นักวิชาการฮาร์วาร์ดกล่าวปาฐกถางาน PMAC2026 ชูบทเรียนไทย ลงทุนภาษี สร้างหลักประกันสุขภาพที่เข้าถึงจริง และเป็น “ตัวอย่างเด่น” ขยายหลักประกันสุขภาพครอบคลุมแรงงานนอกระบบ ชี้แนวรบถัดไปรับมือสังคมสูงวัย
ในการประชุมวิชาการนานาชาติรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2569 (Prince Mahidol Award Conference: PMAC 2026) เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 ศาสตราจารย์มาร์ธา (มาร์ตี) เชน (Prof. Martha (Marty) Chen) ผู้เชี่ยวชาญด้านแรงงานนอกระบบจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และผู้ร่วมก่อตั้งเครือข่าย Women in Informal Employment: Globalizing and Organizing (WIEGO) กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “การคุ้มครองทางสังคมแบบครอบคลุมและแรงงานนอกระบบ” โดยยกประเทศไทยเป็น “ตัวอย่างที่โดดเด่น” ของประเทศที่สามารถขยายการคุ้มครองทางสังคมและหลักประกันสุขภาพให้ครอบคลุมแรงงานนอกระบบได้อย่างเป็นรูปธรรม
ศ.เชน ระบุว่า ณ ปลายปี 2567 ประเทศไทยยังมีแรงงานนอกระบบในสัดส่วนสูง โดยมีอัตราการจ้างงานนอกระบบประมาณร้อยละ 67 หรือคิดเป็นแรงงานไทยราว 2 ใน 3 ของประเทศ สะท้อนถึงความจำเป็นของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้จริง โดยไม่ผูกติดกับสถานะการจ้างงาน
ศ.เชน อธิบายว่า ประเทศไทยเริ่มดำเนินระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าตั้งแต่ปี 2545 โดยใช้ “ภาษีทั่วไป” เป็นฐานทางการเงิน และมีกฎหมายรองรับผ่านพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 พร้อมเน้นว่า ระบบของไทยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการรักษาพยาบาล แต่ครอบคลุมบริการปฐมภูมิ การป้องกันโรค และการสร้างเสริมสุขภาพ โดยมีเครือข่ายอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ประมาณ 1 ล้านคน เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงบริการสุขภาพกับชุมชน
นอกจากนี้ ศ.เชนยังชี้ให้เห็นบทเรียนสำคัญของ “สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา” ซึ่งหมายถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม ในการออกแบบและขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพ โดยประเทศไทยมีสมัชชาสุขภาพแห่งชาติเป็นเวทีเปิดให้ภาคประชาชน นักวิจัย และหน่วยงานรัฐ ร่วมกันผลักดันนโยบายด้านสุขภาพอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2551
สำหรับ “แนวรบถัดไป” ของประเทศไทย ศ.เชนระบุว่า คือการเสริมความเข้มแข็งด้านการดูแลผู้สูงอายุและระบบดูแลระยะยาว (Long-term Care) เนื่องจากปัจจุบันประชากรไทยประมาณร้อยละ 20 มีอายุมากกว่า 60 ปี พร้อมย้ำถึงความจำเป็นในการบูรณาการแรงงานดูแลและแรงงานสุขภาพนอกสถานพยาบาลเข้าสู่ระบบอย่างเป็นระบบ เพื่อรองรับสังคมสูงวัยอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ช่วงท้ายของปาฐกถา ศ.เชนย้ำว่า หัวใจของการคุ้มครองทางสังคมถ้วนหน้า คือ “เจตจำนงทางการเมืองในการลงทุนผ่านภาษีทั่วไป” ควบคู่กับการทำให้ “แรงงานที่ถูกมองไม่เห็น” ปรากฏอยู่ในข้อมูลและสถิติอย่างชัดเจน รวมถึงการมีกลไกประชาธิปไตยที่เปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วม และการสร้างหุ้นส่วนความร่วมมือระหว่างรัฐ ภาควิชาการ และแรงงานหรือภาคประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
