'อนุสรณ์ ธรรมใจ' สส.พรรคประชาชน คัดค้านการออก พรก.กู้เงินฉุกเฉิน 4 แสนล้าน ชี้ไทยยังไม่วิกฤต เตือนเสี่ยงทุจริตรั่วไหล พร้อมชี้ผลกระทบยืดเยื้อจากวิกฤตฮอร์มุซ-ตลาดน้ำมัน และเฝ้าระวังไวรัสฮันตาคุกคามท่องเที่ยวโลก เสนอ 7 เมกะโปรเจ็กต์ยกคุณภาพชีวิตแทนแลนด์บริดจ์
10 พฤษภาคม 2569 รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ สส.กรุงเทพฯ พรรคประชาชน และอดีตกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง เปิดว่า ขณะนี้ประเทศไทยยังไม่มีปัญหาความมั่นคงทางเศรษฐกิจถึงขั้นจำเป็นต้องออกพระราชกำหนดกู้เงิน 4 แสนล้านบาทอย่างเร่งรีบ โดยรัฐบาลสามารถใช้กลไกทางการคลังตามปกติได้ เช่น การตัดลดงบประมาณที่ไม่จำเป็นเพื่อให้มีเงินเหลือจากงบประมาณปี 2569 อย่างน้อย 1 แสนล้านบาท ทบทวนสัมปทานไฟฟ้าและน้ำประปา กำหนดค่าการกลั่นน้ำมันให้เป็นธรรม รวมถึงให้กองทุนเงินหมุนเวียนที่มีสำรองส่วนเกินส่งคืนคลัง โดยชี้ว่าความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจในอนาคตอาจเกิดจากการก่อหนี้สาธารณะเกินตัวและการใช้จ่ายที่ขาดความโปร่งใสมากกว่า
รศ.ดร.อนุสรณ์เสนอทางเลือกในรูปแบบ 7 เมกะโปรเจ็กต์มูลค่ารวม 627,000 ล้านบาทของพรรคประชาชน ซึ่งสามารถทยอยดำเนินการผ่านงบประมาณปกติภายใน 8 ปีโดยไม่ต้องก่อหนี้เพิ่ม ประกอบด้วยการลงทุนในโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ 192,000 ล้านบาท ระบบจัดการขยะ 183,000 ล้านบาท ระบบน้ำประปาดื่มได้ 75,000 ล้านบาท การศึกษา 50,000 ล้านบาท ขนส่งสาธารณะ 37,000 ล้านบาท สาธารณสุข 30,000 ล้านบาท และระบบบำบัดน้ำเสีย 60,000 ล้านบาท โดยมุ่งเน้นโครงสร้างพื้นฐานที่ประเทศขาดแคลนและสร้างอุตสาหกรรมที่คนไทยเป็นเจ้าของ แทนที่จะผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์ที่ยังมีข้อสงสัยด้านความคุ้มค่า
พร้อมกันนี้ รศ.ดร.อนุสรณ์ ยังเตือนให้เตรียมรับมือกับผลพวงยืดเยื้อจากวิกฤตปิดช่องแคบฮอร์มุซ ที่อาจทำให้โรงงานหลายแห่งขาดแคลนวัตถุดิบจนต้องปิดกิจการและเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย โดยเฉพาะแรงงานรายวันที่จะได้รับผลกระทบหนักที่สุด พร้อมเรียกร้องให้กระทรวงแรงงานเตรียมรับมือและบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองแรงงานอย่างเข้มงวด
ในส่วนของตลาดน้ำมัน รศ.ดร.อนุสรณ์ตั้งข้อสังเกตว่ามีธุรกรรมซื้อขายสัญญาน้ำมันล่วงหน้าในปริมาณผิดปกติสูงถึง 2.6 แสนล้านบาท โดยมักเกิดขึ้นก่อนการประกาศนโยบายสำคัญของรัฐบาลทรัมป์เกี่ยวกับสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจเข้าข่าย Insider Trading และเรียกร้องให้ กลต. ไทยและธนาคารแห่งประเทศไทยเร่งตรวจสอบธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทยด้วย
รศ.ดร.อนุสรณ์ ยังเตือนถึงความเสี่ยงใหม่จากไวรัสฮันตาสายพันธุ์แอนเดส ที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่าร้อยละ 50 และยังไม่มียาต้านไวรัสเฉพาะ โดยล่าสุดพบการแพร่เชื้อจากคนสู่คนบนเรือสำราญในอาร์เจนตินา มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และองค์การอนามัยโลกกำลังติดตามนักท่องเที่ยวที่อาจสัมผัสเชื้อ แม้การแพร่ระบาดจะยากกว่าโควิด แต่รศ.ดร.อนุสรณ์ย้ำว่า "การตั้งอยู่บนความไม่ประมาทจะดีที่สุด" โดยแสดงความเชื่อมั่นต่อระบบสาธารณสุขไทย แต่ยังกังวลต่อระบบตรวจคนเข้าเมือง
สส.ปชน เรียกร้อง ครม. นำร่างกฎหมายโรงงาน กลับสู่สภาฯ พิจารณาต่อวาระ 2-3
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา รายงานว่า นางสาวการณิก จันทดา สส.จังหวัดเชียงใหม่ พรรคประชาชน ในฐานะอดีตเลขานุการคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โรงงาน (ฉบับที่..) พ.ศ. .... พร้อมอดีตคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ร่วมแถลงเรียกร้องให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้นำร่าง พ.ร.บ.โรงงาน (ฉบับที่..) พ.ศ. .... กลับเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ต่อจากสภาฯ ชุดที่แล้ว
นางสาวการณิก กล่าวว่า คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ของสภาฯ ชุดที่แล้ว ได้แก้ไขร่างกฎหมายจนจบสิ้นกระบวนการ หลังสภาฯ ได้รับหลักการ แต่ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณใด ๆ ว่าร่างจะถูกนำกลับเข้ามาสู่สภาฯ เพื่อพิจารณารายมาตรา ในวาระ 2 และวาระ 3 ซึ่งตนและเพื่อนสมาชิกที่เคยร่วมกันพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ จึงมีความกังวลว่าเหตุใด ครม. จึงไม่นำเข้าสู่สภาฯ
ด้านนายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า ร่างกฎหมายโรงงานใหม่นี้ มติคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ เห็นตรงกันว่าอยากจะควบคุมโรงงานที่ก่อให้เกิดมลพิษสูงหรือโรงงานควบคุมพิเศษ เช่น โรงงานทำธุรกิจเกี่ยวกับรีไซเคิลหรือโรงงานที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการกำจัดของเสียต่าง ๆ ซึ่งโรงงานเหล่านี้ก่อให้เกิดผลกระทบก่อมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและผลกระทบต่อประชาชนมาเป็นระยะเวลายาวนาน ซึ่งจากกฎหมายโรงงานฉบับเดิมไม่ได้ควบคุมในส่วนนี้ไว้ โดยจะมีเงื่อนไขว่าต้องดำเนินการขออนุญาตเป็นรายปีและต้องมีการเตรียมเงินประกันหรือเงินที่ใช้กรณีที่โรงงานก่อให้เกิดมลพิษ ซึ่งจะเป็นกฎหมายสำคัญที่จะช่วยรักษาคุณภาพชีวิตของประชาชนและคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น
ด้านนายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ อดีต สส.จังหวัดระยอง พรรคประชาชน ในฐานะอดีตกรรมาธิการวิสามัญฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากการแก้ไข พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2562 เป็นต้นมา ที่ให้กำหนดอายุของใบอนุญาตโรงงาน จากเดิมไม่จำกัดอายุ ซึ่งมีผลทำให้โรงงานที่ตั้งอยู่ในหลายพื้นที่ที่ใบอนุญาตไม่มีวันหมดอายุและขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน เกิดโรงงานที่มีลักษณะแปลกปลอมเข้ามาอยู่ในชุมชนหลายแห่ง ทำให้ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหามลพิษทางเสียง กลิ่น กระทบการใช้ชีวิตของประชาชนเป็นจำนวนมาก เป็นที่มาที่ทำให้มีการยื่นร่าง แก้ไขกฎหมายโรงงาน ทั้งฉบับของ ครม. พรรคประชาชน และพรรคเพื่อไทย
นอกจากนี้ อดีตคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ทั้งนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ที่ปัจจบันอยู่ใน ครม. และนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ซึ่งปัจจุบันก็เป็น สส. โดยทั้งสองคนเป็นผู้ที่มีบทบาทในการผลักดันร่างกฎหมายฉบับนี้ แต่เหตุใดจนถึงขณะนี้จึงยังไม่มีการนำเสนอให้ ครม. นำกลับเข้ามาในสภาฯ เพื่อให้เกิดความก้าวหน้าของร่างกฎหมายต่อไป
