นักวิชาการหวั่นเกิดคลื่นอพยพของผู้ลี้ภัยจากพม่า

'อนุสรณ์ ธรรมใจ' ชี้พม่าจะเข้าสู่ภาวะรัฐล้มเหลวและเกิดวิกฤตเศรษฐกิจรุนแรง หวั่นเกิดคลื่นอพยพของผู้ลี้ภัยออกนอกประเทศเหมือนประเทศซีเรีย โซมาเลีย ซูดาน และประเทศเวเนซูเอลา เรียกร้องให้อาเซียนและยูเอ็นแสดงบทบาทเชิงรุกก่อนที่จะเกิดความหายนะทางมนุษยธรรมรุนแรง 

7 มี.ค. 2564 นายอนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตกรรมการสภาวิจัยแห่งชาติ สาขาเศรษฐศาสตร์ และอดีตรองอธิการบดีฝ่ายวิจัยฯ ม.รังสิต กล่าวถึง สถานการณ์ในพม่าว่าได้เข้าสู่ภาวะรัฐล้มเหลวแล้วอันมีสาเหตุมาจากการเข้ายึดอำนาจรัฐประหาร ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง และใช้ความรุนแรงและสังหารประชาชนด้วยกระสุนจริงและหน่วยลอบสังหารสไนเปอร์ การกระทำอย่างโหดร้ายไร้มนุษยธรรมอย่างสิ้นเชิงต่อประชาชนผู้เรียกร้องประชาธิปไตยทำให้ผู้นำกองทัพพม่า คือ ฆาตกรในเครื่องแบบ ทำลายเกียรติภูมิของกองทัพอย่างสิ้นเชิงด้วยการละเมิดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ ละเมิดหลักมนุษยธรรมและหลักมนุษยธรรมพื้นฐาน กองทัพได้กลายเป็นกลไกและเครื่องจักรสังหารประชาชนผู้รักประชาธิปไตยและคนหนุ่มสาวชาวพม่าที่ต่อสู้เพื่ออนาคตของตัวเองและประเทศ 

จะมีตำรวจทหารจำนวนไม่น้อยที่จะเป็นกบฎต่อคำสั่งอันชั่วร้ายและไม่ชอบธรรมเพื่อรักษาอำนาจและผลประโยชน์ของระบอบรัฐประหารเผด็จการ ประเทศพม่าหลังการรัฐประหารเมื่อ 1 ก.พ. 2564 สถานการณ์ค่อย ๆ พัฒนาสู่การเป็นรัฐล้มเหลวหรือ Failed states มากขึ้นตามลำดับ หากวัดโดย Failed States Index หรือ ตัวชี้วัดความมีเสถียรภาพของรัฐ จะเห็นได้ว่าได้เข้าสู่ภาวะรัฐล้มเหลวและเตรียมล่มสลายและล้มละลายทางเศรษฐกิจแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ดัชนีการละเมิดสิทธิมนุษยชนและมนุษยชนธรรมอย่างแพร่หลาย ดัชนีความไม่แน่นอนและความล้มละลายทางเศรษฐกิจ อาจเข้าอัตราเงินเฟ้อสูงรุนแรงและขาดแคลนปัจจัยสี่ในอนาคต ดัชนีความถดถอยทางเศรษฐกิจ ดัชนีการไหลออกของทุนมนุษย์และการย้ายถิ่นฐานของประชากร ดัชนีปกครองของรัฐที่ไร้ความเป็นธรรมและความไม่มีนิติรัฐนิติธรรม การใช้ความรุนแรงและสังหารประชาชนฝ่ายตรงข้ามผู้มีอำนาจรัฐ อารยะขัดขืนที่เกิดขึ้นในขอบเขตทั่วประเทศจนทำให้กลไกของรัฐไม่สามารถทำงานได้ เป็นต้น

หากอาเซียน และองค์กรสหประชาชาติ ไม่แสดงบทบาทในเชิงรุกเพื่อยุติปัญหาวิกฤตการณ์และการสังหารประชาชนโดยกองทัพ เชื่อว่าสถานการณ์ในพม่าจะพัฒนาสู่ สถานการณ์ในระดับเดียวกับ ซีเรีย โซมาเลีย ซูดานและเวเนซูเอลา กรณีของพม่านั้นเป็นสภาวะ Deep State รัฐซ้อนรัฐ ที่นำมาสู่ รัฐล้มเหลว การปล่อยให้พม่าอยู่ในภาวะรัฐล้มเหลวนาน ๆ โดยไม่มีการแก้ไขโดยการแทรกแซงจากองค์กรระหว่างประเทศเพื่อรักษาสันติภาพ ยุติความรุนแรงและการสังหารประชาชน จะก่อให้เกิดคลื่นอพยพของผู้ลี้ภัยจำนวนมากและประเทศที่ต้องรับภาระหนักที่สุด ก็คือประเทศไทย การปกป้อง ประชาชนผู้บริสุทธิ์ ของรัฐล้มเหลวอันเป็นผลจากผู้นำกองทัพที่มีลักษณะอันธพาลและก่อการร้ายต่อประชาชนของตัวเองนั้น อาจต้องอาศัย กองกำลังรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ เข้าไปหยุดยั้งการยัดข้อหาและจับกุมคุมขังประชาชนและสังหารประชาชนไม่ให้ลุมลามไปมากกว่านี้ 

นายอนุสรณ์ กล่าวถึงเศรษฐกิจพม่าว่าจะเกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงอย่างแน่นอน จะเผชิญภาวะอัตราเงินเฟ้อสูงรุนแรงพร้อมกับการขาดแคลนสินค้าจำเป็นบางประเภท เศรษฐกิจหดตัวติดลบรุนแรงต่อเนื่องจากปีที่แล้วอันเป็นผลจากระบบและกลไกทางเศรษฐกิจไม่สามารถดำเนินการได้ตามปกติ ประสบการขาดแคลนเงินตรา เศรษฐกิจโดยภาพรวมอาจถอยหลังไปไม่ต่ำกว่า 20-30 ปี เป็นอย่างน้อยหากไม่รีบแก้ไขและเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ให้ดีขึ้นโดยการคืนอำนาจให้กับพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยในฐานะผู้ชนะการเลือกตั้ง จะมีการถอนการลงทุนออกจากพม่าครั้งใหญ่โดยเฉพาะกลุ่มทุนตะวันตก สิงคโปร์ ญี่ปุ่น เป็นต้น สิ่งที่เกิดขึ้นย่อมส่งผลกระทบต่อการค้าและสินค้าส่งออกของไทยไปพม่า ส่วนโครงการลงทุนของกลุ่มทุนไทยที่ลงทุนในพม่าคงชะลอตัวไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ขอให้ประเทศไทยเตรียมรับมือกับสถานการณ์คลื่นผู้อพยพชาวพม่าตามแนวชายแดนและต้องช่วยเหลือผู้อพยพเหล่านี้ตามหลักมนุษยธรรมโดยสามารถรับความช่วยเหลือจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติได้ 
  

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์