สำนักข่าวเบนาร์นิวส์ รายงานว่าคูคำ แก้วมะนีวงษ์ นักกิจกรรมเพื่อประชาธิปไตยชาวลาวที่ถูกจับกุมเมื่อเสาร์ที่ 29 ม.ค. ที่ผ่านมา ได้รับการประกันตัวด้วยความช่วยเหลือของทนายความ โดยมีเงื่อนไขห้ามเดินทางอย่างเข้มงวด
2 ก.พ. 2565 คูคำ แก้วมะนีวงษ์ ผู้ลี้ภัยที่มีบัตรรับรองจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติหรือ UNHCR ให้สัมภาษณ์กับเบนาร์นิวส์เมื่อวานนี้ (1 ก.พ.) ว่าเขาถูกตำรวจจับกุมจากการทำงานเชิงรณรงค์ในอดีต และถูกไต่สวนลับในศาลไทยในความผิดฐานอยู่อาศัยเกินกว่าที่วีซ่ากำหนดและถูกคุมขังเพื่อรอการส่งกลับไปยัง สปป. ลาว ก่อนที่จะได้รับการประกันตัวด้วยความช่วยเหลือของทนายความและองค์การสหประชาชาติ โดยศาลให้ประกันตัวพร้อมเงื่อนไขห้ามเดินทางข้ามจังหวัดและสถานที่อื่นๆ ตามที่ศาลกำหนด
คูคำกล่าวว่าเขาหยุดเคลื่อนไหวทางการเมืองมานานเกินสองปีแล้วหลังจากได้รับบัตรผู้ลี้ภัยของ UNHCR เนื่องจากเป็นหนึ่งในเงื่อนไขในการรับบัตร แต่อาจจะเป็นเพราะมีคนไปเห็นภาพการเคลื่อนไหวของเขาในอดีตแล้วไปร้องเรียน จึงเกิดการจับกุมขึ้น
“ถ้าผมจะต้องเดินทางไปประเทศที่สามตอนนี้ ผมก็จะไป แต่ถ้ามีตัวเลือกให้ผมเลือก และมีความปลอดภัยมากกว่านี้กับผมในประเทศไทย ผมก็อยากจะอยู่ที่นี่มากกว่า” คูคำกล่าว
คูคำเป็นสมาชิกก่อตั้งของกลุ่มลาวเสรี (Free Lao) เป็นการรวมกลุ่มของแรงงานและชาวลาวที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยเพื่อเรียกร้องสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยในประเทศบ้านเกิด โดยเบนาร์นิวส์ระบุอีกว่ามีกรณีที่ผู้ที่เรียกร้องสิทธิและประชาธิปไตยในลาวถูกลงโทษอย่างหนักเมื่อถูกส่งกลับไปยังประเทศต้นทาง ในปี 2559 แรงงานชาวลาวที่ทำงานในไทยจำนวนสามคนหายตัวไปหลังกลับประเทศไปต่อวีซ่า โดยทั้งสามมีประวัติวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลลาวในเฟซบุ๊ค
ในเวลาต่อมา มีชาวลาวสามราย สมพอน พิมมะสอน อายุ 29 ปี กับแฟนสาวของเขา ลอดคำ ทำมะวง อายุ 30 ปี และชายอีกคนหนึ่งชื่อ สุกาน ชัยทัด อายุ 32 ปี สารภาพควาผิดผ่านทางโทรทัศน์ของลาวในช่วงเดือน พ.ค. 2559 ในกรณีที่พวกเขาโพสต์เฟซบุ๊ควิจารณ์รัฐบาลลาวและร่วมชุมนุมที่หน้าสถานทูตฯ ลาวประจำประเทศไทย สมพอนถูกศาลสั่งจำคุก 20 ปี สุกานถูกสั่งจำคุก 16 ปี และลอดคำถูกสั่งจำคุก 12 ปี
เมื่อปี 2562 อ๊อด ไชยะวง ผู้ลี้ภัยชาวลาวที่ขึ้นทะเบียนกับ UNHCR หายสาบสูยไปขณะอยู่อาศัยในประเทศไทย จนถึงปัจจุบันยังไม่มีใครทราบข่าวคราว
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 64 ที่วัดแพรกษา จ.สมุทรปราการ เจ้าหน้าที่รัฐเคยบุกจับและบังคับสึก ‘พระบอรบอท’ นักกิจกรรมการเมืองชาวกัมพูชา ซึ่งลี้ภัยและมาบวชเป็นพระสงฆ์ในไทย ข้อหาลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย แม้ว่าพระรูปดังกล่าวได้รับสถานะผู้ลี้ภัยของข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ก่อนที่เมื่อ 13 ธ.ค.ที่ผ่านมา พระบอรบอท เดินทางถึงสวิตเซอร์แลนด์โดยสวัสดิภาพ ด้วยความช่วยเหลือจาก UNHCR, ฮิวแมนไรท์วอตช์ (Human Rights Watch), และสถานเอกอัครราชทูตสวิตเซอร์แลนด์ประจำประเทศไทย
เมื่อเดือน มิ.ย. 2564 คณะผู้เชี่ยวชาญสหประชาชาติฯ ได้เปิดเผยกรณีที่ได้รับรายงานว่า นักกิจกรรมทางการเมืองชาวไทยกว่า 6 คน ถูกบังคับให้สูญหายนอกพรมแดนประเทศไทย ได้แก่
1. วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ นักกิจกรรมและผู้ลี้ภัยทางการเมืองที่อาศัยอยู่ในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ถูกลักพาตัวและสูญหายไปเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2563 ที่กรุงพนมเปญ
2. สยาม ธีรวุฒิ นักกิจกรรมและผู้ลี้ภัยทางการเมืองที่อาศัยอยู่ในประเทศเวียดนาม ถูกจับกุมโดยตำรวจเวียดนามในเดือนพฤษภาคม ปี 2562 ก่อนสูญหายไป
3-5. สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์, ชัชชาญ บุปผาวัลย์ (สหายภูชนะ), ไกรเดช ลือเลิศ (สหายกาสะลอง) นักเคลื่อนไหวและผู้ลี้ภัยทางการเมืองที่อาศัยอยู่ใน สปป.ลาว สูญหายไปเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2561 ก่อนถูกพบศพของชัชชาญและไกรเดชลอยอยู่ที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ส่วนสุรชัยยังคงสูญหาย
6. อิทธิพล สุขแป้น (ดีเจซุนโฮ) นักเคลื่อนไหวและผู้ลี้ภัยทางการเมืองที่อาศัยพักพิงอยู่ในประเทศลาว สูญหายไปเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2559 ซึ่งมีรายงานว่าถูกเจ้าหน้าที่ไทยควบคุมตัวไป ก่อนมีการปฏิเสธต่อการจับกุมดังกล่าว
ทั้งนี้ ยังมีการเปิดเผยถึงรายงานกรณีอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศอื่นๆ แถบภูมิภาคเอเซียอาคเนย์ ได้แก่
7. อ็อด ไชยะวง อดีตสมาชิกของกลุ่ม “ฟรีลาว” นักคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและผู้ลี้ภัยชาวลาวที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย สูญหายไปในช่วงเดือนสิงหาคม 2562 หลังเข้าพบปะกับผู้รายงานพิเศษของสหประชาชาติ
8. เจือง ซุย เญิ๊ต (Truong Duy Nhat) นักคุ้มครองสิทธิฯ และนักข่าวชาวเวียดนาม ที่ถูกจับกุมโดยทางการไทย ก่อนถูกส่งตัวกลับให้ทางการเวียดนามในปี 2562 ปัจจุบันยังถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำในประเทศเวียดนาม
9. ออสมาน คารากา (Osman Karaca) นักธุรกิจผู้ถือสัญชาติเม็กซิกันและตุรกี ถูกจับกุมโดยทางการกัมพูชาเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2561 ก่อนถูกบังคับให้สูญหายเป็นระยะเวลาหลายวัน ก่อนพบว่าถูกส่งตัวกลับไปที่ประเทศตุรกี
