธารระบุ มอบอำนาจในการควบคุมจุดผ่านแดนหรือด่านชายแดนไทย-กัมพูชาให้แก่กองทัพ

26 มิ.ย.

ฮุนเซนขู่หากทักษิณยังไม่หยุดการยั่วยุ พร้อมจะเปิดโปงความลับทั้งหมดที่ทักษิณเคยพูด รวมถึงการดูหมิ่นเบื้องสูง
กสทช. มีมติแจ้งให้ โอเปอเรเตอร์เอกชนทุกรายยุติการปล่อยสัญญาณทุกรูปแบบ และดึงสัญญาณกลับมาทั้งหมด ยืนยันไม่มีสายสัญญาณโยงไปกัมพูชาแล้ว 

27 มิ.ย.

ฮุนเซนแฉผ่านไลฟ์ ทักษิณไม่ได้ป่วยจริง ส่วนคลิปเสียงที่คุยกับนายกฯไทย ตนส่งให้คน 80 คนก่อนถูกนำไปแชร์ในเฟซบุ๊คโดยบัญชีอวตาร 

พร้อมระบุว่าบทสนทนานายกฯไทยที่พูดถึงแม่ทัพภาคที่ 2 คือการทรยศชาติ พร้อมกับระบุว่าตนไม่สามารถทำงานกับนายกรัฐมนตรีไทยคนนี้ได้อีกต่อไป

1 ก.ค.

นายกแพทองธารถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่
ฮุน มาเนต ประกาศว่าการเจรจาทางทหารระหว่างไทย-กัมพูชา จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อด่านกลับมาเปิดปกติ

23 ก.ค. 

ไทยประกาศลดระดับความสัมพันธ์กับกัมพูชาหลังทหารไทยได้รับบาดเจ็บจากการเหยียบกับระเบิดระหว่างลาดตระเวนบริเวณชายแดน

24 ก.ค.

กัมพูชาตอบโต้ด้วยการลดระดับความสัมพันธ์กับไทย
การปะทะทางอาวุธ

28 ก.ค.

เจรจาหยุดยิงที่มาเลฯ 
ประกาศหยุดยิง

7 ส.ค.

ประชุม GBC สมัยวิสามัญ

14 ส.ค.

โฆษกกองทัพ+โฆษกรัฐบาลกัมพูชาแถลงถึงสถานการณ์ปกติ ไม่มีการปะทะหรือการยั่วยุ

29 ส.ค.

นายกแพทองธารพ้นตำแหน่ง

5 ก.ย. 

อนุทินได้รับเลือกเป็นนายกฯคนใหม่

7 ก.ย. 

ฮุน มาเนต โพสต์แสดงความยินดีกับอนุทิน ย้ำถึงความตั้งใจในการทำงานอย่างใกล้ชิดกับนายอนุทิน เพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชาให้กลับสู่สภาวะปกติ 

7-10 ก.ย.

ประชุม GBC นัดพิเศษ ที่จังหวัดเกาะกง

ทั้งสองฝ่ายได้กำหนดแนวทางดำเนินการในสองเรื่องที่ไทยเสนอไปก่อนหน้านี้ในการประชุมเดือนที่แล้วแต่ฝ่ายกัมพูชายังไม่เคยตอบรับ ได้แก่ การเก็บกู้ทุ่นระเบิด และการปราบปรามสแกมเมอร์

17 ก.ย.

ทหารไทยใช้กระสุนยางกับแก๊สน้ำตาไล่ผู้ชุมนุมชาวกัมพูชาบริเวณบ้านหนองหญ้าแก้ว-หนองจาน 

18 ก.ย. 

ฮุน มาเนต ส่งหนังสือถึงเลขาธิการสหประชาชาติ ประธานอาเซียน และผู้นำโลกอื่นๆ ให้สนับสนุนข้อเรียกร้องของกัมพูชาต่อไทย และกล่าวหาไทยว่าขยายความขัดแย้ง 

โดยกัมพูชาเรียกร้องให้ไทยปฎิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด

ยุติการใช้กำลังต่อพลเรือน ถอนลวดหนามออกไปจากพื้นที่ หยุดการขับไล่ 

ใช้กลไกทวิภาคี JBC ในการแก้ปัญหาเรื่องเขตแดน เป็นต้น

กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาออกแถลงการณ์แสดงความกังวล และย้ำว่าการกระทำของไทยวันที่17 เป็นการละเมิดอำนจอธิปไตยกัมพูชา
ขณะเดียวกัน อนุทินให้สัมภาษณ์เรื่องบ้านหนองหญ้าแก้ว-หนองจาน ระบุอำนาจการจัดการชายแดนอยู่ที่กองทัพ 

20 ก.ย. 

