AI กำลังเปลี่ยนรูปแบบการทำงานทั่วโลก พร้อมความเสี่ยงการสูญเสียงานและความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มขึ้น สหประชาชาติชี้ว่า การศึกษา การเรียนรู้ตลอดชีวิต การเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างเท่าเทียม และการกำกับดูแลที่ยึดสิทธิมนุษยชน คือกุญแจสำคัญของการเปลี่ยนผ่าน

อินเทอร์เฟซสมอง–คอมพิวเตอร์จะมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการกำหนดว่า สติปัญญาของมนุษย์ และ ปัญญาประดิษฐ์ จะเชื่อมประสานและอยู่ร่วมกันอย่างไร | ภาพจาก: Unsplash/Ecliptic Graphic
ไม่ว่าคุณจะมีมุมมองแบบ "Doomer" (ที่กังวลต่ออนาคต) หรือแบบ "Boomer" (ที่มองโลกในแง่ดีและเชื่อมั่นในความเจริญเติบโต) ก็ตาม เป็นไปไม่ได้เลยที่จะเพิกเฉยต่อ AI ซึ่งกำลังแทรกซึมเข้าสู่ทุกมิติของชีวิตส่วนตัวและหน้าที่การงาน
องค์การสหประชาชาติ ได้พยายามผลักดันแนวคิดที่เน้น "คนเป็นหลัก" (Human-centric) ในประเด็นนี้มาอย่างต่อเนื่องหลายปี โดยเมื่อปี 2024 อันโตนิโอ กุแตร์เรส (António Guterres) เลขาธิการสหประชาชาติ ได้ย้ำเตือนต่อสภาความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council - UNSC) ว่าชะตากรรมของมนุษยชาติ "ต้องไม่ถูกปล่อยให้ขึ้นอยู่กับ 'กล่องดำ' ของอัลกอริทึม" และมนุษย์จะต้องรักษาอำนาจในการกำกับดูแลรวมถึงควบคุมการตัดสินใจของ เอไอ (AI) อยู่เสมอ เพื่อรับประกันว่าสิทธิมนุษยชนจะได้รับการคุ้มครอง
นับตั้งแต่นั้นมา ระบบของ องค์การสหประชาชาติ ได้บูรณาการการทำงานเกี่ยวกับการกำกับดูแลด้านจริยธรรมของ AI ในระดับโลก โดยต่อยอดจากแนวทางและข้อเสนอแนะที่ระบุไว้ใน "ความตกลงดิจิทัลระดับโลก" (Global Digital Compact) ซึ่งเป็นฉบับสำคัญ และนี่คือตัวอย่างของแนวคิดหลักที่น่าสนใจ
การศึกษาคือหัวใจสำคัญ
องค์การสหประชาชาติ เน้นย้ำอย่างสม่ำเสมอว่าการศึกษาคือปัจจัยกลางที่จะช่วยให้มนุษย์ยังคงมีความสำคัญในอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งประเด็นนี้ไม่ใช่เพียงการนำเครื่องมือ AI มาติดตั้งในระบบการศึกษาเท่านั้น แต่เป็นการสร้างความเชื่อมั่นว่าทั้งนักเรียนและบุคลากรทางการศึกษาจะมีความสามารถในการ "รู้เท่าทัน AI" (AI Literacy) อย่างแท้จริง
"ระบบการศึกษาทั่วโลกจะต้องการครูเพิ่มขึ้นถึง 44 ล้านคนภายในปี 2030" ชาฟิกา อิสซัค (Shafika Isaacs) หัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีและ AI ด้านการศึกษาของ องค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ระบุว่า "เราเชื่อว่าเป็นความผิดพลาดหากจะแย้งว่าควรลงทุนในเทคโนโลยี AI มากกว่าการลงทุนในตัวครู เพราะแม้ AI จะจัดการด้านการถ่ายโอนข้อมูลได้ แต่ไม่สามารถจัดการด้านการพัฒนามนุษย์ได้ เนื่องจากการศึกษาคือประสบการณ์ทางสังคม มนุษย์ และวัฒนธรรมโดยพื้นฐาน ไม่ใช่เพียงแค่การดาวน์โหลดข้อมูลทางเทคนิค"
เปิดรับความเปลี่ยนแปลง
ผู้คนจำนวนมากทั่วโลกต่างมีความกังวลเกี่ยวกับการสูญเสียอาชีพในยุค AI โดย สภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum - WEF) ซึ่งเป็นองค์กรพัฒนาเอกชน ได้ประมาณการไว้ในปี 2025 ว่านายจ้างประมาณ 40% มีแผนที่จะลดจำนวนแรงงานลงเนื่องจากการนำ AI มาใช้
ในขณะเดียวกัน บทบาทหน้าที่ใหม่ ๆ ที่ผสานจุดแข็งของมนุษย์เข้ากับความสามารถของเครื่องจักรมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้น เนื่องจากแม้เครื่องจักรจะมีความเชี่ยวชาญในการจดจำรูปแบบและจัดการงานซ้ำ ๆ แต่ทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์ การตัดสินใจ การใช้เหตุผลเชิงจริยธรรม และการปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลที่ซับซ้อน ยังคงจำเป็นต้องอาศัยสัมผัสของมนุษย์เป็นสำคัญ
จากการทำงานร่วมกับพันธมิตรวิจัยทั่วโลก องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) คาดการณ์ว่าแม้ 1 ใน 4 ของตำแหน่งงานจะถูกเปลี่ยนแปลงโดย AI แต่สิ่งนี้ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการสูญเสียงานในภาพรวมเสมอไป อย่างไรก็ตาม รูปแบบการทำงานมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนไปอย่างมาก ซึ่งส่งผลให้พนักงานต้องแบกรับภาระในการปรับตัวสูง และต้องเปิดรับแนวคิดเรื่องการเรียนรู้ทักษะใหม่รวมถึงการฝึกอบรมอย่างต่อเนื่องตลอดอายุการทำงาน
ทำให้ทุกคนเข้าถึง AI ได้

ปัญญาประดิษฐ์กำลังปฏิวัติอุตสาหกรรมสมาร์ตโฟนอยู่ในขณะนี้ | ภาพจาก: Unsplash/Aidin Geranrekab
ปัจจุบันกลุ่มบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่เพียงไม่กี่แห่งกำลังเป็นผู้ขับเคลื่อนหลักในการวิจัย AI และครอบงำการสร้างสรรค์เครื่องมือใหม่ ๆ ซึ่งเรื่องนี้สร้างความกังวลให้กับ องค์การสหประชาชาติว่า หากการเข้าถึงเทคโนโลยีไม่มีความทั่วถึง ความเหลื่อมล้ำระหว่างประเทศและภายในสังคมจะยิ่งขยายตัวกว้างขึ้น
กลยุทธ์ที่พัฒนาโดย องค์การสหประชาชาติ เน้นย้ำว่า นโยบายทั้งในด้านการศึกษา เศรษฐกิจ และการกำกับดูแล ควรจะสร้างหลักประกันว่าผลประโยชน์จาก AI จะถูกแบ่งปันอย่างครอบคลุมในวงกว้าง โดยไม่จำกัดอยู่เพียงแค่กลุ่มผู้มีสิทธิพิเศษหรือผู้ที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเท่านั้น
ให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษยชนเป็นอันดับแรก
องค์การสหประชาชาติได้เน้นย้ำอย่างต่อเนื่องว่าการพัฒนา AI จะต้องเคารพในสิทธิมนุษยชน ศักดิ์ศรี และความครอบคลุม พร้อมทั้งเตือนว่าระบบอัตโนมัติที่ไม่ได้รับการตรวจสอบและควบคุม จะส่งผลกระทบทางสังคมอย่างมหาศาล
ในปี 2021 หลังจากผ่านการปรึกษาหารืออย่างกว้างขวางกับผู้เชี่ยวชาญทั่วโลก UNESCO ได้เผยแพร่ข้อเสนอแนะว่าด้วยจริยธรรมของปัญญาประดิษฐ์ โดยระบุว่าสิทธิมนุษยชนไม่ใช่สิ่งที่เลือกปฏิบัติได้ แต่ต้องเป็นรากฐานที่มีผลผูกพันสำหรับระบบ AI ที่ยั่งยืน
เอกสารดังกล่าวยังระบุด้วยว่า เครื่องมือใด ๆ ที่คุกคามต่อศักดิ์ศรี ความเท่าเทียม หรือเสรีภาพ ควรจะถูกจำกัดหรือสั่งห้ามใช้งาน และรัฐบาลของแต่ละประเทศจะต้องเข้ามาควบคุมพร้อมทั้งบังคับใช้มาตรฐานเหล่านี้อย่างจริงจัง
โลกทั้งใบต้องเห็นพ้องกันเกี่ยวกับหนทางข้างหน้า
นี่ไม่ใช่ประเด็นที่รัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง ภาคเอกชน หรือภาคประชาสังคมจะสามารถนำทางได้เพียงลำพัง องค์การสหประชาชาติ จึงเรียกร้องให้เกิดความร่วมมือระหว่างประเทศที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพื่อร่วมกันบริหารจัดการความเสี่ยงและคว้าโอกาสที่มาพร้อมกับ AI
ความร่วมมือนี้อาจปรากฏในรูปแบบของการหารือระดับนานาชาติว่าด้วยการกำกับดูแลและจริยธรรม การสร้างแพลตฟอร์มที่สนับสนุนโดย องค์การสหประชาชาติ เพื่อการประสานงานร่วมกัน รวมถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อระดมทุนด้านการศึกษาและการพัฒนาทักษะแรงงาน
ที่มา:
Can workers compete with machines and stay relevant in the AI era? (UN News, 31 January 2026)
