เมื่อ 19 มิถุนายน 2026 ขณะทีมเม็กซิโกเอาชนะเกาหลีใต้ในกัวดาลาฮารา กลุ่มนักกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม แรงงาน และญาติผู้สูญหายรวมตัวประท้วงนอกสนาม กล่าวหา Hyundai หนึ่งในสปอนเซอร์หลักฟุตบอลโลก 2026 ว่าใช้มหกรรมกีฬาฟอกภาพลักษณ์ โดยเชื่อมโยงกับ Ternium บริษัทคู่ค้าเหล็กที่ถูกกล่าวหาเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อมและการหายตัวไปของนักกิจกรรม 2 ราย ด้าน Hyundai ยืนยันว่าบังคับใช้จรรยาบรรณซัพพลายเออร์อย่างเข้มงวด กลุ่มผู้ประท้วงประกาศจัดการชุมนุมเพิ่มเติมตลอดทัวร์นาเมนต์
- เมื่อ 19 มิถุนายน 2026 กลุ่มนักกิจกรรม ญาติผู้สูญหาย และแรงงาน ในกัวดาลาฮาราประท้วงกล่าวหา Hyundai สปอนเซอร์หลักฟุตบอลโลก 2026 ว่าใช้มหกรรมกีฬาฟอกภาพลักษณ์ โดยมีความเชื่อมโยงกับ Ternium ผู้ผลิตเหล็กที่ถูกกล่าวหาเรื่องละเมิดสิทธิสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชน
- กลุ่มผู้ประท้วงชูป้ายรูปนักกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม 2 รายที่หายตัวไปหลังประท้วงกิจกรรมทำเหมืองแร่เหล็กของ Ternium เมื่อ 3 ปีก่อน รายงานปี 2025 โดย Mighty Earth ชี้ว่า Hyundai เป็นหนึ่งในผู้ซื้อแร่เหล็กหลักจาก Ternium ที่ถูกวิจารณ์ซ้ำหลายครั้งเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อม
- กลุ่มประกาศจัดการประท้วงเพิ่มเติมในมอนเตร์เรย์ 5 กรกฎาคม และลอสแอนเจลิส 9 กรกฎาคม โดยมุ่งเน้นข้อกล่าวหาเรื่องการใช้แรงงานเด็ก การค้ามนุษย์ด้านแรงงาน และข้อกังวลเรื่องการจัดเก็บข้อมูลของหุ่นยนต์ Hyundai ในสนามแข่งขัน

ญาติของผู้สูญหาย นักกิจกรรม และกลุ่มชุมชนรวมตัวกันในเมืองกัวดาลาฮาราเพื่อประท้วงต่อต้านหนึ่งในผู้สนับสนุนการแข่งขันฟุตบอลโลก | ภาพจาก: Fair Steel Coalition
สื่อ Los Angeles Times รายงานว่า แกนนำชุมชน นักกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม และแรงงาน ได้รวมตัวกันบนท้องถนนในเมืองกัวดาลาฮารา ประเทศเม็กซิโก เพื่อประท้วงสิ่งที่พวกเขาอธิบายว่าเป็น "การฟอกเขียวผ่านการแข่งขันกีฬา" โดย Hyundai หนึ่งในผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการของการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ท่ามกลางข้อกล่าวหาเรื่องความไม่โปร่งใสในห่วงโซ่อุปทานของบริษัท
เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2026 ในขณะที่ทีมชาติเม็กซิโกสามารถเอาชนะทีมชาติเกาหลีใต้ได้ที่สนามกีฬาประจำเมืองกัวดาลาฮารา ท่ามกลางฝูงชนที่เฉลิมฉลองอย่างคึกคัก กลุ่มผู้ประท้วงด้านนอกกลับแสดงมุมมองที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงต่อผลกระทบของฟุตบอลโลกในเมืองแห่งนี้
กลุ่มผู้จัดงานประท้วงระบุว่า Hyundai-Kia ควรออกโรงรับผิดชอบและแจก "ใบแดง" ให้แก่ Ternium ซึ่งเป็นบริษัทคู่ค้าในห่วงโซ่อุปทานของตน หลังจาก Ternium ถูกกล่าวหาว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งรวมถึงข้อกล่าวหาที่มีความเชื่อมโยงกับการหายตัวไปของนักกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม 2 ราย
การชุมนุมประท้วงได้เริ่มต้นขึ้นด้วยการรวมตัวกัน ณ จัตุรัสปลาซา เด ลา ลิเบราซิออน (Plaza de la Liberación) โดยกลุ่มผู้เข้าร่วมพยายามที่จะเรียกร้องความสนใจต่อกรณีของบุคคลที่สูญหายในเมืองกัวดาลาฮารา ซึ่งพวกเขาได้ระบุว่า บุคคลเหล่านั้นได้หายตัวไปหลังจากออกมาร่วมประท้วงต่อต้านกิจกรรมการทำเหมืองแร่เหล็กของบริษัท Ternium
รายงานปี 2025 โดยกลุ่มสิ่งแวดล้อม Mighty Earth ได้วิพากษ์วิจารณ์การมีส่วนร่วมของ Hyundai ในสิ่งที่อธิบายว่าเป็น "ห่วงโซ่อุปทานเหล็กที่สกปรก" เนื่องจากผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติเกาหลีใต้รายนี้เป็นหนึ่งในผู้ซื้อแร่เหล็กรายหลักของบริษัท Ternium เพื่อนำไปใช้ในกระบวนการผลิตเหล็กกล้า ซึ่งเทอร์เนียมตกเป็นเป้าวิจารณ์อย่างซ้ำ ๆ จากกลุ่มนักกิจกรรมในเรื่องผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่ถูกกล่าวหาว่าสร้างความเสียหายรุนแรงและนโยบายการกำกับดูแลกิจการ ตลอดจนกรณีการหายตัวไปของนักกิจกรรมทั้งสองรายอย่าง ริคาร์โด ลากูเนส กัสกา (Ricardo Lagunes Gasca) นักกฎหมายและนักปกป้องสิทธิมนุษยชน และ อันโตนิโอ ดิอาซ บาเลนเซีย (Antonio Díaz Valencia) ผู้นำชุมชนชาวนาฮัวและนักกิจกรรม ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อ 3 ปีที่แล้วในประเทศเม็กซิโก
ทางด้านบริษัท Ternium ไม่ได้ออกมาตอบสนองต่อข้อกล่าวหาของกลุ่มผู้ประท้วงแต่อย่างใด ในขณะที่ Hyundai ได้ชี้แจงผ่านแถลงการณ์
“ที่ Hyundai เรามีความมุ่งมั่นที่จะกำหนดให้ซัพพลายเออร์ของเราต้องปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นสูงสุด และเราได้บังคับใช้จรรยาบรรณซัพพลายเออร์อย่างเข้มงวด ทั้งตัวเราและบริษัทในเครือยังคงดำเนินการฝึกอบรม ตรวจสอบ และดำเนินกระบวนการตรวจสอบสถานะอย่างรอบด้านอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน เพื่อระบุและแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในทุก ๆ การดำเนินงานของเราทั่วโลก” ไมเคิล สจวร์ต (Michael Stewart) ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารของ Hyundai กล่าว
กลุ่มผู้ประท้วงได้ร่วมกันถือป้ายที่มีชื่อและรูปถ่ายของนักสิ่งแวดล้อมที่สูญหายไป
จากข้อมูลของสำนักงานทะเบียนผู้สูญหายและไม่พบร่องรอยแห่งชาติ (National Registry of Missing and Unlocated Persons) ระบุว่า มีผู้คนมากกว่า 130,000 คน ที่สูญหายไปในประเทศเม็กซิโกในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา โดยการลักพาตัวเหล่านี้มีความเชื่อมโยงกับการปะทะกับกลุ่มคาร์เทลค้ายาเสพติดและเจ้าหน้าที่รัฐบาลที่ทุจริต ขณะเดียวกันก็ยังมีกรณีที่เกี่ยวข้องกับหญิงสาวกลุ่มชาติพันธุ์ที่ทำงานในโรงงานหลายแห่งของประเทศอีกด้วย
“Hyundai กำลังพยายามฟอกภาพลักษณ์ของตนเองผ่านการเป็นผู้สนับสนุนการแข่งขันฟุตบอลโลก แต่ข้อเท็จจริงนั้นชัดเจนว่า Hyundai มีความเชื่อมโยงกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมในเม็กซิโก บราซิล สหรัฐอเมริกา และประเทศอื่นๆ การร่วมมือกับซัพพลายเออร์เหล็กอย่าง Ternium ทำให้สโลแกนของบริษัทที่ว่า 'ทำในสิ่งที่ถูกต้องเพื่อมนุษยชาติ' ขาดความน่าเชื่อถือ” ไดอานา ฟิเกโรอา (Diana Figueroa) ตัวแทนจาก Fair Steel Coalition ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้จัดงานประท้วงกล่าว พร้อมระบุว่าการหายตัวไปของนักกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมร่วม 6 รายในตอนใต้ของเม็กซิโก รวมถึงมลพิษทางอากาศที่คร่าชีวิตผู้คนในรีโอเดจาเนโรและมอนเตร์เรย์ ล้วนมีต้นตอมาจากบริษัท Ternium
ทางกลุ่มมีแผนที่จะจัดการประท้วงเพิ่มเติมตลอดช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก โดยในวันที่ 5 กรกฎาคม 2026 จะมีการจัดแข่งขันฟุตบอลเชิงสัญลักษณ์และคอนเสิร์ต ณ สวนสาธารณะฟุนดิโดรา (Fundidora Park) ในเมืองมอนเตร์เรย์ เพื่อประท้วงเทอร์เนียมในฐานะหนึ่งในบริษัทที่ก่อมลพิษมากที่สุดในเมือง และในวันที่ 9 กรกฎาคม 2026 ก่อนการแข่งขันรอบก่อนรองชนะเลิศฟุตบอลโลกที่ลอสแอนเจลิส การประท้วงจะมุ่งเน้นไปที่ข้อกล่าวหาเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนและสิทธิแรงงานในห่วงโซ่อุปทานของ Hyundai ซึ่งรวมถึงรายงานเรื่องการใช้แรงงานเด็ก การค้ามนุษย์ด้านแรงงาน และการใช้แรงงานนักโทษที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์
นอกจากนี้ กลุ่มผู้ประท้วงยังได้ตั้งคำถามถึงการที่ฮุนไดนำหุ่นยนต์มาใช้ในสถานที่จัดการแข่งขันฟุตบอลโลก รวมถึงผลกระทบของทัวร์นาเมนต์ที่มีต่อคนทำงานในท้องถิ่น ซึ่งมีทั้งข้อกล่าวหาเรื่องการขูดรีดแรงงานและค่าที่อยู่อาศัยที่พุ่งสูงขึ้นในเมืองเจ้าภาพ โดยองค์กร Public Citizen และ Jobs to Move America ได้เรียกร้องความโปร่งใสจาก Hyundai เกี่ยวกับประเภทของข้อมูลที่หุ่นยนต์เหล่านั้นจัดเก็บภายในสนามกีฬาฟุตบอลโลก
ทางด้าน Hyundai ได้ตอบกลับข้อกล่าวหาเรื่องการจัดเก็บข้อมูลผ่านแถลงการณ์ว่า บริษัทกำลังมุ่งเน้นไปที่แคมเปญ "Next Starts Now" ซึ่งเป็นการ "ใช้ระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะ วิทยาการหุ่นยนต์ เทคโนโลยี และโปรแกรมการมีส่วนร่วม เพื่อเชื่อมโยงผู้คนเข้ากับความตื่นเต้นของกิจกรรมในครั้งนี้"