กัมพูชาประท้วงไทยเรื่องใช้กฎหมายของไทยกับชาวชาวกัมพูชาที่ไทยกล่าวหาว่ารุกล้ำชายแดนบริเวณหนองหญ้าแก้ว-หนองจาน 

21 ก.ย.

อนุทินยืนยันว่าจะไม่มีการต่อรองใด ๆ และย้ำว่าจะไม่เปิดด่าน จนกว่ากัมพูชาจะยอมรับเงื่อนไขของฝ่ายไทย ด้วยการหยุดก่อกวนและหยุดใช้โล่มนุษย์ 

ย้ำว่าตนจะเดินหน้าเจรจาบนพื้นฐานของผลประโยชน์และอธิปไตยของไทยเท่านั้น พร้อมทั้งสนุบสนุนให้ทหารนำแผ่นดินทุกตารางนิ้วที่กัมพูชารุกล้ำกลับมาเป็นของคนไทย 

24 ก.ย.

กรมพระศรีสวางควัฒนฯ พระราชทานเงินสร้างกำแพงชายแดนไทย-กัมพูชา 

25 ก.ย.

มีรายงานเสียงระเบิดและเสียงปืนในหลายพื้นที่บริเวณชายแดน ต่างฝ่ายต่างว่าอีกฝ่ายเป็นคนเริ่ม หลายฝ่ายมองว่าอาจเป็นชนวนความขัดแย้งระลอกใหม่ 

26 ก.ย.

ฮุน มาเนต เน้นย้ำถึงการร่วมกันแก้ไขข้อพิพากผ่านกลไกทวิภาคี JBC ตามข้อตกลงในMOU

27 ก.ย.

เกิดการปะทะเล็กน้อยที่ช่องอานม้า 

30 ก.ย.

รัฐบาลอนุทินแถลงนโยบาย เตรียมทำประชามติยกเลิกMOU 43,44

2 ต.ค.

สมช.อนุมัติหลักการการสร้างรั้วตามแนวเขตชายแดนไทย-กัมพูชา 

อนุทินเน้นย้ำการใช้ช่องทางทั้งผ่านกต.และการทหารควบคู่กัน

7 ต.ค.

อนุทิน ชี้กัมพูชารุกที่บ้านหนองจาน ต้องปฏิบัติตามข้อตกลง GBC ออกจากพื้นที่ก่อน 10 ต.ค. บอกมอบอำนาจเต็มให้ "กองทัพ - ก.ต่างประเทศ - ผู้ว่าฯ สระแก้ว" ดำเนินการ

10 ต.ค.

พื้นที่บ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว ครบเส้นตาย 10 ต.ค. ที่ฝ่ายไทยยื่นคำขาดให้กัมพูชาอพยพชาวกัมพูชาออกจากพื้นที่

22 ต.ค.

ประชุม JBC บรรลุข้อตกลงแก้ไข TOR 2003  เร่งสำรวจและจัดทำหลักเขตแดน บริเวณบ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว  

23 ต.ค.

ประชุม GBC บรรลุข้อตกลงเรื่องการถอนอาวุธหนัก การเก็บกู้ทุ่นระเบิด การกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ และการจัดการพื้นที่หมู่บ้านชายแดนในสระแก้ว 

27 ต.ค.

นายกให้สัมฯ ระบุ การฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตหรือการเปิดด่านนั้นยังอยู่ในลำดับท้าย หลังจากมั่นใจว่าภัยจากกัมพูชาไม่มีแล้ว

31 ต.ค. 

ประชุม RBC ทั้งสองฝ่ายยืนยันเจตนารมณ์ที่จะปฏิบัติตามผลการประชุม GBC และหลักการในถ้อยแถลงที่ได้ร่วมลงนามเสันติภาพอย่างเคร่งครัด 

10 พ.ย.

ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดอีกรอบ รมว.กลาโหมสั่งเลื่อนส่งตัวเชลยศึก

12 พ.ย.

 กองทัพบกไทยรายงานว่า ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นจากชายแดนฝั่งกัมพูชา ประมาณ 10 นาที บริเวณหนองหญ้าแก้ว จังหวัดศรีสะเกษ

ไทยยกเลิกส่งเชลยศึก 18 นาย กลับกัมพูชา

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง