เกาหลีใต้กำลังเผชิญกับความขัดแย้งครั้งใหญ่ในตลาดแรงงาน เมื่อแรงงานต่างชาติที่มีจำนวนทะลุ 1.1 ล้านคน กลายเป็น กระดูกสันหลังของอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดเล็ก แต่พวกเขากลับต้องเผชิญกับการเอารัดเอาเปรียบอย่างหนัก จนรัฐบาลต้องประกาศปราบปรามการละเมิดแรงต่างชาติครั้งใหญ่
เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2026 เกาหลีใต้ได้เปิดฉากตรวจสอบการเอารัดเอาเปรียบแรงงานต่างชาติครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยกระทรวงแรงงานและกระทรวงยุติธรรมร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตรวจสอบสถานประกอบการเกษตรและประมงที่จ้างแรงงานต่างด้าวตามฤดูกาล หลังจากคดีแรงงานชาวฟิลิปปินส์ถูกเอารัดเอาเปรียบอย่างร้ายแรงในปลายปี 2025 กลายเป็นประเด็นระดับชาติ
การตรวจสอบครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่กระทรวงแรงงานและกระทรวงยุติธรรมร่วมมือกันอย่างเป็นทางการ เพื่อปกป้องแรงงานต่างชาติจากการค้ามนุษย์ ซึ่งจะดำเนินการตั้งแต่วันที่ 8 มกราคมจนถึง 31 มีนาคม 2026 โดยเน้นไปที่ภาคเกษตรและประมงที่มีการจ้างแรงงานต่างชาติตามฤดูกาล
ในรอบไม่กี่ปีมานี้ตัวเลขแรงงานต่างชาติพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากรายงานของหน่วยงาน Korea National Data Agency เมื่อเดือนพฤษภาคม 2025 พบว่าแรงงานต่างชาติในเกาหลีใต้มีจำนวนถึง 1.109 ล้านคน เพิ่มขึ้น 9.4% จากปีก่อนหน้า และคิดเป็น 3.8% ของตลาดแรงงานทั้งหมดที่มี 29.16 ล้านคน
แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้กระจายตัวอย่างเท่าเทียม แต่กลับกระจุกตัวอยู่ในจุดเฉพาะ ให้ภาพที่ชัดเจนว่าเศรษฐกิจเกาหลีใต้กำลังพึ่งพาแรงงานต่างชาติมากเพียงใด
97% ทำงานใน SMEs - เมื่อแรงงานต่างชาติกลายเป็นเสาหลักของธุรกิจขนาดเล็ก

ภาพจาก: kbiznews.co.kr
ข้อมูลจากการสำรวจของ Korea National Data Agency เมื่อเดือนพฤษภาคม 2025 เผยภาพความจริงที่น่าสนใจ จากแรงงานต่างด้าว 1.01 ล้านคน ที่มีงานทำ ถึง 983,000 คน หรือคิดเป็น 97.2% ทำงานในบริษัทที่มีพนักงานน้อยกว่า 300 คน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 739,000 คน ทำงานในบริษัทที่มีพนักงานน้อยกว่า 50 คน ในขณะที่บริษัทใหญ่ที่มีพนักงาน 300 คน ขึ้นไป มีแรงงานต่างชาติเพียง 28,000 คนเท่านั้น
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนภาพที่ชัดเจน แรงงานต่างชาติไม่ได้มาแย่งงานในบริษัทใหญ่หรือตำแหน่งที่มีค่าจ้างสูง แต่พวกเขากำลังเติมเต็มช่องว่างแรงงานที่คนเกาหลีไม่ต้องการทำ โดยเฉพาะในภาคการผลิต (461,000 คน) ค้าปลีก ค้าส่ง ที่พัก และอาหาร (191,000 คน) ซึ่งเป็นงานที่ต้องใช้แรงงานหนัก มีสภาพการทำงานที่ท้าทาย และมีอัตราการลาออกสูง
สำรวจของสมาคมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเกาหลีในปี 2024 เปิดเผยว่า 92.2% ของโรงงานขนาดเล็ก 1,225 แห่ง ยอมรับว่า "หาแรงงานท้องถิ่นไม่ได้" จึงต้องจ้างแรงงานต่างชาติ ปัจจัยสำคัญคือกฎหมายแรงงาน 52 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ที่จำกัดการทำงานล่วงเวลา สภาพการทำงานที่หนัก และอัตราการลาออกสูง ทำให้คนท้องถิ่นไม่สนใจ
แต่การจ้างแรงงานต่างชาติก็มาพร้อมความท้าทาย โรงงานรายงานว่าผลิตภาพของแรงงานต่างชาติที่มีอายุงานต่ำกว่าหนึ่งปีต่ำกว่ามาตรฐาน และต้องใช้เวลาฝึกอบรมเฉลี่ย 4 เดือน อุปสรรคด้านภาษาเกาหลี (66.7%) การขอเปลี่ยนสถานที่ทำงานบ่อยครั้ง (49.3%) และความแตกต่างทางวัฒนธรรม (35.6%) เป็นปัญหาที่นายจ้างต้องเผชิญ
แต่ท่ามกลางความท้าทายเหล่านี้ ถึง 65.2% ของบริษัทกล่าวว่าต้องการให้แรงงานต่างชาติอยู่ต่อหรือขยายระยะเวลาการจ้าง สะท้อนให้เห็นว่าแรงงานต่างชาติได้กลายเป็น "เสาหลัก" ของการบริหารกำลังคนในโรงงานขนาดเล็ก ไม่ใช่แค่ทางเลือกชั่วคราวอีกต่อไป
'ขาดไม่ได้' กลายเป็น 'เอาเปรียบได้'
แต่ด้านมืดของการพึ่งพาแรงงานต่างชาติก็เริ่มชัดเจนขึ้น ตามรายงานจากกระทรวงความเสมอภาคทางเพศและครอบครัว จำนวนคดีค้ามนุษย์ที่ได้รับการยืนยันพุ่งสูงอย่างน่าตกใจ จากเพียง 3 คดีในปี 2023 เป็น 12 คดีในปี 2024 และ 42 คดีในปี 2025
ทั้งนี้พบว่าเหยื่อทุกรายเป็นชาวต่างชาติ การเอารัดเอาเปรียบด้านแรงงานเป็นประเภทที่พบมากที่สุดด้วยเหยื่อ 43 ราย ตามด้วยการแสวงหาประโยชน์ทางเพศ 10 ราย
รูปแบบการเอารัดเอาเปรียบมีลักษณะเป็นระบบ นายหน้าจัดหางานที่ไม่มีใบอนุญาตเรียกเก็บค่าคอมมิชชันและค่าธรรมเนียมที่ผิดกฎหมาย ทำให้แรงงานมีหนี้สินก้อนใหญ่แม้ยังไม่เริ่มทำงาน ตัวกลางและนายจ้างเหล่านี้ยังโกงค่าจ้างหรือหักเงินเดือนไว้ โดยใช้ค่าจ้างที่ยังไม่จ่ายเป็นเครื่องมือควบคุมไม่ให้แรงงานแจ้งความ ในหลายกรณี พาสปอร์ตและใบอนุญาตพำนักถูกยึดไว้
คดีที่เป็นตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่คือคดีชาวฟิลิปปินส์ 9 คน ซึ่งการสอบสวนนำไปสู่การยอมรับอย่างเป็นทางการว่าเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ในเดือนพฤศจิกายน 2025 กระตุ้นให้รัฐบาลฟิลิปปินส์ระงับการส่งแรงงานชั่วคราวจากภูมิภาคที่เชื่อมโยงกับโครงการที่ถูกกล่าวหา เจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานเกาหลีใต้ยืนยันว่าข้อจำกัดการส่งแรงงานจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบยังคงมีผลบังคับใช้อยู่
เมื่อรัฐบาลเกาหลีใต้ลงมือจริง
![]()
ภาพจาก: daum.net
เมื่อเดือนธันวาคม 2025 สำนักงานประธานาธิบดีสั่งการให้มีการปฏิรูประบบการติดตามและจัดการแรงงานตามฤดูกาลอย่างสมบูรณ์ การตรวจสอบร่วมกันนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการติดตามผล
ดดยตั้งแต่ 8 มกราคม 2026 ถึง 31 มีนาคม 2026 กระทรวงการจ้างงานและแรงงานร่วมกับกระทรวงยุติธรรมจะดำเนินการตรวจสอบร่วมกับรัฐบาลท้องถิ่น โดยมุ่งเป้าไปที่สถานที่ทำงานด้านเกษตรและประมงที่จ้างแรงงานตามฤดูกาลต่างชาติเป็นหลัก นี่เป็นครั้งแรกที่กระทรวงทั้งสองดำเนินการตรวจสอบร่วมกันโดยเฉพาะเพื่อปกป้องแรงงานต่างชาติจากการละเมิดที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์
การปราบปรามจะเน้นไปที่พื้นที่ชนบทที่มีการจ้างแรงงานตามฤดูกาลเป็นจำนวนมาก หรือมีการเชื่อมโยงกับข้อกล่าวหาการละเมิดร้ายแรง ผู้ตรวจสอบจะมองหาการละเมิดเช่นการใช้แรงงานบังคับและการคุกคามในที่ทำงาน พร้อมกับตรวจสอบสภาพความเป็นอยู่ของแรงงาน เจ้าหน้าที่ระบุว่าจะเพิ่มมาตรการปราบปรามโบรกเกอร์ผิดกฎหมาย พร้อมสัญญาว่าจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับการสรรหาและการจ้างงานที่ผิดกฎหมาย
ตามพระราชบัญญัติมาตรฐานแรงงาน การเอาเปรียบผ่านคนกลางมีโทษจำคุกสูงสุด 5 ปี หรือปรับสูงสุด 50 ล้านวอน (34,500 ดอลลาร์สหรัฐ) การแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติควบคุมการเข้าเมือง ซึ่งมุ่งห้ามการแทรกแซงของบุคคลที่สามในการคัดเลือก จัดหางาน และการจ้างแรงงานต่างชาติ ผู้ละเมิดอาจต้องโทษจำคุกสูงสุด 3 ปี หรือปรับสูงสุด 30 ล้านวอน
การปราบปรามครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการล่าสุดของรัฐบาลที่มุ่งเสริมสร้างการคุ้มครองแรงงานต่างชาติที่เพิ่มขึ้นในเกาหลี เจ้าหน้าที่อนุญาตให้เหยื่อของการโกงค่าจ้างได้รับการคุ้มครองชั่วคราวจากการเนรเทศ และยกเว้นบางกรณีจากข้อกำหนดการรายงานบังคับสำหรับผู้อพยพที่ไม่มีวีซ่าที่ถูกต้อง เจ้าหน้าที่กล่าวว่าจะดำเนินการต่อไปเพื่อปกป้องแรงงานโดยไม่คำนึงถึงสถานะวีซ่า
"การทำให้แน่ใจว่าแรงงานทุกคนได้รับการปฏิบัติอย่างมีศักดิ์ศรีและได้รับการคุ้มครอง โดยไม่คำนึงถึงสัญชาติหรือสถานะการเข้าเมือง เป็นความรับผิดชอบตามรัฐธรรมนูญของรัฐบาล" รัฐมนตรีแรงงาน คิม ยอง-ฮุน กล่าว "เพื่อให้เกิดสภาพแวดล้อมการทำงานที่ครอบคลุมโดยไม่มีจุดอับ เราจะสร้างระบบคุ้มครองแบบบูรณาการที่ครอบคลุมแรงงานต่างชาติทุกคน"
แต่คำถามสำคัญที่ยังคงค้างคาอยู่คือ เกาหลีใต้จะสามารถสร้างสมดุลระหว่างความต้องการแรงงานที่ "ขาดไม่ได้" กับการ "ดูแลอย่างมีศักดิ์ศรี" ได้หรือไม่ เพราะคำตอบของคำถามนี้ไม่ได้กำหนดเพียงชะตากรรมของแรงงาน 1.1 ล้านคนที่อยู่แล้วเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวชี้วัดว่าแรงงานต่างชาติรุ่นใหม่จะยังคงมองเกาหลีใต้เป็น 'ดินแดนแห่งโอกาส' หรือจะกลายเป็น 'ประเทศที่ควรหลีกเลี่ยง'
ที่มาข้อมูล:
South Korea’s foreign workforce tops 1.1 million, with composition shifts drawing closer scrutiny (Stefan Schneider, The Economy News, 18 December 2025)
Gov’t orders nationwide crackdown on labor exploitation of migrant workers (Jung Min-ho, The Korea Times, 7 January 2026)
