Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

วันที่ 17 มี.ค. 2569 เป็นวันครบรอบ 9 ปี การเสียชีวิตของ “ชัยภูมิ ป่าแส” นักกิจกรรมเยาวชนชาวลาหู่ อายุ 17 ปี ย้อนไปเมื่อวันที่ 17 มี.ค. 2560 ชัยภูมิถูกเจ้าหน้าที่ทหารยิงเสียชีวิต ที่ด่านตรวจบ้านรินหลวง ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ โดยเจ้าหน้าที่ทหารอ้างว่า ยาเสพติดจำนวน 2,800 เม็ด ซุกซ่อนในรถที่ชัยภูมิโดยสารมา และชัยภูมิได้ขัดขืนการจับกุมวิ่งหลบหนีเข้าไปในป่า เจ้าหน้าที่ทหารระบุว่าชัยภูมิกำลังควักระเบิดจะขว้างใส่เจ้าหน้าที่ ทำให้เจ้าหน้าที่ได้ทำการวิสามัญฆาตกรรมชัยภูมิโดยการยิงไป 1 นัด บริเวณลำตัว

ชัยภูมิไม่ใช่ศพแรกที่นี่

ก่อนหน้าการเสียชีวิตของชัยภูมิประมาณ 1 เดือน “อะเบ แซ่หมู่” ชาวชาติพันธุ์ลีซู อายุ 27 ปี ถูกทหารยิงเสียชีวิต ในวันที่ 15 ก.พ. 2560 บริเวณไม่ไกลจากจุดที่ชัยภูมิเกิดเหตุ อะเบถูกทหารระบุว่าพบยาเสพติดที่ตัวและระเบิดจะต่อสู้กับเจ้าหน้าที่จนเป็นเหตุให้ถูกวิสามัญฆาตกรรม โดยพบระเบิดอยู่ในมืออะเบขณะเสียชีวิตเช่นเดียวกับชัยภูมิ ป่าแส ลักษณะและสาเหตุการเสียชีวิตของอะเบแทบไม่ต่างจากกรณีชัยภูมิ

มูลนิธิผสานวัฒนธรรมรายงานเหตุการณ์การเสียชีวิตของอะเบไว้ว่า ที่บริเวณถนนสายระหว่างหมู่บ้านรินหลวง-หมู่บ้านป่าบงงาม ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ มารดาและน้าของอะเบเบิกความต่อศาลยืนยันว่าในวันเกิดเหตุ หลังจากอะเบได้ขี่รถจักรยานยนต์พามารดาไปไร่ข้าวโพดแล้ว อะเบ ได้กลับบ้านเพื่อเตรียมข้าวของเครื่องใช้สำหรับไปนอนที่ไร่ข้าวโพดเพื่อช่วยบิดามารดาเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวโพด ซึ่งในครอบครัวอะเบ เป็นกำลังหลักในการทำไร่มาโดยตลอด และวันดังกล่าวอะเบ ได้พาเพื่อนเดินทางไปด้วยซึ่งเป็นการแลกเปลี่ยนแรงงานกัน

อะเบเคยไปช่วยเพื่อนทำงานเก็บเกี่ยวข้าวโพดมาแล้ว เส้นทางไปไร่กับเพื่อนก็เป็นทางปกติที่ไปส่งมารดาและเป็นเส้นทางที่ชาวบ้านใช้เดินทางไปไร่กันทั้งหมู่บ้านโดยตลอดสองข้างทางก็เป็นไร่ข้าวโพดชาวบ้านนั้นเอง อะเบกับเพื่อนไม่ได้มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติดดังที่เจ้าหน้าที่ทหารกล่าวหา ทั้งไม่เคยมีหรือเกี่ยวข้องกับอาวุธปืนและระเบิด การที่เจ้าหน้าที่ทหารยิงอะเบเสียชีวิต และกล่าวหาว่าค้ายาเสพติดและมีการใช้อาวุธปืนและระเบิดต่อสู้กับเจ้าหน้าที่นั้นไม่เป็นความจริง สอดคล้องกับคำเบิกความของนักข่าวที่ได้นำคลิปสัมภาษณ์ชาวบ้านซึ่งขับรถยนต์กลับจากไร่เห็นเจ้าหน้าที่ทหารลากศพ อะเบออกจากไปข้างทางเพื่อให้รถของตนผ่านไปได้ และเห็นว่าไม่มีระเบิดในมืออะเบแต่อย่างใด มีแต่ข้าวของสำหรับเตรียมไปไร่ของอะเบที่หล่นกระจัดกระจายอยู่

ภาพระเบิดในมือศพของ อะเบ ซึ่งถูกเผยแพร่ผ่านสื่อ

 

ค่าชดเชยที่เบาหวิวในคดีความตายของ ‘อะเบ’

22 พ.ค. 2562 ครอบครัวของชัยภูมิ ป่าแส และ อะเบ แซ่หมู่ ได้ยื่นฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายกับกองทัพบกในกรณีการเสียชีวิตของชัยภูมิและอะเบ หนังสือ “วิสามัญมรณะ: ปฏิบัติการของระบบกฎหมายและการต่อสู้ของผู้ตกเป็นเหยื่อ” ของสมชาย ปรีชาศิลปกุล บันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับค่าเสียหายในคดีอะเบไว้อย่างละเอียด ครอบครัวอะเบได้เรียกร้องค่าเยียวยาทดแทนใน 4 ประเด็น

หนึ่ง ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการจัดการศพ 104,180 บาท

สอง ค่าขาดไร้อุปการะ คำนวนวณจากรายได้ของผู้ตายปีละ 170,000 บาท ประมาณ 30 ปี เป็นเงิน 5,100,000 บาท

สาม ค่าเสียหายต่อชื่อเสียงที่ถูกกล่าวหาว่าครอบครองยาเสพติด 500,000 บาท

สี่ ค่าเสียหายต่อจิตใจที่ต้องสูญเสียบุตรชาย 1,000,000 บาท

รวมทั้งสิ้นเป็นเงิน 6,704,180 บาท

โดยค่าจัดงานศพศาลได้ตัดสินให้ตามที่ครอบครัวยื่นขอมา แต่ค่าขาดไร้อุปการะ 30 ปี ซึ่งเป็นส่วนใหญ่ที่สุดของค่าเยียวยาศาลได้ตัดสินปรับลดให้เหลือเพียง 720,000 บาท จากที่ครอบครัวคำนวณความเสียหายไป 5,100,000 บาท โดยศาลระบุว่ารายได้จากอาชีพปลูกข้าวโพดของอะเบมีความไม่แน่นอน และจำนวนเงินที่เรียกร้องมามากเกินไป

ตัวเลข 30 ปี ที่ใช้คูณกับค่าขาดไร้อุปการะปีละ 170,000 บาท คำนวณมาจากรายได้ที่ในอนาคตที่อะเบจะหาได้หากเขายังมีชีวิตและนำเงินนั้นมาอุปการะเลี้ยงดูมารดา ซึ่งศาลมีความเห็นว่า รายได้จากการทำไร่ข้าวโพด ไร่ถั่วลิสงนั้นเป็นรายได้ที่อิงอยู่กับดินฟ้าอากาศซึ่งมีความไม่แน่นอนสูง ส่วนการรับจ้างก็เป็นไปตามฤดูกาล ทั้งตามความเป็นจริงแล้วเมื่อผู้ตายไปทำงานรับจ้างใดๆ ก็ตาม ผู้ตายไม่น่าจะนำเงินทั้งหมดที่ได้รับมอบให้โจทก์ (มารดา) ผู้ตายน่าจะต้องนำไปใช้ส่วนตัวบ้าง และหากมีครอบครัวก็จะต้องนำเงินไปใช้จ่ายในครอบครัวตัวเอง ดังนั้น ค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์เรียกมาสูงเกินไป เห็นควรปรับลดให้เหลือ 720,000 บาท

ขณะที่ค่าเสียหายต่อชื่อเสียงของอะเบที่ถูกกล่าวหาว่าครอบครองยาเสพติด ศาลตัดสินไม่ให้เลย เนื่องจากในคดีมีการให้ปากคำว่าอะเบเคยมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด

ส่วนค่าเสียหายต่อจิตใจที่มารดาของอะเบเรียกไปจากการสูญเสียลูกชาย ศาลระบุว่า “ไม่สามารถเรียกค่าเสียหายดังกล่าวได้ เพราะไม่มีกฎหมายบัญญัติให้เรียกร้องได้”

สุดท้ายค่าชดเชยเยียวยาจำนวน 6,704,180 บาท ถูกศาลตัดสินให้กองทัพบก (จำเลย) จ่ายเพียง 824,180 บาท ในการรับผิดชอบต่อความตายของอะเบ แซ่หมู่ 

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง