Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ชาวชุมชนย่านกีบหมูปลื้ม กทม.และ รพ.กลาง เปิดจุดบริการสุขภาพช่วยกลุ่มผู้ใช้แรงงานเข้าถึงบริการสุขภาพได้สะดวกขึ้น พร้อมประสานเสียง ระบบบัตรทอง 30 บาทดีจริง ช่วยแบ่งเบาภาระค่ารักษาพยาบาลได้อย่างมาก


ภาพจาก: สปสช.

27 ธันวาคม 2568 สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร โรงพยาบาลกลาง ร่วมกับ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 13 กรุงเทพมหานคร มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) คลินิกทันตกรรมฟอร์จูน คลินิกเวชกรรมเฮลท์คลินิก คลินิกเวชกรรมพระยาสุเรนทร์ และมูลนิธิเส้นด้าย เปิดจุดบริการสุขภาพ ให้บริการตรวจคัดกรองสุขภาพเชิงรุก รวมถึงสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคฟรี แก่ประชาชนกลุ่มแรงงานและกลุ่มเปราะบาง ย่านสุเหร่าคลองหนึ่ง ณ การเคหะชุมชนรามอินทรา (ชุมชนกีบหมู) เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีการจัดบริการเชิงรุกแบบ One Stop Service ทั้งบริการตรวจสุขภาพ ส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค และบริการทันตกรรม แก่ประชาชนที่พักอาศัยในย่านนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้เข้าถึงบริการสุขภาพได้สะดวกมากยิ่งขึ้น เนื่องจากประชากรส่วนใหญ่เป็นผู้ใช้แรงงาน ต้องออกไปรับจ้างหารายได้ ทำให้ไม่มีเวลาหรือไม่สะดวกไปรับบริการที่หน่วยบริการตามปกติ

นางวรรณศรี อายุรพงษ์ หนึ่งในผู้อาศัยในเคหะชุมชนรามอินทรา กล่าวว่า ตนมีโรคประจำตัวคือไขมันในเลือดสูง ต้องพบแพทย์เพื่อรับยาทุก 3 เดือน แต่เนื่องจากใช้สิทธิบัตรทองช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างมาก ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เป็นค่าเดินทางไปกลับโรงพยาบาล

“ตอนนี้อายุมาก มีโรคต่างๆ รบกวนบ่อยครั้ง จะไปซื้อยากินเองก็คงไม่ไหว ถ้าไม่มีบัตรทองก็คงจะแย่เหมือนกัน การที่ รพ.กลางจัดคาราวานตรวจสุขภาพมาที่ย่านกีบหมูรู้สึกดีใจมาก เพราะไม่ค่อยได้ตรวจสุขภาพ ต้องทำงานหารายได้ แม้จะอายุมากแล้วแต่ไม่ทำก็ไม่ได้ เมื่อรู้ว่ามีคาราวานสุขภาพมาตรวจถึงที่ก็เลยรีบมารอคิวและยังแนะนำให้เพื่อนๆ มาตรวจด้วย วันนี้ได้วัดความดัน เจาะเลือด เอกซเรย์ปอด ตรวจคลื่นหัวใจ วัดสายตา ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ถือว่าดีมาก”นางวรรณศรี กล่าว

นางวรรณศรี กล่าวอีกว่า การเปิดจุดบริการสุขภาพในลักษณะนี้ ถือว่าเป็นประโยชน์อย่างมาก เพราะคนในชุมชนส่วนมากเป็นผู้ใช้แรงงาน ไม่มีเวลาไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาล แต่เมื่อมีการมาจัดบริการใกล้ที่พักอาศัยก็สามารถเดินทางมารับบริการได้สะดวก ไม่ต้องเดินทางไปไกล

ด้าน นายพงษ์ประสิทธิ์ มยุรพงษ์ อีกหนึ่งในผู้รับบริการ กล่าวว่า ตนมีโรคประจำตัวหลายโรค ทั้งซึมเศร้า กล้ามเนื้อหัวใจ เกาต์ ไตวายเรื้อรัง และสายตาพร่ามัวมองไม่ค่อยเห็น การไปพบแพทย์แต่ละครั้ง ต้องให้มูลนิธิเส้นด้ายช่วยประสานเอารถมารับส่งไปโรงพยาบาล ซึ่งถือว่า สปสช.ให้ความสะดวกแก่ประชาชนมาก

นายพงษ์ประสิทธิ์ กล่าวต่อไปว่า การที่จัดให้มีจุดบริการสุขภาพในพื้นที่ ตนรู้สึกดีใจมากเพราะปกติเวลาไปพบแพทย์ตามแผนกต่างๆ ไม่ได้เอกซเรย์ แต่วันนี้ได้เอกซเรย์และได้ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ด้วย เป็น one stop service ถือว่าสะดวกมาก และโดยรวมแล้วการใช้สิทธิบัตรทองมีประโยชน์มากเพราะช่วยให้ทุกคนเข้าถึงการรักษาได้

นางวิไล โสภณสถานนท์ หนึ่งในผู้รับบริการ กล่าวว่า ตนมีโรคประจำตัวคือความดันโลหิตสูง ต้องพบแพทย์ทุก 3 เดือน ใช้สิทธิบัตรทองเลยไม่มีค่าใช้จ่าย ถือว่าแบ่งเบาภาระได้มาก บริการก็ดี ถ้าไม่มีบัตรทองถือว่าลำบากมาก บางคนหาเช้ากินค่ำ ไม่มีเงินไปจ่ายค่ารักษา ถ้าเป็นโรคทั่วไปอาจจะครั้งละ 300-400 บาท แต่โรคความดันโลหิตสูงมีค่าใช้จ่ายแพงพอสมควร แต่พอมีบัตรทองก็ช่วยได้มาก

เช่นเดียวกับ นางเมตตา บุญทัน หนึ่งในผู้รับบริการ กล่าวว่า แฟนของตนใช้สิทธิบัตรทองและมีโรคประจำตัวหลายอย่าง ทั้งเบาหวาน พาร์กินสัน และเมื่อก่อนยังมีเนื้องอกในสมองด้วย แต่ตอนนี้อาการดีขึ้นแล้ว ต้องไปโรงพยาบาลเดือนละ 2-3 ครั้ง แต่ใช้บัตรทองก็ถือว่าดี เวลาไปตรวจก็ไม่มีค่าใช้จ่าย ยาที่ได้ก็ถือดี

“ถ้าแฟนไม่ได้ใช้สิทธิบัตรทอง จะลำบากมาก เพราะต้องรักษาเยอะ ไปโรงพยาบาลแต่ละครั้งต้องทานยาเยอะมาก แม้จะถูกส่งไปโรงพยาบาลเฉพาะทางก็ยังรักษาฟรี ถ้าให้จ่ายเองไม่ไหวแน่นอน”นางเมตตา กล่าว

น.ส.สุกัญญา เกศสุวรรณ หนึ่งในผู้รับบริการ กล่าวว่า ปีที่ผ่านมาตนเคยตรวจพบเชื้อไวรัส HPV และใช้สิทธิบัตรทอง ไปตรวจติดตามอาการที่โรงพยาบาล หมอนัดส่องกล้อง ตรวจชิ้นเนื้อ และแพทย์แนะนำให้ทำการตัดปากมดลูกออก เพราะแม้จะไม่ได้เป็นมะเร็งปากมดลูกแต่ก็มีความเสี่ยงที่เชื้อจะกระจายเข้าไปในโพรงมดลูก จึงตัดสินใจผ่าตัดตามที่หมอแนะนำ หลังจากผ่าตัดแล้วทำการตรวจติดตามอาการทุก 1 ปี ปัจจุบันไม่พบว่าเป็นมะเร็ง

“การรักษาพยาบาลก็ใช้สิทธิบัตรทอง จึงไม่เสียค่าใช้จ่ายเลยตั้งแต่ตรวจคัดกรองไปจนถึงผ่าตัด โรงพยาบาลก็ดูแลอย่างดี การใช้สิทธิบัตรทองช่วยได้เยอะมาก เพราะทำงานเป็นผู้ใช้แรงงาน จึงกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ เป็นปกติ ยิ่งต้องผ่าตัด เคยดูยอดรวมค่าใช้จ่ายสูง 3-4 หมื่นบาท แต่พอมีสิทธิบัตรทองแล้วตัดเรื่องค่ารักษาพยาบาลออกไปได้เลย ช่วยให้เบาใจได้เยอะ”น.ส.สุกัญญา กล่าว

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง