Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

เมื่อ 26 ต.ค.2568 ที่ผ่านมา สหรัฐฯ และมาเลเซีย ได้ข้อตกลงการค้าใหม่ ระหว่างประชุม ASEAN โดยสหรัฐฯ ยังคงภาษีนำเข้าสินค้า 19% แต่ยกเว้นภาษี 1.7 พันรายการเหลือ 0% รวมถึงอุตสาหกรรมยาและเซมิคอนดักเตอร์ พร้อมเปิดการเข้าถึงตลาดแบบไม่จำกัดและไม่จำกัดโควตาส่งออกแร่หายากแลกกับการลงทุน ส่วนมาเลเซียจะไม่เก็บภาษีบริการดิจิทัล พร้อมทำใบรับรองฮาลาลร่วม ซื้อเครื่องบิน Boeing 80,000 ล้านริงกิต สินค้าอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีอีก 150,000 ล้านดอลลาร์ และยังได้ลงทุนในสหรัฐฯ 70,000 ล้านดอลลาร์ นักวิชการไทยในมหาวิทยาลัยมลายา ชี้อาเซียนกลายเป็นเวทีชิงยุทธศาสตร์ของสองมหาอำนาจ สหรัฐฯ-จีนไปแล้ว

รุสนันท์ เจ๊ะโซ๊ะ อาจารย์ภาควิชาภาษาเอเชียและยุโรป คณะภาษาและภาษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมลายา ได้สรุปการลงนามข้อตกลงการค้าใหม่ ระหว่างนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ดาโต๊ะ สรี อันวาร์ อิบราฮิม และประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ เจ.ทรัมป์ ในข้อตกลงการค้าใหม่ระหว่างสองประเทศ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ในวันนี้ ระหว่างการประชุม ASEAN Summit ครั้งที่ 47

รายละเอียดสำคัญของข้อตกลงสรุปได้ดังนี้

  1. ภาษีนำเข้า
    1. ภาษีนำเข้าสินค้าจากมาเลเซียไปยังสหรัฐฯ ยังคงอยู่ที่ 19% อย่างไรก็ตาม สินค้าจำนวน 1,711 รายการ จะได้รับการยกเว้นภาษี (0%) และอีก 11,260 รายการ จะได้รับการลดภาษีลงอย่างมีนัยสำคัญ คิดเป็นกว่า 98.4% ของสินค้าที่มาเลเซียส่งออกไปยังสหรัฐฯ
  2. อุตสาหกรรมที่ได้รับการยกเว้นภาษี
    1. อุตสาหกรรมยา (Pharmaceutical) และ เซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) ของมาเลเซีย จะได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้า 19% ทั้งหมด
    2. การเข้าถึงตลาดและการแลกเปลี่ยนสินค้า สหรัฐฯ จะเปิดการเข้าถึงตลาดแบบไม่จำกัดสำหรับสินค้าจากมาเลเซีย
    3. มาเลเซียจะเปิดตลาดให้กับสินค้าสหรัฐฯ เช่น สารเคมี เครื่องจักร รถยนต์ ผลิตภัณฑ์นม ปศุสัตว์ เครื่องดื่ม และเชื้อเพลิงเอทานอล
  3. ทรัพยากรธรรมชาติ (Rare Earth Elements – REE)
    1. มาเลเซียจะไม่จำกัดโควตาการส่งออกแร่หายากไปยังสหรัฐฯ แลกกับการลงทุนจากบริษัทสหรัฐฯ เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตในมาเลเซีย
  4. เศรษฐกิจดิจิทัล
    1. มาเลเซียจะไม่จัดเก็บภาษีบริการดิจิทัลจากบริษัทสหรัฐฯ
    2. สหรัฐฯ จะเปิดการเข้าถึงเศรษฐกิจดิจิทัลของมาเลเซียและขยายความร่วมมือกับภูมิภาคอาเซียน
  5. ความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อม แรงงาน และความมั่นคง
    1. ทั้งสองประเทศจะร่วมมือในด้านสิ่งแวดล้อม การลงทุน แรงงาน อัตราแลกเปลี่ยนและต่อต้านสินค้าปลอม
    2. สหรัฐฯ จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่อุปทานและนวัตกรรมอุตสาหกรรมของมาเลเซีย
  6. มาตรฐานฮาลาล
    1. สินค้าสหรัฐฯ ที่ต้องมีใบรับรองฮาลาลจะได้รับการตรวจสอบตามมาตรฐานฮาลาลของมาเลเซีย โดยหน่วยงานของสหรัฐฯ จะออกใบรับรองร่วมกับการกำกับดูแลจากทางมาเลเซีย
  7. มาเลเซียจะซื้อและลงทุนอะไรบ้างกับสหรัฐ
    1. Malaysia Aviation Group จะซื้อเครื่องบิน Boeing มูลค่า 80,000 ล้านริงกิต (RM)
    2. การซื้อสินค้าอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีจากสหรัฐฯ รวมมูลค่ากว่า 150,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
    3. การซื้อน้ำมันก๊าซเหลว (LPG) ปีละ 5 ล้านตัน มูลค่า 3.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดย Petronas
    4. การซื้อน้ำมัน ถ่านหิน และบริการสื่อสาร มูลค่า 204.10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
    5. พร้อมกับการลงทุนของมาเลเซียในสหรัฐฯ มูลค่า 70,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
  8. ด้านการเงินและความมั่นคง
    1. ธนาคารกลางมาเลเซีย (Bank Negara Malaysia) และกระทรวงการคลังสหรัฐฯ จะร่วมมือด้านการเงินระหว่างประเทศ
  9. ทรัมป์ร่วมเป็นพยานใน ข้อตกลงสันติภาพไทย–กัมพูชา
    1. ในโอกาสเดียวกัน ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ร่วมเป็นพยานในการลงนามข้อตกลงสันติภาพระหว่างไทยและกัมพูชา ซึ่งถือเป็นก้าวประวัติศาสตร์ในการสร้างเสถียรภาพในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของสหรัฐฯ ในการส่งเสริม “ภูมิภาคแห่งสันติภาพและความร่วมมือ”
  10. บรรยากาศระหว่างการเยือน
    1. การมาเยือนของโดนัลด์ ทรัมป์ครั้งนี้สร้างกระแสทั้งสองด้าน ในขณะที่มีกลุ่มผู้ประท้วงบางส่วนออกมาแสดงจุดยืนต่อต้าน แต่ในอีกด้านหนึ่ง รัฐบาลมาเลเซียได้จัดพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการและอบอุ่น เพื่อแสดงถึงมิตรภาพทางการทูตที่แน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศ ซึ่งมีความสัมพันธ์ยาวนานทั้งด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง ในหลายมิ
  11. ยุทธศาสตร์ของสองมหาอำนาจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
    1. สหรัฐฯ กำลังพยายามยืนยันบทบาทของตนในภูมิภาค Indo-Pacific โดยการลงนามข้อตกลงการค้ากับหลายประเทศอาเซียน ซึ่งเป็นสัญญาณว่า “สหรัฐฯ อยู่กับคุณ 100 %” ตามคำกล่าวของ Donald Trump ASEAN Summit ครั้งนี้
    2. ขณะที่จีน โดย Xi Jinping มุ่งมั่นที่จะใช้ “diplomacy เพื่อนบ้าน” เพื่อเสริมบทบาทในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และลดการพึ่งพาเส้นทางที่อาจถูกตัดออก เช่น ช่องแคบมะละกา
    3. ทั้งสองฝ่ายต่างแข่งขันเชิงเศรษฐกิจและความมั่นคงในภูมิภาคนี้ ผ่านการชิงสายพานอุปทาน (supply chains) ทรัพยากรสำคัญ และความสัมพันธ์ทางการเมืองกับประเทศสมาชิกอาเซียน

อาเซียน กลายเป็นเวทียุทธศาสตร์ที่มหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ และจีนสนใจ

รุสนันท์ กล่าวด้วยว่า การประชุม ASEAN Summit ครั้งนี้ถือว่ามีความโดดเด่นเป็นพิเศษ เพราะสะท้อนให้เห็นว่าอาเซียนมิได้เป็นเพียง “สมาคมเศรษฐกิจ” เท่านั้น แต่ได้กลายเป็นเวทีสำคัญทางยุทธศาสตร์ที่มหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ และจีนต่างให้ความสนใจทั้งในมิติของการค้าและความมั่นคง (trade & security) เชิงภูมิรัฐศาสตร์

การที่สหรัฐฯ เลือกเข้ามามีบทบาทเชิงรุกมากขึ้นผ่านการลงนามข้อตกลงการค้าในภูมิภาคนี้ แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงทิศทางจากยุทธศาสตร์ “Pivot to Asia” เดิม สู่แนวทางใหม่ที่มุ่งเน้น “ความร่วมมือกับอาเซียน” อย่างแท้จริง

ขณะเดียวกัน อาเซียนเองก็มีบทบาทสำคัญในการสร้าง สมดุล (balance) ระหว่างอิทธิพลของสองมหาอำนาจ โดยพยายามรักษาผลประโยชน์ร่วมของภูมิภาค ทั้งในด้านการค้า การเปิดตลาด และห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนลดความเสี่ยงจากแรงกดดันทางการเมืองและเศรษฐกิจจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ซึ่งทำให้อาเซียนในวันนี้ไม่ใช่เพียงผู้ตาม แต่เป็น “ตัวแสดงหลัก” ที่กำหนดทิศทางของภูมิภาคในยุคการแข่งขันเชิงอำนาจใหม่ได้อย่างมั่นคงและชาญฉลาด

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง