แอมเนสตี้ฯ แนะอียู เร่งออกมาตรการช่วยชีวิตผู้ลี้ภัย-ผู้อพยพ

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ชี้รัฐบาลยุโรปต้องให้ความสำคัญกับการทำแผนการค้นหาและช่วยชีวิต เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเลขของผู้เสียชีวิตที่พยายามเดินทางข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนียนสูงมากไปกว่านี้

23 เม.ย. 2558 จอห์น ดาวน์ฮุยเซน (John Dalhuisen) ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลประจำภูมิภาคยุโรป และเอเชียกลาง กล่าวว่าตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ผู้ลี้ภัยและผู้อพยพเสียชีวิตจากการจมน้ำบริเวณชายฝั่งของประเทศลิเบียราว 100 คนต่อสัปดาห์ เหตุการณ์นี้ถือเป็นวิกฤตด้านมนุษยธรรมที่ต้องการความร่วมมือจากยุโรปในทันที ไม่ใช่การบ่ายเบี่ยงและการปฏิเสธ

ผู้คนนับร้อยจมน้ำเสียชีวิตหลังจากที่เรือของพวกเขาล่มบริเวณชายฝั่งประเทศลิเบียเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และเฉพาะในปีนี้คาดว่ามีผู้คนจมน้ำราว 1,600 คนปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

จอห์น ดาวน์ฮุยเซน กล่าวเพิ่มเติมว่า อียูและผู้นำประเทศยุโรป พูดย้ำอยู่เสมอว่าจะใช้วิธีการแบบองค์รวมในการแก้ปัญหาสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยร่วมมือกับประเทศต้นทางและประเทศระหว่างทางในการควบคุมการค้ามนุษย์ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญ แต่ตอนนี้สิ่งที่สำคัญกว่าคือความปลอดภัยของผู้ลี้ภัย และผู้อพยพที่ยังคงเดินทางผ่านทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเพื่อมาให้ถึงยุโรป และการประชุมในวันนี้ต้องมีข้อเสนอในประเด็นเรื่องมาตรการค้นหา และช่วยชีวิตของยุโรป

หยุด “ความทรมาน” และ “ความตาย” ที่ชายแดน

“ตอนที่เรือจม ผมหาเพื่อนไม่เจอ ผมถูกถามว่า ‘พวกนั้นอยู่ไหน’ จากนั้นผมจึงเจอ โอมาร์ ส่วนเพื่อนคนอื่นๆ ยังหาไม่พบ ผมพยายามช่วยคนอื่น แต่ก็ทำไม่ได้ โอมาร์และผมช่วยเหลือกันและกัน แต่มันก็เป็นเรื่องยากที่ต้องว่ายน้ำอยู่เป็นชั่วโมง ในน้ำตอนนั้นทุกคนต่างมองหาเพื่อน และครอบครัว”

โมฮัมหมัด ผู้ลี้ภัยชาวซีเรียวัย 21 ปี บอกเล่าประสบการณ์ที่เลวร้ายของเขาในวันที่ 11 ตุลาคม 2556 เมื่อเรือที่เขาโดยสารมาพร้อมผู้คนอีก 400 คน จมลงในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนห่างจากเกาะลัมเปดูซา ประเทศอิตาลี ราว 70 ไมล์

นโยบายคนเข้าเมืองของอียูกำลังทำให้หลายชีวิตต้องตกอยู่ในความเสี่ยง
แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ระบุว่า ทุกๆ ปีผู้คนนับล้านทั่วโลกต้องถูกบังคับให้จากบ้านเกิดเมืองนอนเพราะปัญหาความขัดแย้ง การถูกข่มเหงรังแก และความยากจน ในจำนวนผู้คนนับล้านนี้มีแค่คนกลุ่มเล็กๆ เท่านั้นที่ได้ลี้ภัย และมีชีวิตที่ดีขึ้นในสหภาพยุโรป แต่ขณะนี้ประเทศในอียูกำลังมีมาตรการเพิ่มขึ้นในการกันคนกลุ่มนี้ออกไป โดยในไม่กี่ปีที่ผ่านมา อียูกำลังยุ่งอยู่กับการสร้างรั้วทั้งในแบบรูปธรรม และนามธรรม ซึ่งเป็นการเพิ่มเดิมพันที่สูงขึ้นแก่ผู้คนที่สิ้นหวัง และพร้อมที่จะเสี่ยงเดินทางมาที่นี่

"ทุกๆ ปีผู้คนนับร้อยต้องจบชีวิตลงจากการพยายามเดินทางมาให้ถึงชายฝั่งของยุโรป และมีผู้คนนับไม่ถ้วนที่ถูกผลักดันกลับด้วยความรุนแรง และติดอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านซึ่งไม่เคารพสิทธิของพวกเขา"

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ระบุเรียกร้องให้อียูหยุดการกระทำที่ส่งผลให้ชีวิตผู้คนต้องตกอยู่ในความเสี่ยงจากป้อมปราการที่ถูกสร้างขึ้น โดยมีข้อเรียกร้องให้ผู้นำของอียูคุ้มครองชีวิตและสิทธิของผู้คนแถบชายแดน ดังนี้

·         เพิ่มความแข็งแกร่งของมาตรการค้นหา และช่วยเหลือในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และทะเลอีเจียน ผ่านการร่วมมือกันของทุกประเทศในอียู
·         หาเส้นทางที่ปลอดภัย และถูกกฎหมายในการมายุโรปให้แก่ผู้ที่หลบหนีจากความขัดแย้ง และการถูกข่มเหง เพื่อที่พวกเขาจะได้ไม่ต้องถูกบังคับให้เดินทางในเส้นทางที่อันตรายตั้งแต่แรก และต้องให้พวกเขาได้เข้าถึงการคุ้มครองระหว่างประเทศเมื่อพวกเขาเดินทางมาถึงชายแดนยุโรป
·         ยุติความร่วมมือกับประเทศที่มีรายงานด้านสิทธิมนุษยชนในระดับต่ำ และจำกัดการอพยพเข้าไปในสหภาพยุโรป

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์