'พิธา' เผย ‘ราชการในพระองค์’ ปรับวิธีแจงการใช้งบ-ขอหน่วยงานอื่นเลี่ยงต่อท้ายชื่อโครงการด้วย ‘เฉลิมพระเกียรติ’

'พิธา' หัวหน้าพรรคก้าวไกล ชี้แจงว่าในการพิจารณางบปี 66 ส่วนราชการในพระองค์ปรับกระบวนการชี้แจงการใช้งบทั้งเพิ่มรายละเอียดข้อมูลการใช้และบุคลากรของแต่ละสำนัก อีกทั้งยังขอให้หน่วยงานราชการเลี่ยงการเติม “เฉลิมพระเกียรติ” ท้ายโครงการ ชี้ว่าการชี้แจงดีขึ้นกว่าปีก่อนๆ หวังเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนา

14 ก.ค. 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลโพสต์ผ่านแฟนเพจของตัวเอง 'พิธา ลิ้มเจริญรัตน์' ถึงความก้าวหน้าของ “ส่วนราชการในพระองค์” ในการชี้แจงระหว่างการพิจารณางบประมาณประจำปี 2566 โดยเขาได้ระบุถึงความก้าวหน้าทั้งในกระบวนการชี้แจงและเนื้อหา

หัวหน้าพรรคก้าวไกลระบุว่าหน่วยงานราชการในพระองค์เป็นหน่วยงานที่สำคัญต่อการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำ ทั้งด้วยความสำคัญของพันธกิจและขนาดงบประมาณที่มีอยู่ในแต่ละปีมากกว่า 8,000 ล้านบาท โดยเปรียบเทียบแล้วถือได้ว่าสูงกว่าหน่วยงานระดับกระทรวงหลายกระทรวง พรรคจึงได้ตั้งข้อสังเกตต่อการชี้แจงของหน่วยราชการในพระองค์เพื่อขอรับงบประมาณว่าควรเป็นไปตามหลักการเดียวกับที่หน่วยงานอื่นๆ ชี้แจง

พิธากล่าวว่าการพิจารณางบปี 66 นี้เขารู้สึกยินดีหลังจากสมาชิกของพรรคที่อยู่ในกรรมาธิการพิจารณางบประมาณแจ้งว่าทางหน่วยงานมีความก้าวหน้าขึ้นในการชี้แจงเหตุผลในการขอรับงบประมาณทั้งในส่วนของกระบวนการและเนื้อหา แม้ว่าจะยังควรจะมีความละเอียดของแผนดำเนินงานและการแจกแจงรายจ่ายมากกว่าที่เป็นอยู่

พิธายังได้แจกแจงของความก้าวหน้าในการชี้แจงเพื่อขอรับงบประมาณในปี 66 นี้ของหน่วยราชการในพระองค์ไว้ดังนี้

ความก้าวหน้าขึ้นในส่วนกระบวนการครั้งนี้มีการปรับใน 3 เรื่องคือ

1. มีแจกเอกสารชี้แจงเพิ่มเติมให้กับ กมธ. งบฯ (แม้จะมีเพียง 3 หน้า ที่เป็นข้อมูลใหม่)

2. มีวิดีทัศน์ความยาว 5 นาที เพื่อให้ข้อมูลและแจกจายรายละเอียด รวมถึงจำนวนบุคลากรในแต่ละสำนัก

3. มีการมอบหมาย เลขาฯ ครม. มาเป็นตัวแทนชี้แจงงบประมาณและตอบคำถาม กมธ.

ในส่วนของความก้าวหน้าขึ้นของเนื้อหาขึ้นพิธากล่าวถึงเรื่องนี้ว่า เมื่อ กมธ. สังกัดพรรคก้าวไกล ได้ปรึกษาหารือเกี่ยวกับงบประมาณที่ไม่ได้ถูกตั้งโดยส่วนราชการในพระองค์ แต่สัมพันธ์หรือมีการใช้ชื่อสถาบันพระมหากษัตริย์เข้าไปอยู่ในชื่อโครงการ ที่มีประมาณ 27,000 ล้านบาท ซึ่งทางพรรคกังวลว่ามีความเสี่ยงจะส่งผลกระทบอันไม่พึงประสงค์ต่อสถาบันฯ ได้ หาก

1. สังคมมีความเข้าใจผิดว่างบฯส่วนนี้ เป็นงบของสถาบันฯโดยตรง หรือ

2. ส.ส. ไม่ประสงค์จะตั้งคำถามหรือตรวจสอบโครงการด้วยมาตรฐานเดียวกันกับโครงการอื่น จนนำไปสู่ผลลัพธ์ที่โครงการไม่ประสบผลสำเร็จหรือมีการทุจริต ซึ่งจะทำให้ชื่อของสถาบันฯเสื่อมเสีย แม้สถาบันฯไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินการดังกล่าวก็ตาม

พิธายังระบุอีกว่า กมธ.สังกัดพรรคก้าวไกลที่นั่งอยู่ในได้เล่าให้เขาฟังว่า เมื่อถามตรงนี้ไป เลขา ครม.ในฐานะผู้ชี้แจง ได้ตอบเรื่องนี้อย่างชัดเจนว่า

"ขอให้หน่วยงานต่างๆ หลีกเลี่ยงคำว่า ‘เฉลิมพระเกียรติ’ ในการจัดทำโครงการ โดยเฉพาะบางหน่วยงานที่มักใช้ต่อท้ายชื่อโครงการและรายการต่างๆ"

หัวหน้าพรรคก้าวไกลแสดงความเห็นต่อเรื่องนี้ว่าเป็นสัญญาณที่สำคัญมากและหวังว่าหน่วยงานอื่นจะนำแนวปฏิบัตินี้ไปในอนาคตด้วยความตระหนักอยุ่เนมอว่าการใช้ชื่อสถาบันเพื่อห้อยท้ายชื่อโครงการของหน่วยงานตัวเองมีโอกาสที่จะส่งผลอันไม่พึงประสงค์ต่อสถาบันฯ ได้

“สิ่งที่พวกเราประสงค์เป็นสิ่งเรียบง่ายและไม่ได้มีอะไรที่เกินเลยกว่าหลักการพื้นฐาน ว่าทุกหน่วยงานที่มีการใช้งบประมาณจากภาษีประชาชนควรต้องถูกตรวจสอบได้ เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่างบประมาณถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปตามความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง และเพื่อให้หน่วยงานได้รับความไว้วางใจจากประชาชน ตามคำพูดที่ว่า “ยิ่งโปร่งใส ยิ่งลดข้อครหา”” หัวหน้าพรรคทิ้งท้าย

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

พื้นที่ประชาสัมพันธ์