Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

พรรคคอมมิวนิสต์จีนปลดเจ้าหน้าที่ระดับสูงและนายทหารอาวุโส 9 นาย อ้างพฤติกรรมต้องสงสัยเกี่ยวกับการทุจริต แต่ถูกจับตาว่าอาจเป็นการกำจัดคู่แข่งทางการเมือง และสะท้อนวัฒนธรรมเล่นพรรคเล่นพวกในโครงสร้างอำนาจจีน

รัฐบาลพรรคคอมมิวนิสต์จีนและกองทัพประชาชนจีนได้สั่งปลดเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงสุด 2 นาย และ เจ้าหน้าที่ทหารอาวุโสอีก 7 นาย ด้วยข้อกล่าวหาเรื่องต้องสงสัยว่าประพฤติมิชอบร้ายแรงที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชัน

บุคคลระดับสูงจากกองทัพจีนที่ถูกปลดในครั้งนี้คือ พลเอกเหอเว่ยตง (He Weidong) รองประธานคณะกรรมาธิการทหารส่วนกลาง CMC ซึ่งถือเป็นตำแหน่งนายพลที่เกือบใหญ่ที่สุดของกองทัพจีน และ พลเรือเอกเหมียวฮวา (Miao Hua) จากกองทัพเรือจีน ซึ่งเคยเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกรมการเมือง หรือ โปลิตบูโร ของจีน ทั้งสองรายนี้ต่างก็เผชิญข้อหาเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชันในกองทัพ

นอกจากนี้ยังมีนายทหารและเจ้าหน้าที่ระดับสูง 7 ราย ที่ถูกปลดได้แก่

  1. เหอ หงจุน (He Hongjun) อดีตรองหัวหน้า / ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายงานการเมืองของ คณะกรรมาธิการทหารส่วนกลางจีน (CMC Political Work Department)
  2. หวัง ซิวปิน (Wang Xiubin) อดีตผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์บัญชาการร่วมปฏิบัติการ CMC (Joint Operations Command Centre)
  3. หลิน เซียงหยาง (Lin Xiangyang) อดีตผู้บัญชาการภาคการรบตะวันออก (Eastern Theatre Commander)
  4. ซิน ชูถง (Qin Shutong) อดีตผู้อำนวยการการเมืองของกองทัพบกจีน (PLA Army Political Commissar)
  5. หยวน หัวจื้อ (Yuan Huazhi) อดีตรองคณะมนตรีด้านการเมืองของกองทัพเรือจีน (PLA Navy Political Commissar)
  6. หวัง โห่บิน (Wang Houbin) อดีตผู้บัญชาการกองกำลังขีปนาวุธจีน (PLA Rocket Force Commander)
  7. หวัง จุนหนิง (Wang Chunning) อดีตผู้บัญชาการกองกำลังตำรวจจีน (People’s Armed Police Force Commander)

สำหรับพลเอกเหอ เคยดำรงตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการของ CMC ช่วงที่เกิดการปฏิวัติวัฒนธรรมระหว่างปี 2509-2519 นับเป็นนายพลจากยุคสมัยดังกล่าวคนแรกที่ถูกสั่งปลดจากทางการ นอกจากนี้ยังเป็นคนที่นับว่ามีความใกล้ชิดกับประธานาธิบดีสีจิ้นผิงผู้ที่ดำรงตำแหน่งควบเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดของจีนด้วย

มีข้อสังเกตจากสื่อว่า ไม่มีใครพบเห็นพลเอกเหอมาตั้งแต่เดือนมีนาคมของปีนี้ และทางการจีนก็ไม่เคยเปิดเผยเรื่องราวการสืบสวนเกี่ยวกับข้อกล่าวหาของเขาต่อสาธารณะ ซึ่งนอกจากพลเอกเหอแล้วผู้ถูกกล่าวหารายอื่นๆ ก็ไม่ได้ปรากฏตัวต่อสาธารณะมาเป็นเวลาหลายเดือนเช่นกัน

สำหรับกรณีของ พลเรือเอกเหมียวนั้น เขาถูกขับออกจากการเป็นคณะกรรมการโปลิตบูโรมาตั้งแต่เดือน มิถุนายนเนื่องจากถูกสืบสวนเรื่อง "การละเมิดวินัยร้ายแรง"

จนกระทั่งในวันที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา ทางการจีนประกาศว่าพลเอกเหอ และพลเรือเอกเหมียว กับเจ้าหน้าที่ทหารอาวุโสอีก 7 นาย ถูกกล่าวหาว่า "ละเมิดวินัยพรรคร้ายแรงและต้องสงสัยว่าก่ออาชญากรรมร้ายแรงในหน้าที่โดยมีส่วนเกี่ยวข้องกับเงินเป็นจำนวนมาก"

โฆษกกระทรวงกลาโหมของจีน จาง เซียวกัง แถลงว่าการกระทำผิดของผู้ที่ถูกกล่าวหาเหล่านี้ "เป็นเรื่องร้ายแรง" และชื่นชมการสั่งปลดว่าเป็น "ความสำเร็จที่สำคัญของพรรคคอมมิวนิสต์จีนและของปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันของกองทัพ"

มีข้อสังเกตอีกว่าการประกาศเรื่องการสั่งปลดในครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงใกล้กับ การประชุมคณะกรรมการกลางชุดที่ 20 ครั้งที่ 4 ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ซึ่งเป็นการประชุมสมาชิกระดับสูงมากกว่า 200 รายแบบครบองค์ประชุม

กวาดล้างผู้ต่อต้านบ่อยขึ้นจน "เป็นเรื่องปกติ"

จาเอียนจง รองศาสตราจารย์ภาควิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ กล่าวว่า "การเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆ ในรูปแบบนี้" สำหรับเหล่าผู้นำจีน มักจะเกิดขึ้นบ่อยจนกลายเป็นสิ่งที่ "ดูเป็นเรื่องปกติมากขึ้นกว่าแต่ก่อน"

เขามองว่า การสั่งปลดที่เกิดขึ้นนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองการปกครองสำหรับประธานาธิบดีสีจิ้นผิง หรืออาจจะมองได้ว่าสีจิ้นผิงพยายาม "ควบรวมอำนาจ" ไว้ที่ตัวเองมากขึ้น จนทำให้พรรคอิงกับอำนาจศูนย์กลางมากขึ้นและมีอำนาจควบคุมกลไกของพรรคได้มากขึ้น

เหวินตี้ซุง นักวิจัยโครงการ Global China Hub จากแอตแลนติกเคาท์ซิล มองว่าสีจิ้นผิงกำลัง "ล้างบ้าน" เพราะการที่เขาขับพลเอกเหอ และพลเรือเอกเหมียว ออกจากตำแหน่งนั้น เป็นการเปิดทางให้เขาแต่งตั้งคนใหม่เข้าไปใน CMC ได้ ซึ่งมีตำแหน่งว่างอยู่ครึ่งหนึ่งมาตั้งแต่เดือน มีนาคม แล้ว

พลเอกเหอ ซึ่งเป็นหนึ่งในคนที่ถูกสั่งปลดนั้น นับเป็นผู้ใกล้ชิดกับสีจิ้นผิงมายาวนาน ตั้งแต่ตอนที่พวกเขาเคยรับราชการร่วมกันที่มณฑลเจ้อเจียงในยุคปลายคริสตทศวรรษ 1990s ต่อมา พลเอกเหอ ก็ได้เข้าร่วมเป็นกรรมาธิการ CMC หลังจากที่ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองทัพในสมรภูมิภาคตะวันออกที่มณฑลฝูเจี้ยน ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีความสำคัญกับความขัดแย้งระหว่างจีนกับไต้หวัน

กระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ หรือเพนทากอน เปิดเผยว่า พลเอกเหอ มีบทบาทสำคัญในการวางแผนซ้อมรบด้วยกระสุนจริง หลังจากที่ แนนซี เปโลซี ซึ่งในตอนนั้นดำรงตำแหน่งโฆษกสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ ได้เดินทางเยือนไต้หวันเมื่อกลางปี 2565 ทำให้จีนไม่พอใจจึงได้แสดงออกอย่างก้าวร้าวมากขึ้นโดยการซ้อมรบใกล้กับไต้หวันช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ในปี 2565 พลเอกเหอ ยังได้รับการแต่งตั้งเป็นรองประธาน CMC โดยไม่ได้ผ่านการกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก 205 คนของโปลิตบูโรมาก่อนด้วย

สะท้อนลัทธิเล่นพรรคเล่นพวก

มูลนิธิ เจมส์ทาวน์ ซึ่งเป็นองค์กรด้านการวิเคราะห์วิจัยประเด็นนานาชาติ วิเคราะห์การสั่งปลดหมู่ในครั้งนี้ว่า สะท้อนให้เห็นการเล่นพรรคเล่นพวกในการเมืองของจีน บุคคลเหล่านี้ถูกปราบเพราะถูกมองว่าเป็นฝ่ายที่ต่อต้านและกระทำผิดในเรื่องการส่งเสริมแต่งตั้งบุคลากร ซึ่งส่วนหลังนี้ได้สะท้อนออกมาในคำแถลงของพรรคที่ระบุกล่าวหาว่าบุคคลเหล่านี้ "กระทำผิดเกี่ยวกับหน้าที่การงาน"

ทางมูลนิธิ เจมส์ทาวน์ ระบุอีกว่าปัญหานี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาที่ใหญ่กว่าในพรรคคอมมิวนิสต์จีน คือปัญหาเรื่องการบริหารบุคคล โดยบุคคลที่ถูกสั่งปลดทั้ง 9 คน ต่างก็มีเส้นสายที่มี พลเรือเอกเหมียวฮวา และ พลเอกเหอเว่ยตง เป็นศูนย์กลาง โดยที่ พลเรือเอกเหมียวฮวา ได้รับการส่งเสริมด้านการงานอย่างรวดเร็วที่สุดจนกระทั่งได้รับหน้าที่เป็นคนที่คอยดูแลเรื่องการส่งเสริมแต่งตั้งบุคลากรทางการทหาร ซึ่งในจำนวนนี้มีอยู่ 6 รายที่ พลเรือเอกเหมียวฮวา ช่วยให้ก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่การงานได้อย่างรวดเร็ว

ขณะเดียวกัน การกวาดล้างด้วยการปลดขนานใหญ่เช่นนี้ก็สะท้อนว่า สีจิ้นผิง ต้องการยึดกุมอำนาจการบริหารจัดการบุคลากรและปรับระบบในเรื่องนี้ ไปพร้อมๆ กับแสดงออกให้เห็นว่าทางพรรคจะไม่ยอมปล่อยให้มีการทุจริตเกิดขึ้นเด็ดขาด

 

เรียบเรียงจาก

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง