เยาวชนเชื้อสายมลายูนับหมื่นร่วมงาน Melayu Raya 2026 วันแรก (23 มี.ค. 2569) กรมทหารพรานที่ 44 รวมแจมเปิดบูธในงานด้วย ตัวแทนเยาวชน PEMUDA ประกาศยืนหยัดสร้างอนาคตปาตานีอย่างมีศักดิ์ศรี เรียงร้องสังคมร่วมยกระดับพัฒนาศักยภาพคนรับการเปลี่ยนแปลง พร้อมยืนยัน เราคือเจ้าของชีวิต เจ้าของเสียง และเจ้าของอนาคตของเราเอง ย้ำให้ตระหนักร่วมถึงเจตจำนงอันเป็นหนึ่งเดียวและความมุ่งมั่นสร้างสันติภาพที่แท้จริง ด้านจำเลยคดีชุดมลายูยืนยันไม่ว่าผลคดีจะเป็นอย่างไร Melayu Raya จะยังมีต่อไป
งาน Melayu Raya 2026 วันแรก 23 มี.ค. 2569 ที่หาดวาสุกรี ต.ตะลุบัน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี จัดโดยสมัชชาประชาสังคมเพื่อสันติภาพ CAP และภาคีเครือข่าย ผ่านไปได้ด้วยควาสงบเรียบร้อย แม้ว่าปีนี้ประชาชนาและเยาวชนชาย หรือ PEMUDA จากชุมชนต่างๆ ทั่วทั้งสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และบางส่วนของ จ.สงขลา เข้ามาร่วมบางตากว่าปีที่แล้ว ปีนี้ราว 2-3 หมื่นคน แต่เนื้อหาเข้มข้นไม่แพ้กัน โดยงานปีนี้ได้เพิ่มเนื้อหาด้านสิ่งแวดล้อม การศึกษา ที่นำเสนอผ่านงานวิชาการ และงานศิลปะ
สิ่งปรากฏในงานปีนี้ มีความน่าสนใจหลายอย่าง โดยเฉพาะการเข้าร่วมตั้งบูทของกรมทหารพรานที่ 44 เป็นครั้งแรก เพื่อแสดงผลงานและประวัติของพี่น้องในพื้นที่ที่สร้างเกียรติประวัติและคุณงามความดีให้ประเทศชาติ คือ นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าฯ ปัตตานี ร.ต.มุสตากีม มาเจ๊ะมะ วีรบุรุษช่องอานมาและนายวาเด็ง ปูเต๊ะ หรือ "พระสหายแห่งสายบุรี“ ของรัชกาลที่ 9
รวมถึงการติดตั้งธงชาติไทยตามจุดต่างโดยฝ่ายความมั่นคงตั้งแต่ก่อนวันงาน โดยเฉพาะตามเสาไฟริมทางและธงชาติไทยผืนใหญ่และธงประจำพระองค์รัชกาลที่ 10 (ว.ป.ร.) บนป้ายข้างเวที
แต่นั้นก็ไม่ได้กลบสีสันของงาน Melayu Raya 2026 ที่ถือเป็นการรวมตัวกลุ่มคนชาติพันธุ์มลายูใหญ่ที่อาจจะสุดในอาเซียน ในนาม Melayu Raya แปลว่า มลายูยิ่งใหญ่ ถือเป็นกิจกรรมสำคัญที่จัดขึ้นต่อเนื่องจากงานวันอีดิ้ลฟิตรี (ฮารีรายอ) ซึ่งเป็นวันสำคัญทางศาสนาอิสลาม ซึ่งตรงกับวันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมา




งาน Melayu Raya 2026 ปีนี้เป็นการจัดงานครั้งที่ 5 แล้วในธีม “มลายูที่มีคุณภาพ มีศักดิ์ศรีที่ได้รับการยกย่อง ปาตานีที่ถูกยอมรับ” แม้จะผ่านบรรยากาศความตึงเครียดจากเหตุรุนแรงหลายเหตการณ์ในพื้นที่ในช่วงปลายเดือนถือศีลอดของชาวมุสลิมที่ผ่านมาก็ตาม
ทิวธงโบกสะบัดโดยกลุ่มเปอมูดอ และป้ายสัญลักษณ์หรือคำขวัญต่างๆ ในภาษามลายูที่ถูกติดตั้งทั่วงาน บวกกับการแต่งกายด้วยชุดมลายูตามวัฒนธรรมแห่งชาติพันธุ์ในภูมิภาคอย่างสวยงามตระการตา ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนแรง และกลายเป็นจุดสนใจของผู้มาร่วมงานอย่างมาก โดยเฉพาะจากประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศ
มลายูที่มีคุณภาพ มีศักดิ์ศรีที่ได้รับการยกย่อง ปาตานีที่ถูกยอมรับ
ธีมงาน “มลายูที่มีคุณภาพ มีศักดิ์ศรีที่ได้รับการยกย่อง ปาตานีที่ถูกยอมรับ” ถูกตอกย้ำด้วยการประกาศ “ปฏิญญา Melayu Raya 2026” ด้วยภาษามลายู โดยมีสาระสำคัญที่แปลเป็นภาษาไทย คือ
“... ท่ามกลางบริบทความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในปาตานี สิ่งที่จำเป็นคือการยืนอยู่บนความเป็นเอกภาพของชาวมลายูปาตานีเอง
... การเตรียมความพร้อมอย่างรอบด้าน ทั้งความคิด ความรู้ และพลังทางสังคม คือเงื่อนไขสำคัญของการดำรงอยู่ในฐานะตัวตนของชาวมลายูปาตานี
... ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง ความกดทับ และความไม่แน่นอน.. เราจำเป็นต้องกลับมาถามตัวเองอีกครั้งว่า เรายืนอยู่ตรงไหน ในฐานะ “ผู้เป็นรากของมาตุภูมินี้”
คุณภาพของการหยัดยืน ต้องเริ่มจากปัญญาและความกล้าหาญ ไม่ใช่การคร่ำครวญต่อการถูกกดขี่ แต่คือการลุกขึ้นสร้างความเข้มแข็งด้วยตัวเราเอง ...
ปฏิญญาฉบับนี้ ยังได้กล่าวถึงศักยภาพของมลายูปาตานีที่มีอยู่แล้ว โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ และความกล้าหาญ แต่ทั้งหมดจะไร้ความหมาย หากเราไม่กล้าคิด กล้าลงมือทำ
“เราขอยืนยันว่า เราคือเจ้าของชีวิต เจ้าของเสียง และอนาคตของเราเอง...” เพื่อกำหนดทิศทางสังคมของเราอย่างมีศักดิ์ศรีซึ่งตั้งอยู่บนความภาคภูมิใจในตัวตน ภาษา ศาสนา ประวัติศาสตร์ ซึ่งมลายูรายาต้องเป็นพื้นที่ทบทวนความคิด และร่วมกันกำหนดทิศทางอนาคตใหม่ของสังคม






Melayu Raya 2026 ยังมีข้อเรียกร้องอย่างมีส่วนร่วมต่อสังคมมลายูปาตานี 3 ข้อ คือ
1. ให้ร่วมกันยกระดับการพัฒนาศักยภาพมนุษย์อย่างมีคุณภาพ ผ่านกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง อันเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงสังคมปาตานีอย่างยั่งยืน
2. ขอให้สังคมยืนยันร่วมกันว่า เราคือเจ้าของชีวิต เจ้าของเสียง และเจ้าของอนาคตของเราเอง เพื่อกำหนดทิศทางสังคมของเราอย่างมีศักดิ์ศรี
3. ให้สังคมตระหนักร่วมกันว่า ท่ามกลางความแตกต่างหลากหลาย สิ่งที่ยึดโยงเราคือเจตจำนงอันเป็นหนึ่งเดียว และความมุ่งมั่นในการดำรงไว้ซึ่งสันติภาพที่แท้จริง
สำหรับกิจกรรม Melayu Raya 2026 ยังมีต่อเนื่องวันนี้อีก 1 วัน (24 มี.ค. 69) แต่เป็นกิจกรรมสำหรับเยาวชนหญิง หรือ PEMUDI ซึ่งคาดว่ามีบรรยากาศที่เข้มข้นไม่แพ้กัน
ในขณะที่ นายมูฮัมหมัด อลาดี เด็งนิ ที่ปรึกษาสมัชชาประชาสังคมเพื่อสันติภาพ ได้ขึ้นกล่าวช่วงหนึ่งบนเวทีวันแรกว่า ไม่ว่าคดีที่ตนและพวกรวม 9 คน ที่ถูก กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า ส่งคนเข้าแจ้งความข้อหากระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 (ยุยงปลุกปั่น) มาตรา 209 (อั้งยี่) มาตรา 210 (ซ่องโจร) และพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จากกรณีจัดกิจกรรม Melayu Raya เมื่อปี 2565 ซึ่งศาลมนัดพิจารณาคดีครั้งต่อไปในเดือนหน้า (เม.ย. 69) จะมีผลการตัดสินเป้นอย่างไร ตนก็ยังยืนยันว่า กิจกรรม Melayu Raya จะยังมีอยู่ต่อๆ ไป
