Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

นิสิตจุฬาฯ และประชาชนที่ได้รับผลกระทบ รวมตัวฟ้องกรุงเทพมหานคร กรณีออกใบอนุญาตให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สร้างคอนโดมิเนียม “โครงการหมอน 33” ซอย จุฬาฯ 9 โดยกลุ่มผู้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองระบุว่า ระหว่างก่อสร้างเกิดปัญหามลภาวะ ฝุ่นละออง สร้างความเดือดร้อนกับประชาชน ถนนเข้าอาคารสูงกว้างน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด จึงขอให้ศาลปกครองเข้ามาตรวจสอบและเพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้าง

โครงการพัฒนาพื้นที่หมอน 33 (Block 33) (แฟ้มภาพ)

กลุ่มนิสิตจุฬาฯ และประชาชนยื่นฟ้องศาลปกครองเพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างคอนโดจุฬาฯ “หมอน 33”

20 พ.ย. 2568  วานนี้ (19 พ.ย. 2568) เวลา 13:30 น. ที่ศาลปกครองกลาง ถนนแจ้งวัฒนะ มีกลุ่มนิสิตจุฬาฯ และประชาชนที่ได้รับผลกระทบ รวมตัวฟ้องกรุงเทพมหานคร (กทม.) กรณีออกใบอนุญาตให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สร้างคอนโดมิเนียม “โครงการหมอน 33” ซอย จุฬาฯ 9 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร  โดยกลุ่มนิสิตฯ และประชาชนที่ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองระบุว่าโครงการดังกล่าวสร้างความเดือดร้อนกับประชาชนและไม่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยขอให้ศาลเพิกถอนการอนุญาตก่อสร้างของ กทม. ดังกล่าว โดยรายละเอียดคำฟ้องคดีมีดังนี้

“วันนี้ 19 พฤศจิกายน 2568 พวกเราในฐานะประชาชนและนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่อาศัยอยู่บริเวณสามย่าน พวกเรามายื่นฟ้องกรุงเทพมหานคร (กทม.) กับศาลปกครอง กรณีที่ กทม. ออกใบอนุญาตการก่อสร้างให้กับ “โครงการพัฒนาพื้นที่หมอน 33” ภายใต้การบริหารจัดการของสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นโครงการสร้างคอนโด อาคารสำนักงาน และจอดรถยนต์ มีจำนวนห้องพักทั้งหมด 1,803 ห้อง เป็นอาคาร 3 ทาวเวอร์

ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา พวกเราได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง ทั้งมลภาวะทางอากาศ ฝุ่นละอองที่ปกคลุมพื้นที่ในทุกวัน มลภาวะทางเสียงจากการก่อสร้างตั้งแต่เช้าจรดเย็น ทางเดินเท้าที่ถูกเบียดรุกจนคนต้องเดินเบี่ยงลงถนน การสัญจรของรถที่ติดขัดกว่าที่เคยเพราะพื้นที่การก่อสร้างล้ำเข้าไปบนถนนสาธารณะ และที่สำคัญยังเคยมีโครงสแลนของโครงการก่อสร้างร่วงใส่หลังคาตลาดสามย่านจนหลังคาชำรุดและไฟดับกว่าหลายชั่วโมง ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในย่านซึ่งเป็นที่อยู่อาศัย สถานศึกษา และเส้นสัญจรหลักของนิสิต ชุมชน และประชาชนผู้ใช้พื้นที่นับหมื่นคนต่อวัน

นอกจากนี้ พวกเราเห็นอาคารสูงขนาดใหญ่พิเศษนี้ก่อสร้างขึ้นกลางพื้นที่มหาวิทยาลัย แต่จากการสังเกตของพวกเราเองกลับพบว่าโครงการของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยดังกล่าว ซึ่งเป็นอาคารสูงขนาดใหญ่พิเศษที่มีพื้นที่รวมทุกชั้นมากกว่า 30,000 ตารางเมตร ควรต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 33 (พ.ศ. 2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ประกอบกับกฎกระทรวง ฉบับที่ 50 (พ.ศ. 2540) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ที่กำหนดให้อาคารขนาดใหญ่พิเศษต้องมีทางสาธารณะเข้าสู่ที่ตั้งโครงการที่มีเขตทางกว้างไม่น้อยกว่า 18 เมตร และที่ดินที่ติดถนนสาธารณะต้องกว้างไม่น้อยกว่า 12 เมตรเพื่อให้รถดับเพลิงเข้าออกได้สะดวก

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

แต่ปรากฎว่า ระยะห่างจากฐานอาคารถึงเส้นถนนฝั่งตะวันตกที่ติดกับถนนสาธารณะซอยจุฬาลงกรณ์ 5 มีระยะห่างประมาณ 10 เมตร และมีความกว้างเขตทางถนนประมาณ 11 เมตร

ระยะห่างจากฐานอาคารถึงเส้นถนนฝั่งตะวันออกที่ติดถนนสาธารณะซอยจุฬาลงกรณ์ 9 มีระยะห่างประมาณ 6 เมตร และมีความกว้างเขตทางประมาณ 10 เมตร

ระยะห่างจากฐานอาคารถึงเส้นถนนฝั่งเหนือที่ติดถนนสาธารณะซอยจุฬาลงกรณ์ 26 มีระยะห่างประมาณ 6 เมตร และมีความกว้างเขตทางประมาณ 8 เมตร

ระยะห่างจากฐานอาคารถึงเส้นถนนฝั่งใต้ที่ติดถนนสาธารณะซอยจุฬาลงกรณ์ 32 มีระยะห่างประมาณ 6 เมตร และมีความกว้างเขตทางประมาณ 6 เมตร

โครงการนี้จึงเป็นการก่อสร้างอาคารที่ไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งกรุงเทพมหานครมีอำนาจหน้าที่ในการออกใบอนุญาตและควบคุมตรวจสอบการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่พิเศษดังกล่าวให้เป็นไปตามกฎหมาย แต่มิได้ควบคุมตรวจสอบให้การก่อสร้างให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด พวกเราจึงมายื่นคำฟ้องต่อศาลปกครองในกรณีนี้

การพัฒนาต้องอยู่บนฐานความถูกต้องตามกฎหมายและคำนึงถึงสวัสดิภาพของคนที่อยู่รอบนั้นจริงๆ เราฟ้องเพื่อยืนยันว่าความปลอดภัยของคนตัวเล็กๆ ในพื้นที่ใกล้เคียงต้องสมควรได้รับฟัง เราจึงขอให้ศาลตรวจสอบและเพิกถอนการอนุญาตที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพื่อให้ทุกการก่อสร้างในเมืองนี้ต้องเคารพกฎหมาย และเคารพชีวิตของผู้คนที่ต้องอยู่ร่วมกับมันได้อย่างแท้จริง”

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง