Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

หลัง พล.อ. อาวุโส มินอ่องหล่าย ก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีของพม่าอย่างเต็มตัว พล.อ. 'เยวินอู' ผู้นำฝ่ายข่าวกรองทหารได้ถูกเลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดคนใหม่ นับเป็นการแต่งตั้งผู้นำฝ่ายข่าวกรองทหารขึ้นเป็นผู้นำเหล่าทัพครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของพม่า ที่ผ่านมา ผู้นำเผด็จการมักกวาดล้างผู้นำฝ่ายกรองเพื่อป้องกันการก่อกบฎ

แม้การแต่งตั้งนี้จะเป็นปรากฎการณ์ใหม่ แต่นักวิเคราะห์มองว่า พล.อ. เยวินอู ยังคงเป็น “หุ่นเชิด” ของ พล.อ. อาวุโส มินอ่องหล่าย อย่างไรก็ตาม อนาคตยังคงไม่แน่นอน เนื่องจากบทเรียนในอดีตชี้ให้เห็นว่า แม้แต่ลูกสมุนสายข่าวกรองที่ภักดีที่สุดก็ยังอาจลงเอยด้วยการถูกจำคุกหากมีอำนาจมากเกินไป

พล.อ. เยวินอู คือใคร

พล.อ. เยวินอู ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพเมียนมาคนล่าสุด นับเป็นเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่ผู้บัญชาการสำนักงานหัวหน้ากิจการความมั่นคงทางทหาร (Office of the Chief of Military Secrity Affairs: OCMSA) ซึ่งเป็นที่หวาดกลัวและที่เกลียดชังในหมู่ผู้ต่อต้านการรัฐประหาร ได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งดังกล่าว

พล.อ. เยวินอู เป็นศิษย์เก่ารุ่นที่ 77ของโรงเรียนนายทหารชั้นผู้บังคับหมวด (Officer Training School: OTS) ซึ่งมีสถานะรองจากสถาบันผลิตนายทหารของกลาโหม (Defense Services Academy) ที่ได้ไต่เต้าขึ้นมาเป็นใหญ่เป็นโตในกองทัพพม่ามากกว่า นอกจากนี้เขายังต่างจากผู้นำเหล่าทัพคนอื่นๆ เนื่องจากไม่มีผลงานโดดเด่นในสนามรบ

ทว่า พล.อ. เยวินอู มีบทบาทในบังคับบัญชาหน่วยข่าวกรองทหาร และมีบทบาทสำคัญในการรัฐประหาร 1 ก.พ. 2564 โดยเขาเป็นผู้นำการบุกจับกุมประธานาธิบดีอูวินมยิน และที่ปรึกษาแห่งรัฐอองซานซูจี ซึ่งปัจจุบันยังคงถูกจองจำ หลังจากนั้น พล.อ. เยวินอู ก็ยังทำหน้าที่ปราบปรามผู้ต่อต้านรัฐประหารมาตลอดหลายปี

ในพิธีส่งมอบตำแหน่ง พล.อ. อาวุโส มินอ่องหล่าย ได้กล่าวชื่นชม พล.อ. เยวินอู ปฏิบัติหน้าที่ “อย่างกระตือรือร้นและมีความรับผิดชอบ” ในช่วงวิกฤตของประเทศ ซึ่งเป็นการอ้างถึงช่วง 5 ปีหลังการรัฐประหาร ที่เขามีบทบาทในการจับกุม สอบสวน ทรมาน และสังหารนักเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐประหาร

พล.อ. อาวุโส มินอ่องหล่าย และ พล.อ. เยวินอู ภาพจาก The Irrawaddy

‘หุ่นเชิด' ที่ไว้ใจได้?

ตลอดหลายทศวรรษของการปกครองโดยทหาร บรรดาผู้นำเผด็จการต่างพึ่งพาหัวหน้าหน่วยข่าวกรองเป็นเสาหลักอำนาจ แต่ก็เลื่อนตำแหน่งให้เพียงเท่าที่จำเป็น และกวาดล้างเมื่อบุคคลเหล่านั้นเริ่มมีอิทธิพลมากเกินไป

ที่ผ่านมา มีผู้นำทหารมากหน้าหลายตาผลัดเวียนเข้ามาสู่ตำแหน่งหัวหน้าหน่วยข่าวกรอง ผู้นำหัวหน้าฝ่ายข่าวกรองซึ่งเป็นที่กล่าวขานคงหนีไม่พ้น พลจัตวาตินอู (ฉายา 'แว่น') และ พล.อ. ขิ่นยุ้นต์ ซึ่งทรงอำนาจและน่าหวาดกลัวที่สุดในยุคของตน แต่ท้ายที่สุดทั้งคู่ก็ต้องตกเป็นเหยื่อของผู้นำเผด็จการที่พวกเขารับใช้

พล.อ. เนวิน รู้สึกไม่สบายใจ เมื่ออิทธิพลของพลจัตวาตินอูขยายตัว ถึงขั้นที่เจ้าหน้าที่ภายในสำนักงานของผู้นำเผด็จการแอบเรียก พล.อ. เนวินหลับหลังว่า “หมายเลขหนึ่ง” และเรียกพลจัตวาตินอู ว่า “หมายเลขหนึ่งครึ่ง” บันทึกทางประวัติศาสตร์ระบุว่านายทหารที่อิจฉาแอบใส่ร้ายพลจัตวาตินอู จน พล.อ. เนวิน เกิดความหวาดระแวง และในที่สุดก็ได้สั่งจำคุกลูกน้องคนสนิทในปี 2526

สองทศวรรษต่อมา ผู้บัญชาการระดับสูงของ พล.อ. อาวุโส ตานฉ่วย ได้กดดันให้เขาจัดการกับพลเอกขิ่นยุ้นต์ เนื่องจากอำนาจที่เพิ่มขึ้นของผู้นำหน่วยข่าวกรองเป็นภัยต่อผู้นำ คำบอกเล่านี้ได้รับการยืนยันในภายหลังโดยพลตรีจ่อวิน รองหัวหน้าหน่วยข่าวกรองในขณะนั้น ในปี 2547 พล.อ. อาวุโส ตานฉ่วย ก็ได้รื้อทำลายเครือข่ายข่าวกรองทั้งหมดของ พล.อ.ขิ่นยุ้นต์ และกักบริเวณเขาในบ้านเป็นเวลาหลายปี

หน่วยข่าวกรองถูกปรับโครงสร้างใหม่เป็นสำนักงานหัวหน้ากิจการความมั่นคงทางทหาร (Office of the Chief of Military Security Affairs: OCMSA) อย่างที่เห็นในปัจจุบัน และหลังจากนั้นเป็นเวลาหลายปี หัวหน้าหน่วยข่าวกรองก็ถูกควบคุมไม่ให้มีอำนาจมากเกินไป

พล.อ. มิน ส่วย ซึ่งถึงแก่อสัญกรรมเมื่อปีที่แล้ว ขึ้นมารับตำแหน่งต่อจาก พล.อ. ขิ่นยุ้นต์ รางวัลที่ พล.อ. มิน ส่วย ได้รับจากความภักดีต่อ พล.อ. อาวุโส ตานฉ่วย และ พล.อ. อาวุโส มินอ่องหล่าย คือการได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในเชิงพิธีการ เช่น รองประธานาธิบดี และรักษาการประธานาธิบดี แต่หาได้มีอำนาจแท้จริงไม่ และแล้วก็มาถึงคราวของ พล.อ. เยวินอู

พล.อ. เยวินอู ถูกมองว่าเป็น 'หุ่นเชิด' และเป็นคนสนิทที่ได้รับความไว้วางใจจาก พล.อ. อาวุโส มินอ่องหล่าย นักวิเคราะห์เชื่อว่าเขาได้เลื่อนตำแหน่ง เพราะเขาไม่มีฐานอำนาจเป็นของตัวเอง และไม่อาจท้าทายอำนาจอิทธิพลของนายใหญ่ แม้รัฐธรรมนูญของเมียนมาจะกำหนดให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็นผู้นำสูงสุดของกองทัพ แต่ผู้สังเกตการณ์มองว่าอำนาจที่แท้จริงยังคงอยู่กับ พล.อ. อาวุโส มินอ่องหล่าย

“บรรดาผู้นำเผด็จการ ตั้งแต่ พล.อ. เนวิน ถึง พล.อ.อาวุโส ตานฉ่วย ต่างแต่งตั้งคนสนิทของตนเป็นผู้นำกองทัพ และ พล.อ. อาวุโส มินอ่องหล่าย ก็ทำเช่นเดียวกันด้วยการแต่งตั้ง พล.อ. เยวินอู” นักวิเคราะห์การเมืองอาวุโสรายหนึ่งให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวอิรวดี

แม้ความสัมพันธ์ระหว่าง พล.อ. อาวุโส มินอ่องหล่าย และ พล.อ. เยวินอู จะยังราบรื่นในตอนนี้ แต่อนาคตยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน “ในตอนนี้ พล.อ. เยวินอู ยังคงเป็นสาวกที่ซื่อสัตย์” นักเขียนคนหนึ่งในย่างกุ้งซึ่งศึกษาการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองของเมียนมากล่าว “ครั้งหนึ่ง ตินอูก็เคยยกย่องเนวินราวกับเป็นเทพเจ้า แต่สุดท้ายก็ยังลงเอยในคุก เราคงต้องจับตาดูว่าบทต่อไปจะเป็นอย่างไร”

 

 

อ้างอิงจาก

https://www.irrawaddy.com/opinion/analysis/loyal-puppet-how-ye-win-oo-became-1st-intelligence-chief-to-lead-myanmar-military.html

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง