โฆษกพรรคเพื่อไทยระบุพรรคฯ พร้อมยื่นซักฟอกรัฐบาล มองรัฐบาลบริหารผิดพลาด ปล่อยบุคลากรบางคนเอี่ยวทุนสีเทา - ติง 'อนุทิน' เดินเกมเวทีโลกช้า บางถ้อยคำเสี่ยงทำไทยเสียดินแดน ถาม "ประชาชน-ฝ่ายค้าน" การบริหารผิดพลาดยังไว้วางใจรัฐบาลบริหารประเทศต่อหรือไม่
16 พฤศจิกายน 2568 นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทย พร้อมยื่นเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเองเลยหรือไม่ ว่า ตอนนี้จากที่เราได้มีการแถลงมาและบุคลากรในพรรค ได้มีการสื่อสารไปแล้ว ขณะนี้มีการรวบรวมข้อมูลต่างๆเพื่อเตรียมความพร้อม ตนคิดว่ารอเปิดสมัยประชุมสภาฯ เรามีความพร้อมแน่นอน
เมื่อถามว่า การร่างญัตติ การรวบรวมรายชื่อ และแนวโน้มจะยื่นอภิปรายรัฐมนตรีกี่คนเป็นอย่างไรบ้าง นายศึกษิษฏ์ กล่าวว่า ตอนนี้มีการรวบรวมรายชื่อภายในพรรค ไม่น่ามีปัญหาอะไร และจะมีการพูดคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นๆ ใครบ้างส่วนจะยื่นใครบ้างนั้นอย่างน้อยๆ นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้นำสูงสุดก็ต้องมีความรับผิดชอบสูงสุดอยู่แล้ว ส่วนรัฐมนตรีคนอื่น รอดูตามความเหมาะสม
เมื่อถามว่าการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะให้สมวัตถุประสงค์ จะล้มเก้าอี้ได้ เสียงฝ่ายค้านเพียงพอที่จะสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ได้หรือไม่ นายศึกษิษฏ์ กล่าวว่า ถ้านับดูตัวเลขแล้วเพียงพอ แต่ต้องรอดูสัญญาณหลายๆ ด้าน ตนคิดว่าข้อมูลเชิงประจักษ์ ออกมาทั้งสิ่งที่พรรคเพื่อไทยสื่อสารและสิ่งที่พรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นได้สื่อสาร เห็นได้ค่อนข้างชัดว่ารัฐบาลนี้มีการบริหารที่ผิดพลาดจริงๆ ตนคิดว่าตรงจุดนั้น รอดูความชัดเจนและความจริงใจของพรรครวมฝ่ายค้านว่าจะร่วมมือกันหรือไม่ เพราะไม่ใช่แค่พรรคเพื่อไทยพรรคเดียวที่พูดว่ารัฐบาลนี้บริหารงานผิดพลาดอย่างไร หลายพรรคร่วมฝ่ายค้าน ก็ออกมาสื่อสาร ในหลายเรื่องไม่ว่าจะเป็นเรื่องคอลเซ็นเตอร์ เรื่องเงินสีเทา เพราะฉะนั้นเมื่อถึงเวลาจะโหวต เราก็รอดูว่า พรรคนั้นเวลาพูดอย่างหนึ่ง เวลากระทำในสภา จะเป็นอย่างไร พรรครวมฝ่ายค้านทุกคนมองเห็น ว่ารัฐบาลนี้บริหารจัดการผิดพลาด
เมื่อถามย้ำว่า มีการพูดคุยกับพรรคประชาชน ในเรื่องการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้วหรือยัง นายศึกษิษฏ์ กล่าวว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 14 พ.ย. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้คุยนอกรอบไปแล้ว แต่ตนยังไม่มีเวลาพูดคุยกับนายจุลพันธ์ แต่แนวทางน่าจะเห็นตรงกันอย่างที่บอกว่า ทุกพรรคร่วมฝ่ายค้านมีการสื่อสารออกมาตรงกันหมด ว่ารัฐบาลนี้บริหารจัดการผิดพลาดอย่างไรอย่างไร ปล่อยให้บุคลากรบางคนในรัฐบาล มีความเกี่ยวโยงกับเงินสีเทาอย่างไรบ้าง ตนเชื่อว่าทุกพรรคมีข้อมูลแน่นอยู่แล้ว แต่เราจะประสานงานอย่างไรเพื่อให้การดำเนินงานในสภาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ก็รอดู
เมื่อถามว่า พรรคประชาชนมีการแบ่งรับแบ่งสู้ โดยเฉพาะกับพรรคภูมิใจไทย นายศึกษิษฏ์ กล่าวว่า ตนว่าเป็นการแสดงความจริงใจของพรรคประชาชน ก็ต้องรอดูว่าเขาจริงใจต่อการสื่อสารในสิ่งที่เขาสื่อสารหรือเปล่า เพราะอย่างที่บอก ทาง สส. และบุคลากรหลายคนของพรรคประชาชน ก็ออกมาสื่อสารชัดเจน ว่ารัฐบาลนี้ทำงานผิดพลาดอย่างไร บุคลากรและรัฐมนตรีหลายท่านมีความเกี่ยวโยงกับทุนสีเทาอย่างไร ต้องรอดูว่าเมื่อท่านพูดออกมาแล้ว การกระทำจะทำตามสิ่งที่พูดออกมาหรือไม่
นายศึกษิษฏ์ ยังกล่าวถึงโพลสำรวจความนิยมของความนิยมพรรคเพื่อไทย ยังตามพรรคประชาชน เช่น ภาคอีสาน ภาคกลาง จะมีวิธีผลักดันอย่างไรให้ได้รับความนิยมแบบในอดีต ว่า ตนมองว่ามีหลายๆ เรื่อง ที่ผ่านมาเรามีการแถลง ทั้งเรื่องการยกเครื่องของพรรค การสื่อสารของพรรคเพื่อไทยก็มีการเปลี่ยนแปลง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายในพรรค และที่สำคัญตัวนโยบายและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ซึ่งยืนยันหากมีการเปิดตัวทั้งสองเรื่องดังกล่าวนี้ เชื่อมั่นของประชาชนต่อพรรคเพื่อไทยกลับขึ้นมาอีกครั้งแน่นอน
ติง 'อนุทิน' เดินเกมเวทีโลกช้า
นายศึกษิษฏ์ กล่าวถึงประเด็นเกี่ยวกับข้อพิพาทชายแดนที่ส่งผลกระทบต่อเวทีโลก สะท้อนถึงความล้มเหลวในการบริหารจัดการของรัฐบาล โดยชี้ว่ารัฐบาลไทยมีหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตยของชาติ และมีสิทธิในการตอบโต้อย่างมีสัดส่วนเมื่อประเทศถูกรุกล้ำ โดยอ้างอิงรัฐบาลพรรคเพื่อไทยที่ผ่านมาได้ทำงานกับฝ่ายความมั่นคงในการตอบโต้การรุกล้ำอธิปไตย และยังย้ำว่าไม่ใช่เรื่องจริง กรณีกระแสข่าวการสั่งหยุดยิงในรัฐบาลยกชุดก่อน ชี้แจงว่ารัฐบาลเพื่อไทยมีการรวบรวมพันธมิตรประเทศต่างๆ เพื่อเดินเกมบนจุดสมดุลระหว่างอธิปไตยและเศรษฐกิจ จนนานาประเทศทั่วโลกพร้อมรับฟังและสนับสนุนประเทศไทยเอาโลกมาล้อมคู่กรณี
ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงในการบริหารจัดการของรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย แต่คำพูดที่สับสน ไม่มีวุฒิภาวะของนายกรัฐมนตรีและทำลายความน่าเชื่อถือของประเทศไทย และบางคำอาจเป็นเหตุสุ่มเสี่ยงให้เกิดการเสียดินแดน ผลักพันธมิตรออกห่าง ไม่สนใจหาแนวร่วมทางการทูต จนประเทศไทยเสียเปรียบ ในกรอบทวิภาคีและพหุภาคี
“ปล่อยให้กัมพูชาติดต่อมาเลเซียกับสหรัฐอเมริกาได้ก่อนเรา ส่วนฝ่ายเรานั่งรอให้เขาติดต่อมา พรรคเพื่อไทยได้เสนอแนวทางตั้งแต่หลังเกิดเหตุให้นายกรัฐมนตรีเร่งพูดคุยกับสหรัฐฯ จีน และมาเลเซีย ซึ่งเป็นผู้ผลักดันและเป็นสักขีพยานในปฏิญญาสันติภาพและข้อตกลงหยุดยิง และใช้กรอบกลไกนานาชาติต่างๆ เพื่อนำข้อมูลของประเทศเราออกไปก่อน แสดงให้โลกรู้ว่าเราไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มใช้ความรุนแรง แต่เป็นกัมพูชาที่เป็นคนฉีดกติกา ใช้ยุทธศาสตร์โลกล้อมกดดันกัมพูชาเหมือนที่เราเคยทำ” นายศึกษิษฏ์ กล่าว
นายศึกษิษฏ์ กล่าวว่า ผลจากการบริหารที่ไร้ประสิทธิภาพทำให้ประเทศไทยอยู่ในภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก นอกจากการเผชิญหน้ากับกัมพูชาแล้ว ยังเจอแรงกดดันจากอเมริกา ทั้งที่สามารถรับมือ กับสถานการณ์ได้ดีกว่านี้ โดยไม่เปิดช่องให้ไทยเป็นฝ่ายเสียเปรียบ โดยหยิบยกมูลค่าทางการค้าระหว่างประเทศกว่า 3 ล้านล้านบาท
“ประชาชนหลาย 10 ล้านคนที่ได้รับผลกระทบ เสียหายทั้งด้านอธิปไตยและเศรษฐกิจ และความร่วมมือในการปราบปรามคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นปัญหาที่กัดกร่อนประชาชนคนไทย อย่างเรื้อรังยังคงติดค้างอยู่ พรรคเพื่อไทยจึงตั้งคำถามไปยังประชาชน และพรรคการเมืองฝ่ายค้าน ว่าสิ่งที่รัฐบาลนี้ได้กระทำ นับเป็นความผิดพลาดเพียงพอที่จะไว้วางใจให้บริหารประเทศต่อไปได้หรือไม่” นายศึกษิษฏ์ กล่าว
