Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

กองทัพเรือพม่าได้ทำการซ้อมรบทางทะเลร่วมกับกองทัพเรือรัสเซียเป็นครั้งที่ 3 แล้ว นับตั้งแต่ที่มีการรัฐประหารครั้งหลังสุด โดยการซ้อมรบครั้งล่าสุดมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา สื่อมองว่าอาจจะเป็นการซ้อมเพื่อพยายามยึดพื้นที่คืนจากกลุ่มกองทัพอาระกัน AA ในรัฐยะไข่โดยมีการเรียนรู้เส้นทางขนส่งลำเลียงทางทะเลเพราะเส้นทางบกมีฝ่ายต่อต้านครอบครองอยู่

เมื่อกลางเดือน พฤศจิกายน 2025 ที่ผ่านมา เรือรบจากรัสเซีย 3 ลำจากกองเรือแปซิฟิกได้แล่นเข้าไปที่ย่างกุ้ง เพื่อทำการร่วมซ้อมรบทางทะเลร่วมกับกองทัพเรือพม่า พวกเขาได้ทำการซ้อมปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยท้องทะเลที่หมู่เกาะมะริด แถบทะเลอันดามัน ทางฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของพม่า โดยมีทั้งการซ้อมรบด้วยกระสุนจริงทั้งบนพื้นน้ำ ทางอากาศ และใต้น้ำ

โดยในครั้งนี้ถือเป็นการที่กองทัพเรือพม่าซ้อมรบกับรัสเซียเป็นครั้งที่ 3 แล้ว นับต้้งแต่ที่มีการรัฐประหารปี 2564

การซ้อมรบในครั้งแรกระหว่างสองชาตินี้ เกิดขึ้นเมื่อเดือน พฤศจิกายน ของปี 2566 และในครั้งที่สองซ้อมรบกันเมื่อเดือน ตุลาคม 2567 ที่ทางตอนเหนือของอ่าวเบงกอล

ในการซ้อมรบครั้งแรกนั้นเกิดขึ้นตรงกับช่วงที่กองทัพพม่ากำลังสูญเสียอย่างหนัก เนื่องจากฝ่ายต่อต้านได้ผนึกกำลังร่วมกันใน "ปฏิบัติการ 1027" ซึ่งเป็นปฏิบัติการรุกคืบยึดพื้นที่ต่างๆ จากกองทัพเผด็จการพม่า เป็นปฏิบัติการที่นำโดยพันธมิตรสามภราดรภาพที่ประกอบด้วย กองกำลังโกก้าง MNDAA, กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติตะอาง TNLA, และกองทัพอาระกัน AA

โดยที่ในเดือน พฤศจิกายน 2566 นั้นเป็นช่วงที่ MNDAA ได้รุกเข้ายึดพื้นที่ทางตอนเหนือของรัฐฉาน ทำให้ทางกองทัพเผด็จการพม่ากล่าวหาว่า MNDAA ได้รับการหนุนหลังจากจีน แล้วก็มีการจัดฉากให้มีการประท้วงต่อต้านจีน

เนื่องจากกองทัพพม่าได้สร้างภาพว่าต่อต้านจีนไปแล้ว ทำให้ผู้นำคณะรัฐประหารอย่าง มินอ่องหล่าย หันไปหารัสเซียมากขึ้น โดยมีการนำเสนอภาพการซ้อมรบร่วมกันกับรัสเซียว่าเป็นความสำเร็จของรัฐบาลทหาร และใช้สื่อโฆษณาชวนเชื่อในการยกย่องการที่สองชาตินี้มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นมากขึ้น

อย่างไรก็ตามการหลังการซ้อมรบในครั้งแรก กองทัพเรือของพม่าก็ยังคงเพลี่งพล้ำให้กับกองทัพอาระกัน AA ในการปะทะกันที่รัฐยะไข่ โดยที่พวกเขาถูกจมเรือไป 2-3 ลำ

สำหรับการซ้อมรบครั้งที่ 2 นั้น เกิดขึ้นสามเดือนหลังจากที่กองกำลังโกก้าง MNDAA และพันธมิตรได้ยึดฐานบัญชาการภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ล่าเสี้ยวได้ ไม่นานหลังจากนั้นกองทัพพม่าก็ถูกบีบให้ต้องทิ้งฐานบัญชาการภาคตะวันตกในรัฐยะไข่ ทำให้ดูเหมือนว่าการซ้อมรับกับรัสเซียสองครั้งแรกจะไม่ได้ส่งผลดีอะไรในสนามรบจริงสำหรับกองทัพพม่า แต่กองทัพพม่าก็ได้เรียนรู้และพัฒนาการขนส่งลำเลียงทางทะเลมาจากรัสเซีย

ในการซ้อมรบครั้งแรก รัสเซียได้ส่งเรือพิฆาตกับเรือรบไปเข้าร่วม แต่ในการซ้อมครั้งที่สองก็มีการส่งเรือคอร์เวต ซึ่งเป็นเรือรบขนาดเล็ก ร่วมกับเรือส่งกำลังบำรุงและเรือเติมเชื้อเพลิง เข้าไปร่วมซ้อมรบด้วย และในครั้งที่สามรัสเซียก็ส่งทั้งเรือคอร์เวต เรือส่งกำลังบำรุง และเรือฟริเกต เข้าร่วมซ้อมรบ โดยที่เรือฟริเกตนั้นเป็นเรืออเนกประสงค์ที่มีความสามารถในการรบทั้งบนพื้นน้ำ ใต้น้ำ และรบกับทางอากาศได้

สาเหตุที่พม่าพึ่งพารัสเซียในการซ้อมขนส่งลำเลียงทางน้ำมากขึ้นนั้น เนื่องมาจากเส้นทางทางบกนั้นมีกลุ่มต่อต้านควบคุมและคอยสกัดกั้นอยู่ ทำให้เส้นทางทางน้ำมีความสำคัญต่อกองทัพพม่าในการส่งกำลังบำรุงและเสริมกำลังทัพ เพราะเป็นช่องทางที่ใช้ทรัพยากรน้อยกว่าทางอากาศด้วย

ก่อนหน้านี้กองทัพพม่าพยายามใช้ช่องทางแม่น้ำอิระวดีในการส่งกำลังเสริมจากมัณฑะเลย์ไปยังบะมอ แต่พวกเขาก็ถูกโจมตีโดยกองทัพแห่งอิสรภาพกะฉิ่นกับพันธมิตรฝ่ายต่อต้าน ส่งผลให้มีเรือเล็กรอดมาได้ลำเดียว ในตอนนั้นเป็นช่วงเดือน สิงหาคม ปี 2567 แต่ต่อมาในเดือน กรกฎาคม-สิงหาคม ปีนี้ กองทัพพม่าก็สามารถส่งเรือลำเลียงกำลังพลและกำลังบำรุงได้สำเร็จ

เรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างหลังซ้อมรบกับรัสเซียในครั้งที่สอง จากการที่กองทัพพม่านำบทเรียนด้านการขนส่งลำเลียงทางเรือมาปรับใช้จริง

ทั้งนี้ ในการซ้อมรบครั้งที่สามเมื่อเดือน พฤศจิกายน ที่ผ่านมานั้น มีการขยายการขอบเขตการฝึกมากกว่าแค่เรื่องการขนส่งลำเลียงทางน้ำ โดยมีการฝึกซ้อมในเรื่องการรบชายฝั่งด้วย ในเรื่องนี้ สื่ออิระวดีได้ตั้งข้อสังเกตว่า อาจจะเกี่ยวข้องกับการที่กองทัพพม่ามีแผนการยึดคืนเมืองชายฝั่งในรัฐยะไข่จากฝ่ายต่อต้านคือ เมือง กวา (Gwa), ตันตแหว่ (Thandwe), ตองกุบ (Taungup) และ อัน (Ann)

กองทัพพม่าได้ใช้บริเวณเกาะคาบูซาร์ในการซ้อมรบ ซึ่งมีความกว้า 60 ไมล์ทะเลคล้ายกับชายฝั่งยะไข่ อีกทั้งกองทัพเรือพม่าได้เริ่มคุมเข้มด้านความมั่นคงชายฝั่งรัฐยะไข่มากขึ้น รวมถึงมีการจับกุมเรือหาปลาในบริเวณนั้น ซึ่งอาจจะเป็นสัญญาณว่าพวกเขาอาจจะกำลังเตรียมโจมตีพื้นที่นี้


เรียบเรียงจาก
What Myanmar’s Navy Has Been Learning From Russia, The Irrawaddy, 04-12-2025
 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง