ชายชื่อ สรรเสริญ (2): เพื่อมิตรภาพของเรา

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

หลังรัฐประหาร คสช.2557 ชายชื่อ สรรเสริญ ศรีอุ่นเรือน นักสังคมนิยมแนวทางสันติวิธี นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย วัย 63 ปี ถูกจับกุมตัวนำเข้าค่ายทหาร เขาถูกซ้อมทรมานด้วยการช็อตด้วยไฟฟ้าในค่ายทหารเพื่อบังคับให้เขายอมรับสารภาพในข้อหาร้ายแรง แต่เขาก็ยังยืนยัน ไม่ยินยอมที่จะสารภาพในสิ่งที่เขาไม่ได้ทำ 

การไปเป็นวิทยากรบรรยายเรื่องทฤษฎีการเมืองที่จังหวัดขอนแก่น ที่มีจำเลยในคดีปาระเบิดหน้าศาลอาญาเข้าร่วม เป็นเหตุที่รัฐพยายามเชื่อมโยงให้สรรเสริญอยู่ในผังของผู้ที่ใช้ความรุนแรงต่อต้านรัฐ ถูกขังระหว่างพิจารณาคดีนานประมาณสี่ปี กว่าจะได้รับสิทธิในการประกันตัว ปัจจุบันคดียังไม่สิ้นสุด

 

ความมืดมาเยือน คืนที่ 2 ยุงยังเยอะเหมือนเดิม ทหารรักษาการณ์บางคนแสดงอาการห่วงใย เมื่อเห็นผมไม่แตะอาหารหรือน้ำของเขามาตั้งแต่วันแรก เขาพยายามขอร้องให้ผมกินอาการ เดี๋ยวจะไม่มีแรงไปขับแท็กซี่ ผมซาบซึ้งในความห่วงหาอาทรของทหารคนนี้ที่เขาแสดงความเป็นมนุษย์ สงสารเพื่อนมนุษย์ ผิดกับพวกสอบปากคำที่กระทำต่อผมยิ่งกว่าเชลยศึก ผมไม่เคยได้ยินเรื่องทหารเวียดนามเหนือทารุณเชลยสงครามที่เป็นนักบินและลูกเรือเครื่องบินโจมตีทิ้งระเบิดที่ถูกยิงตก ตลอดสงครามอินโดจีนอันยาวนาน 

2 วันแล้วสินะ ยังไม่ได้อาบน้ำ แปรงฟัน วันต่อมาผมได้ร้องขอต่อทหารที่กองรักษาการณ์ว่าแปรงสีฟัน ยาสีฟัน มีอยู่ในรถของผม และให้เอาโครงไก่และนมออกจากรถเกรงจะเน่า มีกลิ่นติดรถ แต่ก็ไม่ได้รับแปรงสีฟันตลอด ุ6 วันในค่าย มาได้แปรงฟันเมื่อมาอยู่กับตำรวจนครบาล ได้แปรงฟันเย็นวันที่ 15 มีนาคม ที่ สน.สุทธิสาร กับเช้าวันที่ 1ุ6 ได้ใช้ยาสีฟันที่ตำรวจซื้อให้เป็นครั้งสุดท้าย เพราะต้องทิ้งยาสีฟันไว้ที่ห้องรอรับ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์อนุญาตให้นำแปรงติดตัวไปได้อย่างเดียว แต่ก็ยังดีกว่าอยู่กับทหาร มีแปรงใช้ถึงจะไม่มียาสีฟัน ห้องทหารโสโครกยิ่งกว่าที่นอนหมา กว่าจะได้รับอาบน้ำผ่านไปตั้ง 3 วัน ชุดเดียวไม่ได้ซัก 7 วัน เมื่อมาอยู่กับราชทัณฑ์ได้เปลี่ยนชุดใหม่ตอนเย็นวันที่ 1ุ6 ได้ซักชุดเดิมในวันที่ 17 

วันที่ 11 มีนาคม ถูกนำตัวไปสอบช่วงเย็น มีคำถามนำว่า ได้รับคนโดยสารเป็นชาย 2 คน คนหนึ่งมีกลิ่นตัวแรงไปส่งที่เมืองทอง เขาอ้างว่าเขามีภาพจากกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐาน 

ผมตอบกลับว่า “คุณก็ใช้ให้เป็นประโยชน์ ใช้เป็นหลักฐานกระทำความผิดของผมไปสิ ผมไม่มีผู้โดยสารแบบที่คุณว่า จะให้ผมรับว่ามีได้อย่างไร” 

ผมถูกชกซ้ำที่หน้าท้อง

ผมเคยไปส่งผู้โดยสารผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเพื่อนเธอมาซ้อมรับปริญญา ผู้ชายเคยรับมาคนเดียวจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ขึ้นทางด่วนมาเข้าทางอิมแพค แล้วกลับรถวิ่งขาออกมีผู้หญิงจอดรถรอรับ 

ทหารคนหนึ่งพูดว่า ผมร่วมวางแผนระเบิดศาลอาญารัชดา เมื่อคืนวันที่ 8 มีนา ที่จังหวัดขอนแก่น ผมปฏิเสธ  ในวันนั้นผมไปเป็นวิทยากรบรรยายเรื่องพัฒนาการประชาธิปไตยของอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส และประชาธิปไตยไทย ตั้งแต่ 24 มิ.ย.2475 ในที่สัมมนา นอกจากหัวข้อที่ผมบรรยาย คนอื่นก็พูดเรื่องธุรกิจขายตรง ไม่มีการพูดเรื่องการวางระเบิดแต่อย่างใด วงพูดคุยมีคนเกิน 10 คน มีคนเดินเข้าออก บริการน้ำ อาหาร กาแฟ ไม่มีการประชุมลับ 

“พวกมึงเขาสารภาพหมดแล้ว มึงอย่าปากแข็ง” 

“ใครจะพูดอย่างไรย่อมเป็นสิทธิของเขา ผมไม่ได้ทำ จะให้พูดว่าทำได้อย่างไร ในวงสัมมนาวันนั้นผมไม่รู้จักใคร นอกจากวิทย์ (ชาญวิทย์ จริยานุกูล จำเลยที่ 8) ซึ่งเป็นผู้เชิญผมไปบรรยาย” 

วันนี้นอกจากที่ทหารจะชกผมที่หน้าท้องแล้ว ยังเพิ่มการช็อตไฟฟ้าที่ขาท่อนบนด้านนอก ช่วงใต้สะโพกถึงเหนือหัวเข่า แต่ไม่ว่าจะถูกชกหรือช็อตไฟฟ้า ผมก็ยังคงนิ่งเฉย ไม่แสดงอาการเจ็บปวด ทุกข์ทรมาน ไม่เอาจิตไปจดจ่อกับสิ่งที่พวกเขาทำ ปล่อยให้เขาทำให้หนำใจ เขาขู่ว่าเดี๋ยวจะเพิ่มกำลังไฟฟ้าให้มากกว่านี้ เขาเอาตัวขึ้นมาเดินย่ำจากปลายเท้าถึงศีรษะ ผมคงเฉย ย้อนนึกถึงวัยเด็ก พ่อทำนาปวดเมื่อย ผมถูกสั่งให้เหยียบตั้งแต่น่องขึ้นมาถึงสะโพก บั้นเอว นานไม่น้อยกว่า 30 นาทีจึงเลิก แต่คนเหยียบผมจัดแค่ชุดเล็ก แต่เหยียบพร้อมรองเท้า ส่วนผมเหยียบพ่อด้วยเท้าเปล่า 

การสอบปากคำจึงได้เรื่องแค่ ผมไปขอนแก่นจริง ได้รับการติดต่อจากชาญวิทย์ คนสอบบอกว่าเดี๋ยวถามจากชาญวิทย์ถ้าไม่ตรงกันจะจัดหนักให้ วันนี้พอแค่นี้ ผมไม่ทราบว่ามันดึกแค่ไหน พวกเขาขอให้ผมกินข้าว ดื่มน้ำ แต่ผมก็คงเฉยไม่ตอบโต้อะไร 

