Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์
  • บริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ ประกาศปิดงานสมาชิกสหภาพแรงงานไดกิ้นอมตะรักษ์เสรี ชลบุรี หลังเจรจาโบนัสและรางวัลประจำปี ไม่ลงตัว โดยมีผลตั้งแต่ 6 ธ.ค.นี้ เป็นต้นไป จนกว่าจะหาข้อยุติได้
  • ‘มานิตย์’ ประธานสหภาพแรงงานไดกิ้น แจงเหตุผลข้อเสนอเงื่อนไขเงินรางวัล และโบนัสประจำปี ยันเรียกร้องตามผลประกอบการที่มีกำไร ปฏิเสธข่าวลือปมเรียกโบนัสโหด พร้อมชี้แจงปมปัญหาเรื่องการแจกทองคำเป็นสิ่งที่นายจ้างตกลงไว้แต่แรก
  • ‘ทนายยิ่งพร’ เพจคลินิกกฎหมายแรงงาน อธิบาย สิทธิปิดงานของนายจ้าง ตาม พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ ไม่ใช่การเลิกจ้างคนงาน และไม่ต้องจ่ายค่าแรงให้ ยกเว้นใช้สิทธิปิดงานไม่ชอบด้วยกฎหมาย
  • ‘ตรีนุช’ รมว.แรงงาน เผยวันที่ 8 ธ.ค.นี้ กระทรวงแรงงานพร้อมเข้าไปเป็นคนกลางช่วยไกล่เกลี่ยทั้ง 2 ฝ่ายหาจุดลงตัว และหวังว่าจะสามารถกลับเข้ามาทำงานร่วมกันได้อีกครั้ง 

5 ธ.ค. 2568 สื่อหลายสำนักรายงานวานนี้ (4 ธ.ค.) มีการเผยแพร่ประกาศ บริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด ขอใช้สิทธิปิดงานพนักงานที่เป็นสมาชิกสหภาพแรงงานไดกิ้น อมตะรักษ์เสรี และสมาชิกสหภาพแรงงานที่เกี่ยวข้อง โดยเริ่มวันแรกวันที่ 6 ธ.ค. 2568 เป็นต้นไป จนกว่าทางสหภาพแรงงาน และบริษัท จะข้อยุติด้วยกันได้

สาเหตุหลักมาจากบริษัทไดกิ้นฯ และสหภาพแรงงาน ไม่สามารถเจรจาหาข้อยุติ และกลายเป็นข้อพิพาทแรงงาน จากกรณีที่ทางสหภาพแรงงานมีข้อเรียกร้องเรื่องโบนัสและรางวัลการทำงานประจำปีที่ควรจะได้เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว (2567) เนื่องมาจากสหภาพแรงงานเห็นว่าอัตรากำไรของบริษัทเพิ่มสูงขึ้น

เพื่อให้เข้าใจมากขึ้น อยากชวนลองมาดูข้อเสนอจากบริษัทไดกิ้น และสหภาพแรงงานกันก่อน ว่าพวกเขามีข้อเสนออย่างไร

มานิตย์ ปิยัง ประธานสหภาพแรงงานไดกิ้นอมตะรักษ์เสรี จ.ชลบุรี ให้สัมภาษณ์ในรายการ “กรรมกรข่าว คุยนอกจอ” วันนี้ (5 ธ.ค.) ถึงข้อเสนอของสหภาพแรงงานฯ และบริษัทไดกิ้น 

ย้อนไปเมื่อปี 2567 ทางบริษัทไดกิ้น ได้ให้โบนัส เงินพิเศษ (ซึ่งเป็นเงินที่ให้กับพนักงานครั้งเดียว) และอัตราขึ้นเงินเดือน รวมไปถึงเงินโบนัสพิเศษสำหรับพนักงานที่ทำงานมาทั้งสิ้น 10 ปี โดยไม่มีการลางาน ขาดงาน และมาทำงานสาย ดังนี้ 

  • โบนัส จำนวน 7 เดือน
  • เงินพิเศษ 21,000 บาท
  • อัตราการขึ้นเงินเดือน 4.5%
  • โบนัสสำหรับคนที่ทำงานมา 10 ปี จะได้รับเงิน 10,000 บาท และทองคำ 3 บาท

ข้อเสนอของนายจ้าง

ต่อมาในปี 2568 ที่สหภาพแรงงาน และบริษัทไดกิ้น กำลังมีข้อพิพาทด้วยกันนั้น เดิมบริษัทเสนอโบนัส เงินพิเศษ อัตราขึ้นเงินเดือน และโบนัสสำหรับคนที่ทำงานเป็นเวลา 10 ปี โดยไม่มีการลาป่วย ขาดงาน และมาสายในอัตราที่ต่ำลง ดังนี้

  • โบนัส จำนวน 5 เดือน (ลดลง 2 เดือน)
  • เงินพิเศษ 12,000 บาท (เดิม 21,000 บาทในปี 2567)
  • อัตราขึ้นเงินเดือน ลดลงเหลือ 2% (เดิม 4.5%)
  • โบนัสสำหรับคนที่ทำงานครบ 10 ปี โดยไม่เคยมีประวัติ มาสาย ลาป่วย และขาดงาน เปลี่ยนจากเงิน 1 หมื่นบาท และทองคำ มูลค่า 3 บาท เป็นให้เงิน 40,000 บาท และไม่ได้ให้ทองคำแล้ว

ข้อเรียกร้องของแรงงานไดกิ้น 

สำหรับข้อเรียกร้องของไดกิ้น มีดังนี้ 

  • โบนัส จำนวน 8 เดือน
  • เงินพิเศษ จำนวน 28,000 บาท
  • อัตราขึ้นเงินเดือน จำนวน 6%
  • เงินพิเศษสำหรับคนทำงานมา 10 ปี ไม่ลา ไม่ขาด ไม่สาย คือ 10,000 บาท บวกกับทองคำ มูลค่า 3 บาท

ล่าสุด อย่างที่รายงานเบื้องต้น ทางบริษัทและสหภาพแรงงานยังไม่สามารถตกลงเกี่ยวกับโบนัสประจำปีได้ โดยข้อตกลงล่าสุดอยู่ที่ เงินโบนัส จำนวน 6 เดือน เงินพิเศษ 12,000 บาท อัตราการขึ้นเงินเดือน อยู่ที่ 3% และไม่มีเงินโบนัสสำหรับคนที่มีอายุงาน 10 ปี และมีประวัติไม่เคยลางาน ขาดงาน หรือมาสาย 

เมื่อวานนี้ (4 ธ.ค.) ตัวของบริษัท ไดกิ้น ได้ใช้สิทธิปิดงานสมาชิกสหภาพแรงงานไดกิ้น อมตะรักษ์เสรี และสมาชิกสหาภาพแรงงานที่เกี่ยวข้อง โดยเริ่มตั้งแต่ 6 ธ.ค. 2568 เป็นต้นไปจนกว่าจะสามารถหาข้อยุติกันได้

เหตุผลหลัก สหภาพฯ เรียกร้องโบนัสเพิ่ม

มานิตย์ ปิยัง ประธานสหภาพแรงงานไดกิ้น อมตะรักษ์เสรี ให้สัมภาษณ์กับรายการ กรรมกรข่าว คุยนอกจอ เผยว่า โดยหลักการ เมื่อบริษัทมีกำไรเพิ่มขึ้นจากเมื่อปีที่แล้ว (ปี 2567) และงบดุลมีสภาพคล่องดีมาก สหภาพแรงงานฯ จึงเรียกร้องโบนัส 8 เดือน บวกเงินพิเศษ 28,000 บาท ซึ่งในความเป็นจริงอาจจะตกลงกันที่ 7 เดือนหรือไม่ก็ได้ 

ส่วนเรื่องการขึ้นเงินเดือนที่บริษัทเสนอให้ 3% นั้น ทางสหภาพมองว่าน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับค่าครองชีพ จึงขอปรับขึ้นเป็น 6% เนื่องจากพนักงานบางส่วนมีฐานเงินเดือนเพียงหมื่นกว่าบาทเท่านั้น ค่าครองชีพมันจ่ายไม่ไหว แม้บริษัทจะอ้างเหตุผลเรื่องการสำรองเงินสดไว้บริหารและแข่งขันในตลาด แต่สหภาพฯ มองว่าผลประกอบการเพิ่มขึ้นทุกปี บริษัทน่าจะสามารถจ่ายได้

"ยังตกลงไม่ได้ บริษัทก็อ้างว่าต้องเอาเงินในการบริหารงานของบริษัทต่อไป และเรื่องของเศรษฐกิจภายรวมในอนาคตมีแนวโน้มไม่ค่อยดี เพราะจะมีคู่แข่งที่ผลิตเครื่องปรับอากาศเข้ามาเพิ่มค่อนข้างเยอะ แต่เรามองว่าบริษัทจะเจอคู่แข่งอะไรต่างๆ แต่ว่ากำไรมันก็ยังเพิ่มขึ้นทุกปีๆ มองว่าสภาพคล่องก็คล่องมาก เลยมองว่าบริษัทน่าจะจ่ายได้ในส่วนนี้" มานิตย์ กล่าว 

มานิตย์ ให้สัมภาษณ์ระบุด้วยว่า ข้อเรียกร้องของทางสหภาพแรงงานอยากได้โบนัสจำนวนเดือนที่ไม่ต่ำกว่าเมื่อปี 2567 และเงินพิเศษไม่ต่ำกว่า 30,000 บาท ซึ่งเป็นเงินจ่ายครั้งเดียว และอัตราขึ้นเงินเดือน 3% ที่บริษัทเสนอมานั้น ไม่อยากให้น้อยกว่าปีที่แล้วที่ 4.5% 

ตัวเขายอมรับแปลกใจ หลังโรงงานไดกิ้นใช้สิทธิปิดงาน เนื่องจากทุกปีที่ผ่านมาก็สามารถเจรจาหาข้อยุติมาได้ตลอด

“เราไม่รู้เรื่องเลย เราพยายามเจรจาพูดคุยกัน และเรายังมองว่ายังไม่มีเหตุในการหยุดงาน และผู้ว่าฯ เขาก็ยังเป็นห่วง และขอความร่วมมือทั้ง 2 ฝ่าย … แต่สุดท้ายบริษัทเขาก็ยื่นปิดงานเลย เราก็งงเหมือนกันว่ามันน่าจะคุยกันได้ ปกติก็คุยกันได้ และไดกิ้นปกติไม่เคยปิดงานสักปีเลย เจรจากันมานานมาก แต่ปีนี้แปลกใจมากเลย และเราไม่รู้ว่าบริษัทคิดยังไง” มานิตย์ ระบุ

ในส่วนของเงื่อนไขประเด็น "การแจกทองสำหรับคนที่ทำงานไม่ขาด-ลา-มาสาย" ประธานสหภาพแรงงานฯ อธิบายว่า เป็นสวัสดิการที่พนักงานเซ็นสัญญากับบริษัทแบบตัวต่อตัวมาตั้งแต่เข้าทำงาน โดยมีเงื่อนไขว่า 

  • ครบ 6 เดือน จะได้รับเงินพิเศษ 500 บาท
  • ครบ 1 ปี จะได้รับเงินพิเศษ 1,000 บาท
  • ปีที่ 2 จะได้รับเงินพิเศษ 2,000 บาท
  • ปีที่ 3 จะได้รับเงินพิเศษ 3,000 บาท
  • ปีที่ 4 จะได้รับเงินพิเศษ 4,000 บาท
  • ปีที่ 5 จะได้รับเงินพิเศษ 5,000 บาท และได้รับทองมูลค่า 1 บาท
  • ปีที่ 6 จะได้รับเงินพิเศษ 6,000 บาท ทองคำมูลค่า 1 บาท และ 1 สลึง
  • ปีที่ 7 จะได้รับเงินพิเศษ 7,000 บาท ทองคำมูลค่า 1 บาท และ 2 สลึง
  • ปีที่ 8 จะได้รับเงินพิเศษ 8,000 บาท ทองคำมูลค่า 1 บาท และ 3 สลึง
  • ปีที่ 9 จะได้รับเงินพิเศษ 9,000 บาท ทองคำมูลค่า 2 บาท
  • ปีที่ 10 ถ้าไม่ขาด ลา และมาสายเลย จะได้เงิน 10,000 บาท และได้ทองมูลค่า 3 บาท 

มานิตย์ กล่าวต่อว่า แต่เนื่องจากปัจจุบันทองคำมีราคาสูง บริษัทจึงต้องการเปลี่ยนเงื่อนไขและโยนเรื่องมาให้สหภาพรับแทน ซึ่งทางสหภาพฯ ไม่สามารถรับได้ เพราะถือเป็นข้อตกลงสิทธิ์ส่วนบุคคลระหว่างลูกจ้างกับบริษัท หากบริษัทต้องการยกเลิกควรไปคุยกับพนักงานเอง

นอกจากนี้ มานิตย์ ยืนยันด้วยว่า ตามที่มีหลายสื่อเสนอข่าวก่อนหน้านี้ว่าทางสหภาพแรงงานเรียกร้องเงินโบนัสจำนวน 11-12 เดือน และเรียกร้องเงินพิเศษจำนวนแสนบาทนั้น ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด พร้อมตัดพ้อว่าอยากให้สังคมเห็นใจพนักงาน เพราะเงินเดือนไม่ได้สูงและไม่พอค่าครองชีพจริงๆ หากไม่มีพนักงานฝ่ายผลิตช่วยกันทำงานเต็มที่ บริษัทก็คงไม่มีผลประกอบการที่ดีเช่นนี้

ทั้งนี้ ในด้านผลกระทบจะมีพนักงานที่เป็นสมาชิกสหภาพแรงงานบริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ สาขา อมตะรักษ์เสรี จ.ชลบุรี จำนวน 1,500 คน จะถูกปิดงาน หรือจะไม่ต้องมาทำงานและไม่ได้รับเงินเดือน 

ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน แถลงวันนี้ (5 ธ.ค.) ระบุว่า เบื้องต้น ได้มีการสั่งการให้กระทรวงแรงงาน เข้าไปเป็นตัวกลางเจรจาไกล่เกลี่ย ในวันที่ 8 ธ.ค.นี้ เพื่อหาข้อยุติในข้อพิพาท และจุดที่จะทำให้ทั้งสหภาพแรงงานและบริษัทพอใจ และสามารถกลับเข้ามาทำงานร่วมกันได้อีกครั้ง 

สิทธิปิดงานของนายจ้างคืออะไร

สำหรับสิทธิการปิดงาน เป็นสิทธิของนายจ้างตาม พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ ในกรณีที่ไม่สามารถเจรจาหาข้อยุติกับสหภาพแรงงาน และกลายเป็นข้อพิพาทแรงงานได้ และไม่ได้เป็นการเลิกจ้างตามที่มีบางสื่อนำเสนอข่าว 

ยิ่งพร อินทร์ศรีชื่น ทนายความ และแอดมินเพจเฟซบุ๊ก “คลินิกกฎหมายแรงงาน” ซึ่งเป็นเพจให้ความรู้ด้านกฎหมายแรงงาน ระบุว่า การปิดงานไม่ได้เป็นการเลิกจ้างพนักงาน และเงื่อนไขการปิดงานจะเกิดขึ้นตามมาตรา 21 - 22 พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ 

มาตรา 21 กำหนดว่า หากทางฝั่งแรงงาน และบริษัท ไม่สามารถเจรจาตกลงข้อเรียกร้องได้ ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม ให้ถือว่า "ข้อพิพาทแรงงาน" เกิดขึ้น และให้ฝ่ายแจ้งข้อเรียกร้อง ให้ทำหนังสือแจ้งพนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงาน ภายใน 24 ชม. 

มาตรา 22 บัญญัติไว้ว่า ถ้าพนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานเข้ามาไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างแรงงาน และบริษัทแล้ว ภายใน 5 วันนับตั้งแต่พนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานได้รับหนังสือแจ้ง หากไม่สามารถตกลงกันได้ จะถือว่าเป็นข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้ และจะทำให้ใช้สิทธินัดหยุดงาน (สิทธิของลูกจ้าง) และสิทธิปิดงาน (สิทธิของนายจ้าง) ได้นั่นเอง

โดยมาตรา 34 วรรค 2 ผู้ที่จะใช้สิทธินัดหยุดงาน หรือสิทธิปิดงาน ต้องแจ้งเป็นหนังสือถึงพนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงาน และอีกฝ่ายหนึ่งให้ทราบล่วงหน้า ไม่ต่ำกว่า 24 ชม. 

ผลของการปิดงานมีดังนี้

1. การจ้างแรงงานยังคงอยู่ การปิดงานเป็นเพียงการหยุดทำงานชั่วคราว ไม่ได้เป็นการเลิกจ้าง

2. นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าจ้าง เนื่องจากสัญญาจ้างแรงงานเป็นสัญญาต่างตอบแทน เมื่อลูกจ้างไม่สามารถทำงานได้ เพราะการปิดงานของนายจ้าง (ซึ่งเป็นการใช้สิทธิโดยชอบด้วยกฎหมาย) นายจ้างจึงไม่ต้องจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างในช่วงเวลานั้น (อ้างอิงแนวคำพิพากษาศาลฎีกา)

3. แต่หากการปิดงานนั้น ไม่ชอบด้วยกฎหมาย (เช่น ปิดงานโดยไม่มีข้อพิพาทแรงงาน, ปิดงานในกิจการที่ห้ามปิด, หรือไม่ได้แจ้งล่วงหน้า) นายจ้างอาจต้องรับผิดชอบจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างในช่วงที่ปิดงานนั้นได้ (เป็นการจ่ายค่าเสียหาย)

อย่างไรก็ดี หากรัฐมนตรีเห็นว่าการปิดงานนั้นอาจก่อให้เกิดความเดือดร้อนของประชาชน/ขัดต่อความสงบเรียบร้อย/อาจทำให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศ/เป็นภัยความมั่นคงของประเทศ 

รัฐมนตรียังมีอำนาจตามมาตรา 35 (3) จัดให้บุคคลอื่นเข้าทำงานแทนลูกจ้าง ซึ่งมิได้ทำงานเพราะการปิดงานหรือการนัดหยุดงานได้ โดยนายจ้างต้องยอมให้บุคคลเหล่านั้นเข้าทำงาน และห้ามมิให้ลูกจ้างขัดขวาง 

โดยสรุป การปิดงานจะยุติลงเมื่อข้อพิพาทแรงงานได้รับการระงับแล้ว ซึ่งทำได้หลายวิธี เช่น ทั้งสองฝ่ายตกลงกันได้ ทั้งสองฝ่ายตกลงตั้งผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงาน ตามมาตรา 26

โดยคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ (ก.ร.ส.) ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงาน ในกรณีที่เป็นกิจการที่สำคัญตามมาตรา 23 (เช่น กิจการรถไฟ, โรงพยาบาล, การประปา) หรือกิจการอื่นๆ ตามมาตรา 25 และมาตรา 36 และจบที่นายจ้างประกาศยกเลิกการปิดงาน

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง