รัฐบาลทหารพม่าประกาศบังคับใช้ "กฎหมายหนังสือเดินทางเมียนมา ค.ศ. 2026" อ้างเพื่อป้องกันความมั่นคงของชาติและป้องกันการปลอมแปลงเอกสาร แต่นักสิทธิดิจิทัลและนักวิเคราะห์ด้านกฎหมายมองว่ามันเป็นเครื่องมือของรัฐบาลทหารในการปิดปากฝ่ายต่อต้านรัฐบาล
ช่วงเดือนมีนาคม 2026 มีรายงานข่าวว่า พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย ในฐานะประธานสภาความมั่นคงและการป้องกันชาติ NDSC ของพม่า ได้ลงนามใน "กฎหมายหนังสือเดินทางเมียนมา ค.ศ. 2026" ซึ่งเป็นกฎหมายใหม่ที่จะมาแทนที่กฎหมายหนังสือเดินทางฉบับเดิมปี ค.ศ. 1920
กฎหมายฉบับใหม่นี้มีการบังคับให้ประชาชนต้องเปลี่ยนหนังสือเดินทางแบบเดิมให้กลายเป็นระบบแบบหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-passport) โดยอาศัยระบบยืนยันตัวตนแบบไบโอเมตริกที่ใช้การตรวจวิเคราะห์กายภาพของตัวบุคคล ระบบดังกล่าวนี้จะเชื่อมโยงกับบัตรประจำตัวดิจิทัลที่เริ่มใช้ตั้งแต่ปี 2024 ซึ่งมีการใช้ข้อมูลลายนิ้วมือและใช้เครื่องมือจดจำใบหน้า
กฎหมายดังกล่าวนี้ยังระบุให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการกลางด้านการออกหนังสือเดินทาง 10 คน โดยมีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน ซึ่งคณะกรรมการนี้จะมีอำนาจในการอนุมัติหรือปฏิเสธคำขอหนังสือเดินทางได้ทั้งหมด
อย่างไรก็ตามกฎหมายและระบบใหม่นี้ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นภัยต่อผู้คน มีฝ่ายต่อต้านและนักสิทธิดิจิทัลต่างก็เตือนว่า กฎหมายนี้อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือควบคุมการเดินทางและสอดแนมประชาชนเพิ่มขึ้นได้ เนื่องจากในพม่าไม่มีกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล อีกทั้งยังอยู่ภายใต้การปกครองของเผด็จการทหาร เนื้อความในกฎหมายมีการให้อำนาจการพิจารณากับเจ้าหน้าที่และคณะกรรมการแบบที่กว้างมากเกินไป อาจจะทำให้เกิดการลุแก่อำนาจและการนำมาใช้ในเชิงข่มเหงรังแกได้
ติ๊ดญาน นักวิเคราะห์ด้านเสรีภาพดิจิทัลจาก Myanmar Internet Project บอกว่า พวกเขาไม่สามารถไว้ใจให้รัฐบาลทหารเป็นผู้คุ้มครองความเป็นส่วนตัวของบุคคลได้ "อีพาสสปอร์ตอาจจะเป็นพัฒนาการที่ดีสำหรับประเทศอื่นๆ แต่ในพม่ามันสร้างความเสี่ยงด้านความปลอดภัยเพราะไม่มีกฎหมายคุ้มครองตัวบุคคล"
นอกจากนี้ยังมีความกังวลเกี่ยวกับมาตรา 6 ของกฎหมายใหม่ที่ให้อำนาจคณะกรรมการในการยกเลิกหนังสือเดินทางและขึ้นบัญชีดำผู้ยื่นคำขอได้ ถ้าหากได้รับแจ้งจาก "หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง" ขณะที่มาตรา 29 ให้อำนาจในการปฏิเสธหนังสือเดินทางแก่ผู้ที่ถูกมองว่า “บ่อนทำลายความมั่นคงของชาติและผลประโยชน์ของชาติ”
ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมองว่าการกำหนดนิยามเอาไว้กว้างๆ เช่นนี้ นอกจากจะทำให้มีการนำมาอ้างใช้กับฝ่ายต่อต้านรัฐบาลแล้ว อาจจะทำให้เจ้าหน้าที่รัฐใช้อำนาจตามอำเภอใจได้ ด้วยการชี้ให้ใครกลายเป็นศัตรูของชาติก็ได้เพียงเพราะพวกเขาไม่ชอบหน้า
เรื่องนี้น่ากังวลเป็นพิเศษสำหรับประชาชนหลายพันคนที่เคยเข้าร่วมขบวนการอารยะขัดขืนหรือ CDM มาก่อน ซึ่งขบวนการนี้เป็นรูปแบบการเคลื่อนไหวอย่างสันติของประชาชนชาวพม่าที่ต่อต้านการรัฐประหาร 2021 แต่ทางการพม่าก็ได้ขึ้นบัญชีดำผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ CDM อีกท้้งรัฐบาลทหารยังเคยจับกุมและสังหารผู้เข้าร่วม CDM ทำให้คนจำนวนมากต้องหนีออกจากพม่า
เรื่องนี้ก่อปัญหาให้กับคนที่เดินทางไปต่างประเทศอย่างถูกกฎหมายและไม่ได้ถูกระบุตัวว่าเป็นฝ่ายต่อต้านด้วย พวกเขามีโอกาสที่จะถูกปฏิเสธหนังสือเดินทางใหม่เช่นกัน เมื่อหนังสือเดินทางของพวกเขาหมดอายุ
รัฐบาลทหารระบุว่าในอีพาสสปอร์ตแบบใหม่นั้นจะมีการฝังชิพที่มีข้อมูลส่วนบุคคลอยู่ในนั้นด้วย เมื่อมีการบังคับใช้แล้วประชาชนจะต้องยื่นขอหนังสือเดินทางใหม่ในรูปแบบอีพาสสปอร์ต แต่ตัวหนังสือเดินทางเดิมก็ยังคงใช้ได้จนกว่าจะถึงวันหมดอายุ
บุคคลที่ถูกปฏิเสธหนังสือเดินทางหรือถูกยกเลิกหนังสือเดินทางจะได้รับอนุญาตให้อุทธรณ์การตัดสินใจต่อกระทรวงมหาดไทยได้ภายในระยะเวลา 60 วัน
สมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมืองของพม่าระบุว่า มีประชาชนมากกว่า 22,400 รายถูกคุมขังเนื่องจากการต่อต้านรัฐประหาร 2021 และมีเกือบ 8,000 รายถูกสังหาร
ภาคเยาวชนของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ หรือ UNDP youth รายงานเมื่อปี 2025 ว่ามีเยาวชนในพม่าเกือบ 40% ที่อยากออกจากประเทศถ้ามีโอกาส และมีนักวิจารณ์มองว่ากฎหมายหนังสือเดินทางใหม่นี้จงใจเล็งเป้าหมายเล่นงานเยาวชนที่อยากออกจากประเทศเหล่านี้โดยเฉพาะ
เรียบเรียงจาก
Myanmar junta enacts new passport law to tighten control over overseas travel, BNI News, 21-03-2026
Myanmar’s New Passport Law Sparks Fears of Abuse, Surveillance, The Irrawaddy, 19-03-2026