12 มีนาคม 2558 วันนี้เบิกตัวผมช่วงสาย เมื่อเข้าห้องสอบแล้วเขาสั่งให้ทหารพาผมไปอาบน้ำ เพราะคงทนความเหม็นของผมในห้องปรับอากาศไม่ไหว เมื่อกลับเข้าห้องสอบอีกครั้ง แก้ผ้าปิดตาออก บอกว่าวันนี้เราจะมาเปิดหน้าคุยกัน อยากพูดอะไรก็พูด ไม่อยากพูดอะไรก็ไม่ต้องพูด พร้อมกล่าวว่า 

“คุณคนดังนี่หว่า เนชั่นเล่นข่าวคุณน่าดู แต่ตอนคุยกันขอให้คุณดื่มน้ำและกินอาหารเสียก่อน ถ้ากลัว ผมเปิดน้ำขวดใหม่ให้ก็ได้ น้ำนี้ผมก็ดื่มเหมือนกัน” 

“ผมไม่ได้กลัวว่าคุณจะใส่อะไรให้ผมกิน ผมตั้งใจไว้นานแล้วว่า ถ้าใช้อัยการศึกควบคุมตัวผมจะไม่กินอะไรเลยตลอด 7 วันตามอำนาจอัยการศึก คุณก็ได้ทำมาแล้ว 2 วันกว่า” 

“เอาเป็นว่าผมขอร้องให้คุณเลิก หันมาดื่มกินปกติดีกว่า มันมีประโยชน์อะไรที่จะอดต่อไป ผมยังต้องการความรู้จากคุณอีกมาก ตายไปก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร” เขาวิงวอน 

“ผมตั้งใจแล้วไม่เปลี่ยนใจ แต่ถ้าคุณต้องการให้ผมเลิกคุณต้องหาเหตุผลมาชวนผมให้เลิก ถ้าถูกใจผมอาจพิจารณายกเลิกก็ได้” 

การสนทนาหยุดไปพักหนึ่ง 

“เพื่อมิตรภาพของเรา” 

เขายกมาเป็นเหตุผล เพราะในการสอบเขาเห็นทัศนะของผมเน้นเรื่องงานการทูต การปฏิสัมพันธ์ มิตรภาพ ส่งเสริมความเข้าใจ ทำงานด้านการเจรจา ตั้งแต่ที่ผมเป็นเป็นที่ปรึกษาสหพันธ์ชาวนาชาวไร่แห่งประเทศไทย ได้รับมอบงานเชื่อมสัมพันธ์กับพันธมิตรของพรรคคอมมิวนิสต์พม่า เดินทางไปลาวขณะที่ความสัมพันธ์เลวร้าย ทั้งกับรัฐบาลไทย มีการปะทะที่ดอนท้าว ดอนนาง เรือนปง ของไทยถูกถล่มด้วยอาวุธนานาชนิดกับฝั่งพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยหลังตัดสัมพันธ์ นายผี (อัศนี พลจันทร์) พร้อมทหารติดตามคุ้มครองนับ 10 คนถูกจับ ผมก็ยังกล้าเดินทางข้ามไปลาวเมื่อปี 252ุ6 

เมื่อตรึกตรองข้อคิดเห็นที่นำเสนอของเขา ผมจึงตอบว่า “เพื่อมิตรภาพของเรา ผมจะยุติการอดน้ำ อดอาหาร แต่ขอเวลาให้ร่างกายผมปรับตัว วันนี้ผมจะเริ่มจิบน้ำก่อน ข้าวจะเริ่มกินในวันถัดไป” 

“เมื่อรับปากแล้วขอให้ดื่มต่อหน้าผมในวันนี้ ให้ผมสบายใจว่าเลิกจริงและจะได้มีเสียงพูดคุยกัน เราคงพูดคุยกันนานหน่อย” 

“ไม่ต้องห่วงผม ผมพูดได้ จะดื่มหรือไม่ดื่มก็ไม่ต่างกัน” 

ผมกล่าวถึงการซ้อมทรมานที่กระทำต่อผมในวันที่ 10-11 มีนาคมว่าผมให้อภัย โดยเขามิได้ร้องขอ โดยกล่าวว่า 

“ผมไม่ได้โกรธพวกคุณเฉกเช่นเวียดนามไม่ได้โกรธนักบินและลูกเรือที่นำระเบิดไปทิ้งทำลายเวียดนามภาคเหนือ ถ้าโกรธคงเป็นประธานาธิบดี ลินคอล์น บี จอห์นสัน หรือประธานาธิบดีนิกสัน นักบินเป็นเพียงกลไกของสงคราม ความผิดต้องเป็นของผู้ก่อสงคราม” 

ผมไม่เอาผิดถือโทษโกรธเคืองและไม่อยากให้ครอบครัวของพวกเขาเดือดร้อน ถ้าต้องถูกลงโทษทางวินัยหรืออาญา เพียงเตือนพวกเขาว่า ถ้าผู้ใดกระทำด้วยความอาฆาตมาดร้าย เกลียดชังเป็นการส่วนตัว ให้ระมัดระวังเมื่อมีอายุมากจะมีโรคเวรโรคกรรมในช่องอก ช่องท้อง ผู้ทำตามหน้าที่ปกติผมให้อภัย อโหสิกรรมให้ ขอร้องว่าอย่าทำอย่างนี้กับคนอื่น โดยเฉพาะกับพี่น้องทางจังหวัดชายแดนใต้ของผม 

เมื่อผมพักอยู่ที่พิเศษกรุงเทพฯ มีนายทหารยศพันเอกมาพูดคุยเรื่องนี้เพิ่ม อ้างว่าจะนำเสนอผู้บังคับบัญชา แต่ผมก็ยังคงยืนยันเหมือนเดิมว่า ผมให้อภัย ไม่อยากให้เขาและครอบครัวเดือดร้อนลำบาก ภาษาจิ๊กโก๋ก็ต้องบอกว่า “ขอกันกินมากกว่านี้ แค่เนี้ยะเด็กๆ” 

การพูดคุยเนื้อหาส่วนใหญ่จะหนักไปที่พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย สอบถามถึงตัวบุคคล เอาภาพถ่ายมาให้ดูว่าผมรู้จักไหม ชื่ออะไร ผมตอบตามจริงว่า ผมไม่รู้จักใคร ที่เขาเอามาให้ดูทุกคน พร้อมชี้แจงว่า ผมไม่ใช่สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ ผมเป็นคนของพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทยที่มี พันเอกสมคิด ศรีสังคม เป็นหัวหน้าพรรค ดร.บุญสนอง บุญโยทยาน เป็นเลขาธิการพรรค ที่เห็นรู้ว่าเป็นใครอยู่คนเดียวคือ เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ที่รู้จักเพราะเมื่อประมาณปี 2550 หรือ 2551 เจ้าหน้าที่พรรคลาว (พรรคประชาชนปฏิวัติลาว) ถามผมในงานฉลองวันชาติลาว 2 ธันวา ที่สถานทูตว่ารู้จักลุงธงไหม? ไม่รู้จัก เขาจึงจูงมือผมไปยังแขกอีกโต๊ะหนึ่ง และแนะนำว่านี่คือเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (กฎหมายคอมมิวนิสต์ยกเลิกแล้ว เขาจึงไม่กลัวว่าจะมีความผิด) ผมยกมือไหว้ทักทายกันครู่หนึ่ง แล้วเดินกลับมานั่งโต๊ะเดิม (ผมเป็นแขกรับเชิญเข้าร่วมงานฉลองวันชาติ เมื่อพี่ไขแสง สุกใส มีชีวิตอยู่ก็ได้รับเชิญประจำ) 

(ยังมีต่อ)

ชายชื่อ สรรเสริญ (1): จับตัวกลางดึก-ถูกซ้อม จับต้นชนปลายไม่ถูก

เบื้องหลัง 'สรรเสริญ ศรีอุ่นเรือน' ไม่รับสารภาพ คดีระเบิดหน้าศาล

ลาก 'เก้าอี้' มานั่งคุย: สรรเสริญ-ชาญวิทย์ ‘คนเดือนตุลา’ ที่ถูกลืมในเรือนจำ

คุยกับแม่สรรเสริญ ศรีอุ่นเรือน ผู้ต้องหาสูงวัย คดีปาระเบิดลานจอดรถศาลอาญา

ชวนรู้จัก สรรเสริญ ศรีอุ่นเรือน คนธรรมดาที่ใช้ชีวิตราวนักพรตมาตลอดชีวิต

ประชาไท: คดีปาระเบิดศาลอาญา

 

 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์