Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

แถลงข่าวประจำสัปดาห์พรรคเพื่อไทย ข้องใจ รมว.มหาดไทย ไม่เชื่อการกระจายอำนาจ ให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นแทรกแซงการของบประมาณ - ตั้งคำถามถึงรัฐบาล ย้ายข้าราชการ 3 เดือนเกือบ 300 ตำแหน่ง พุ่งเป้ามหาดไทย ปูทางเลือกตั้งหรือไม่ ซัดโยกอธิบดีกรมที่ดินเพียง 6 วัน ทำสับตำแหน่งในบุรีรัมย์พรึบ เหน็บหากมั่นใจอย่าหนีซักฟอก ลั่นจ่อเปิดตัวครอบครัวเพื่อเต็มองคาพยพ

22 พ.ย. 2568 ในการแถลงข่าวประจำสัปดาห์พรรคเพื่อไทย นายพัฒนา สัพโส สส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย แถลงว่า ตนขอตั้งข้อสังเหตุต่อพฤติการบางประการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการงบประมาณภาครัฐ อาจเข้าข่ายบทบัญญัติมาตรา 29 แห่งวิธีการงบประมาณ พ.ศ.2561 ซึ่งกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดในการของบประมาณอุดหนุนเฉพาะกิจปี 2570 ซึ่งอาจจะขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมาย ในการทำคำขอดังกล่าว มีระบุในพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ขั้นตอนแผนการกระจายอำนาจ และพ.ร.บ.วิธีการงบประมาณที่ให้ท้องถิ่น เช่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดและเทศบาลต่างๆ ทำการของบประมาณตรงมายังสำนักงบประมาณในระบบ บีบีแอล ซึ่งหลักเกณฑ์ในพ.ร.บ.เป็นอำนาจของผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ แต่ในรัฐบาลชุดนี้ โดย สถ.ได้ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด จัดตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองระดับจังหวัดโดยผ่าน สถ.

นายพัฒนา กล่าวต่อว่า ตนเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่เพราะกฎหมายไม่ได้ให้อำนาจให้คณะกรรมการชุดนี้มีการตัดหรือเพิ่ม เพราะถ้าตัดหรือเพิ่มจะถือว่าเป็นการแทรกแซงหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย และรมว.มหาดไทย ก็เป็นนายกฯ และประธานกรรมการกระจายอำนาจ

“ท่านบริหารราชการแผ่นดินอย่างนี้ ผมมองเป็นเจตนาอย่างอื่นไม่ได้ ท่านไม่รักคุณท้องถิ่น และไม่เชื่อในการกระจายอำนาจ ท่านถึงได้ตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองระดับจังหวัด และให้ สถ.เข้ามาแทรกแซงในการทำคำของบประมาณ ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดและเทศบาล ซึ่งทุกรัฐบาลที่ผ่านมาเขาไม่ทำกัน เพราะเดิมองค์การบริหารส่วนตำบล ยังขอผ่าน สถ. แต่รัฐบาลชุดนี้ไม่รู้ว่ามีเหตุผลและเจตนาอะไรถึงต้องย้อนกลับไปให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดและเทศบาล ขอผ่าน สถ. นั่นคือสิ่งที่ผมอยากสื่อไปยัง รมว.มหาดไทย ว่าวันนี้ท่านยังแก้ไขได้ทัน” นายพัฒนา กล่าว

ตั้งคำถามถึงรัฐบาล ย้ายข้าราชการ ปูทางเลือกตั้งหรือไม่

นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ​ โฆษก​พรรค​เพื่อ​ไทย​ กล่าวถึงการติดตามการทำงานของรัฐบาล​ ในการโยกย้ายข้าราชการระดับสูง หลังจากการเข้ามาทำงานใน 1 เดือนของรัฐบาล​ มีการโยกย้ายข้าราชการระดับสูงไปแล้ว 89 ตำแหน่ง​ และถึงขณะนี้​ ระยะเวลา​ 2 เดือนเศษ​มีการโยกย้ายไปแล้ว 122 ตำแหน่ง และหาครบเรื่อยๆถึงสิ้นเดือนน่าจะทะลุ​ 300 ตำแหน่ง โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย​ มีการโยกย้ายไปแล้ว 49 ตำแหน่ง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 13 ตำแหน่ง​ สำนักนายกรัฐมนตรี 12 ตำแหน่ง

โฆษกพรรคเพื่อไทย​ ยังตั้งข้อสังเกตว่าหลายตำแหน่งเกี่ยวข้องกับคดีสำคัญ​ อย่างเขากระโดง​ ซึ่งข้อเท็จจริงเป็นที่ประจักษ์ในสังคม​ และตำแหน่งสำคัญอย่าง​ เลขาธิการ​สำนักทรัพยากรน้ำแห่งชาติ​ หรือ สทนช. มีการปรับเปลี่ยน​ ทั้งที่ประเทศไทยจมน้ำอยู่เป็นล้านไร่​ หรืออธิบดีกรมที่ดินที่มีการแต่งตั้งเมื่อ 12 พฤศจิกายน​ แต่หลังจากนั้น 6 วัน​ มีการโยกย้ายข้าราชการที่ดิน​ ในจังหวัดบุรีรัมย์​ทันที​ จึงอาจตั้งข้อสังเกตไม่ได้ว่า​ มีข้อเกี่ยวข้องกับคดีสำคัญหรือไม่

โฆษกพรรคเพื่อไทย​ กล่าวอีกว่า พรรคเพื่อไทยจึงอยากเรียกร้องให้ประชาชนช่วยกันจับตามองถึงการแต่งตั้งโยกย้ายเหล่านี้​ แต่งตั้งตามกฎหมายและระเบียบหรือไม่หรือเป็นเพียงปลายภูเขาน้ำแข็ง​ เพราะเป็นข้าราชการระดับสูง​ ที่ต้องมีการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี​ และตั้งคำถามว่าข้าราชการที่ต่ำลงไปจะมีอีกจำนวนเท่าไหร่​ หรือการแต่งตั้งโยกย้ายในระดับนี้เป็นการแต่งตั้งเพื่อหาผลประโยชน์ หรืออำนวยความสะดวกในการเลือกตั้งครั้งต่อไปหรือไม่​

นายศึกษิษฏ์ กล่าวอีกว่า ทั้งเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายและการจัดการงบประมาณภาครัฐ มีความเกี่ยวเนื่องกันอย่างชัดเจน โดยทางพรรคเพื่อไทยขอเรียกร้องให้ประชาชน ช่วยกันจับตามองว่าการแต่งตั้งโยกย้าย และการเพิ่มขั้นตอนการของบประมาณ เป็นการปูทางอำนวยความสะดวกในการเลือกตั้งหรือไม่ ที่มีการพูดว่า พร้อมแล้วที่จะยุบสภา พร้อมเตรียม 2 เรื่องดังกล่าวไว้แล้วใช่หรือไม่ และหากนายกรัฐมนตรียืนยันว่าที่ผ่านมา บริหารราชการแผ่นดินได้อย่างถูกต้อง ก็อย่าหนีการตรวจสอบ

" ที่บอกว่าเพิ่งเข้ามาได้เดี๋ยวเดียว จะทำอะไรผิดได้ ทางพรรคเพื่อไทยเราเห็นต่าง เพราะความเสียหายเกิดขึ้นแล้ว เป็นความเสียหายจำนวนมากด้วย ซึ่งการตรวจสอบรัฐบาลเป็นหน้าที่ของฝ่ายค้าน พรรคเพื่อไทยไม่เคยเรียกร้อง หรือบังคับให้ใครมาร่วมอภิปรายด้วย ทุกพรรคมีสิทธิ์จะโหวตอย่างไรก็ได้ ถ้านายกฯและรัฐบาลสามารถชี้แจงได้ ท่านก็น่าจะได้รับการไว้วางใจให้บริหารประเทศต่อ ท่านอย่าหนีความรับผิดชอบ" นายศึกษิษฏ์ กล่าว

นายศึกษิษฏ์ กล่าวอีกว่า สำหรับพรรคเพื่อไทย เรามีการเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งหลายๆ ด้าน ทั้ง สส. และผู้สมัครของเรา ได้ลงพื้นที่ไปรับฟังปัญหา และช่วยเหลือประชาชนอย่างอย่างเหนียวแน่นและใกล้ชิด รวมถึงเราได้ตั้ง นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส. บัญชีรายชื่อ เป็นประธานกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อไทย นอกจากนี้ยังได้มีการเปิดตัวผู้สมัครไปแล้ว กว่า 250 เขต และจะมีการทยอยเปิดตัวเรื่อยๆ เป็นการแสดงได้ชัดว่าพรรคเพื่อไทย ยังเป็นสถาบันทางการเมืองที่มีความเข้มแข็ง และมีบุคลากรจำนวนมาก ต้องการเข้ามาร่วมงานด้วย

อย่างไรก็ตามในเร็วๆ นี้ จะมีงานเปิดตัวครอบครัวเพื่อไทย ซึ่งรอบนี้จะจัดอย่างเต็มองคาพยพ

ที่มาเรียบเรียงจาก: สำนักข่าวไทย [1] [2]


 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง