'คนทำงานขับรถผ่านแพลตฟอร์ม' ใช้สมาร์ทโฟนขณะขับขี่มากกว่าอาชีพอื่น เสี่ยง 'เสียสมาธิ-เกิดอุบัติเหตุ'

ผลสำรวจใหม่จากสถาบันประกันภัยเพื่อความปลอดภัยบนทางหลวงของสหรัฐฯ เผยคนทำงานขับรถผ่านแพลตฟอร์มใช้สมาร์ทโฟนขณะขับขี่มากกว่าอาชีพอื่นถึง 4 เท่า ทำเสียสมาธิ-เสี่ยงต่ออุบัติเหตุ ข้อมูลปี 2563 ชี้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 3,000 คน จากอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับการเสียสมาธิบนท้องถนนทั่วสหรัฐฯ


ที่มาภาพประกอบ: IIHS

ผลสำรวจใหม่จากสถาบันประกันภัยเพื่อความปลอดภัยบนทางหลวง (Insurance Institute for Highway Safety หรือ IIHS) ที่เผยแพร่เมื่อปลายปี 2565 แสดงให้เห็นว่าคนทำงานขับรถผ่านแพลตฟอร์มใช้สมาร์ทโฟนขณะขับขี่มากกว่าอาชีพอื่นถึง 4 เท่า

“คุณสมบัติและบริการของสมาร์ทโฟนไม่เพียงทำให้ผู้ขับขี่โดยทั่วไปเสียสมาธิเท่านั้น แต่ยังรวมถึงกลุ่มคนทำงานขับรถผ่านแพลตฟอร์ม ซึ่งงานของพวกเขาต้องใช้สมาร์ทโฟนเกือบตลอดเวลาขณะที่อยู่บนท้องถนน” เดวิด ฮาร์คีย์ ประธานของ IIHS กล่าว

นอกจากนี้ผู้ขับขี่ที่เป็นผู้ปกครองเกือบร้อยละ 50 มีแนวโน้มที่จะวิดีโอคอลผ่านสมาร์ทโฟนเป็นประจำ รวมทั้งใช้แอปพลิเคชันตรวจสอบสภาพอากาศ รวมทั้งมีสิ่งรบกวนอื่นๆ ขณะขับขี่จากสมาร์ทโฟนมากกว่าผู้ขับขี่ที่ไม่มีบุตรอายุต่ำกว่า 18 ปี

สถิติจาก National Highway Traffic Safety Administration ระบุว่ามีผู้เสียชีวิตมากกว่า 3,000 คน จากอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับการเสียสมาธิบนท้องถนนในปี 2563 ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 8 ของการเสียชีวิตบนท้องถนนทั้งหมด ซึ่งตัวเลขดังกล่าวอาจจะต่ำกว่าความเป็นจริงอยู่มาก

กิจกรรมที่ดึงสมาธิออกจากการจดจ่อกับถนนตรงหน้า

ในอดีตสิ่งที่ทำให้ผู้ขับขี่เสียสมาธิบนท้องถนนก็ได้แก่ การรับประทานอาหาร การปรับวิทยุ การแต่งหน้า ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้สร้างความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้มากอยู่แล้ว แต่การใช้สมาร์ทโฟนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นั้นยิ่งดึงสมาธิของผู้ขับขี่ออกไปจากการจดจ่อกับถนนตรงหน้า

แอปพลิเคชันต่างๆ บนสมาร์ทโฟนได้เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากในช่วงเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา

IIHS สำรวจผลได้สำรวจผู้ขับขี่มากกว่า 2,000 คนทั่วสหรัฐฯ ต่อผลกระทบของแอปพลิเคชันในขณะที่พวกเขากำลังขับรถ การสำรวจแยกเป็นกิจกรรมทั่วไปและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ 

ผลสำรวจพบว่าเกือบ 2 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสอบถามทำกิจกรรมอย่างน้อยหนึ่งอย่างที่มีผลทำให้เสียสมาธิทุกครั้งที่ขับขี่ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา ผู้ตอบแบบสอบถามครึ่งหนึ่งระบุว่าพวกเขาทำงานบนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างน้อยหนึ่งอย่างในระหว่างขับขี่ สำหรับกิจกรรมที่ผู้ขับขี่นิยมทำก็ได้แก่ การโทร การฟังเพลง และการอ่านข้อความ แต่กิจกรรมที่พบบ่อยที่สุดคือการใช้แอปพลิเคชันนำทาง นอกจากนี้ยังมีผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าพวกเขาเล่นเกมส์ด้วยในขณะขับขี่

'อุปกรณ์แฮนด์ฟรี' ช่วยเพิ่มความปลอดภัย แต่อาจไม่เพียงพอ

ส่วนใหญ่แล้ว ผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าพวกเขามักจะใช้อุปกรณ์แฮนด์ฟรีในขณะขับรถ ประมาณ 8 ใน 10 คน ระบุว่าตั้งโปรแกรมแอปพลิเคชันนำทางเป็นประจำ และ 7 ใน 10 คน ระบุว่าพวกเขาอ่านและส่งข้อความเป็นประจำขณะขับขี่ แต่ก็ใช้ฟังก์ชันคำสั่งเสียง

“มีความเชื่อโดยทั่วไปว่าการใช้อุปกรณ์แฮนด์ฟรีจะช่วยเพิ่มความปลอดภัย เพราะผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตาจากถนน” เอมี คอกซ์ ผู้ร่วมวิจัยของ IIHS และเป็นผู้เขียนหลักของรายงานการศึกษานี้กล่าว “อย่างไรก็ตาม มันไม่ได้ช่วยป้องกันการเสียสมาธิได้ทั้งหมด”

ปัจจุบัน รถยนต์หลายรุ่นใหม่ๆ ติดตั้งระบบแฮนด์ฟรีและเทคโนโลยีอื่นๆ ที่ช่วยป้องกันการเสียสมาธิในการขับขี่ แต่คอกซ์กล่าวว่า “ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถเข้าถึงยานพาหนะรุ่นใหม่ที่มีฟังก์ชันการทำงานแบบนั้นได้” 

อย่างไรก็ตามสมาร์ทโฟนส่วนใหญ่ตอนนี้มีฟังก์ชันห้ามรบกวน (DND) ขณะขับขี่ ที่อาจช่วยป้องกันการเสียสมาธิได้มากขึ้น

งานวิจัยก่อนหน้านี้ของ IIHS แสดงให้เห็นว่าแม้จะใช้อุปกรณ์แฮนด์ฟรี แต่ผู้ขับขี่ก็ยังต้องทำกิจกรรมบางอย่างด้วยตนเอง เช่น การเลื่อนดูรายชื่อผู้ติดต่อ เป็นต้น ซึ่งมีความปลอดภัยน้อยกว่าระบบจัดการด้วยฟังก์ชันคำสั่งเสียงแบบเต็มระบบ นอกจากนี้ความสามารถของอุปกรณ์แฮนด์ฟรีนั้นไม่เกี่ยวข้องหรือใช้ไม่ได้กับกิจกรรมบางอย่างขณะใช้สมาร์ทโฟน เช่น การเลื่อนดูโซเชียลมีเดีย หรือการเล่นเกมส์ เป็นต้น

บริษัทแพลตฟอร์มควรกำหนดแนวทางปฏิบัติที่ปลอดภัยสำหรับผู้ขับขี่


ที่มาภาพประกอบ: Nathan Fried-Lipski/MIT AgeLab (อ้างใน IIHS)

ไม่น่าแปลกใจที่การสำรวจแสดงให้เห็นว่าผู้ขับขี่ที่มีอายุระหว่าง 18-34 ปี มีแนวโน้มที่จะใช้แอปพลิเคชันจากสมาร์ทโฟนมากกว่าผู้ขับขี่ที่มีอายุระหว่าง 35-49 ปี นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ปกครองของเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี มีแนวโน้มใช้แอปพลิเคชันจากสมาร์ทโฟนมากกว่าผู้ขับขี่รายอื่นถึงร้อยละ 65

คนทำงานขับรถผ่านแพลตฟอร์มในระบบเศรษฐกิจแบบ Gig-Economy มีโอกาสมากกว่าผู้ขับขี่อาชีพอื่นถึง 2 เท่า ที่จะทำกิจกรรมที่ทำให้เสียสมาธิขณะขับขี่ และมีแนวโน้มมากกว่าเกือบ 4 เท่าที่จะใช้แอปพลิเคชันจากสมาร์ทโฟนเป็นประจำขณะขับขี่ กิจกรรมที่พวกเขาทำเป็นประจำนั้นคือการสื่อสารกับลูกค้าและการใช้แอปพลิเคชันของแพลตฟอร์มในการนำทางรับ-ส่งสินค้าและผู้คน

งานศึกษาของ IIHS ชี้ว่าบริษัทแพลตฟอร์มเกี่ยวกับการขนส่งเหล่านี้ควรกำหนดแนวทางปฏิบัติที่ปลอดภัยสำหรับผู้ขับขี่ให้แพลตฟอร์ม และจำกัดพฤติกรรมการใช้อุปกรณ์ที่ไม่ใช่ส่วนสำคัญของการทำงานในขณะขับขี่

“ผลลัพธ์เหล่านี้แสดงให้เห็นว่าไม่มีใครรอดพ้นจากการเสียสมาธิบนท้องถนนได้ และการใช้อุปกรณ์แฮนด์ฟรีอาจทำให้เรารู้สึกเบาใจเกินไปเมื่อใช้สมาร์ทโฟนและอุปกรณ์อื่นๆ ขณะขับขี่” เดวิด ฮาร์คีย์ประธานของ IIHS กล่าว

ที่มา
Smartphone apps drive gig workers, parents to distraction (IIHS, 3 November 2022)
Parents and ‘gig’ workers are worst at distracted driving, national study says (Steve Sbraccia, cbs17.com, 22 December 2022)

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

พื้นที่ประชาสัมพันธ์