Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

'จับตา' เพจเฟซบุ๊ก 'พีมูฟ' โพสต์สถานการณ์ชุมนุมหน้าทำเนียบฯ ถูก ตร.นำแผงเหล็ก-รถตู้ปิดทางเข้า-ออกตั้งแต่ถนนพิษณุโลก-ราชดำเนิน (นอก) ไม่มีกำหนด จนท.เผยทำตามหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยสถานที่ราชการตาม พ.ร.บ.ชุมนุมฯ

 

14 ต.ค. 2567 เพจเฟซบุ๊ก "ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม P-move" โพสต์ข้อความวันนี้ (14 ต.ค.) ว่า ที่สะพานชมัยมรุเชฐ ถ.พิษณุโลก ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นมา ผู้ชุมนุมพีมูฟ ที่ปักหลักหน้าประตู 4 ทำเนียบรัฐบาลตั้งแต่วันที่ 5  ต.ค.ที่ผ่านมา ระบุว่า ตำรวจเอาแผงเหล็กกั้นเพื่อไม่ให้ประชาชนเข้าหรือออกถนนพิษณุโลก-ถนนราชดำเนินนอก รวมถึงซอยในบริเวณชุมนุมก็ได้ใช้รถตู้จอดขวาง

ภาพจากประชาชนปรากฏด้วยว่าตำรวจมีการเตรียมพร้อมอุปกรณ์ควบคุมฝูงชนมาด้วย

ทั้งนี้ ข้อมูลจาก Google Map แจ้งว่า ตำรวจตั้งด่านปิดถนน 1.สะพานชมัยมรุเชฐ 2.แยกมิสักวัน และ 3.สะพานมัฆวานรังสรรค์ รวม 3 จุด

แนวกั้นตำรวจที่สะพานชมัยมรุเชฐ ถ่ายโดย แมวซาโบ

แนวกั้นตำรวจที่แยกมิสักวัน ถ่ายโดย แมวซาโบ

สำหรับกลุ่มพีมูฟ เดินทางเข้ามาปักหลักชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาลทั้งหน้าทำเนียบรัฐบาลด้านถนนพิษณุโลก และฝั่งหน้าสำนักงานคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิกแห่งสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย (UNESCAP) ถ.ราชดำเนินนอก ตั้งแต่เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2567 โดยมีข้อเรียกร้องดังนี้

1. กลไกคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม เพื่อเป็นกลไกในการกำกับ เร่งรัด และติดตาม โดยมีแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และสองรองนายกรัฐมนตรีเป็นรองประธาน คือ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และประเสริฐ จันทรรวงทอง พร้อมด้วยองค์ประกอบของภาคประชาชนและฝ่ายข้าราชการประจำ

2. เมื่อได้กลไกคณะกรรมการดังกล่าวแล้ว จะต้องมีการเปิดประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งที่1/2567 เพื่อหารือถึงหลักการและแนวทางในการแก้ไขปัญหา กรณีปัญหาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาที่ผ่านมาจากกลไกคณะกรรมการชุดเดิม เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการแก้ไขปัญหาต่อในคณะกรรมการชุดใหม่

3. นำผลการประชุมเจรจาและแนวทางแก้ไขปัญหาที่ชัดเจน ให้นำเข้าในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อให้มีมติรับทราบ และเห็นชอบต่อไป

โพสต์ของพีมูฟ ระบุว่า ผู้ชุมนุมสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าปิดถนนด้วยเหตุ คำสั่ง หรือนโยบายใด ก็ได้รับคำตอบว่า เป็นการปิดถนนดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยตามสถานที่ราชการตามพระราชบัญญัติชุมนุมสาธารณะ และเป็นการปฏิบัติตามคำสั่งผู้บัญชาเหตุการณ์ไม่สามารถอธิบายรายละเอียดได้ หากต้องการรายละเอียดมากกว่านี้ให้ไปสอบถามผู้บังคับบัญชาเอง ซึ่งจากการสอบถามผู้บังคับบัญชาก็ไม่ได้ชี้แจงรายละเอียดเช่นเดียวกัน บอกเพียงว่าจะไม่สามารถเข้า-ออกบริเวณชุมนุมได้ โดยไม่มีกำหนดระยะเวลาว่าจะปิดถนนถึงเมื่อใด

โพสต์เฟซบุ๊กทิ้งท้ายขอให้สังคม และสื่อมวลชน ติดตามสถานการณ์ชุมนุมอย่างใกล้ชิด เรายืนยันว่าสิทธิ เสรีภาพในการชุมนุมเป็นสิ่งที่ประชาชนสามารถทำได้ และเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหน้าที่อำนวยความสะดวกในการชุมนุม มิใช่ลิดรอน ขัดขวาง คุกคามและข่มขู่ให้ประชาชนกังวลใจเช่นนี้

ต่อมา เพจเฟซบุ๊ก 'พีมูฟ' ไลฟ์สดออนไลน์ เมื่อเวลา 19.56 น. โดยตำรวจแจ้งว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้ปิดกั้นการขนสัมภาระเข้าไปในพื้นที่ชุมนุม แต่ว่าไม่อนุญาตให้นำรถเข้าไปด้านใน อย่างไรก็ดี ผู้ชุมนุมได้เจรจากับตำรวจขอนำรถเข้ามาในพื้นที่ ซึ่งทางตำรวจขอปรึกษาผู้บังคับบัญชาและจะกลับมาแจ้งผล

ปัจจุบัน ผู้ชุมนุมพีมูฟ ปักหลักที่สะพานชมัยมรุเชฐ จนกว่าตำรวจจะอนุญาตให้นำรถเข้าไปในพื้นที่ได้

ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ

ด้านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X ของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เผยว่า การปิดล้อมของตำรวจขัดกับอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองระหว่างประเทศ (ICCPR) ข้อ 21 ระบุชัดเจนว่าประชาชนมีสิทธิในการชุมนุมอย่างสันติ และการจำกัดสิทธิต้องเป็นไปอย่างสมเหตุสมผล รัฐมีหน้าที่ไม่เพียงแต่จะต้องไม่ขัดขวาง แต่ยังต้อง อำนวยความสะดวก ให้การชุมนุมอย่างปลอดภัยและเสรี

นอกจากนี้ การที่ตำรวจปิดกั้นถนน เส้นทางส่งอาหารและเสบียงของผู้ชุมนุม เป็นการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ชุมนุมตามหลักสากล การกระทำนี้ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพและความปลอดภัยของผู้ที่อยู่ในพื้นที่ชุมนุม ดังนั้น ทางแอมเนสตี้ฯ ขอเรียกร้องให้รัฐยกเลิกการปิดกั้น และเคารพสิทธิมนุษยชนของผู้ชุมนุมตามกฎหมายระหว่างประเทศ

ทั้งนี้ ข้อมูลจาก MobData เผยว่า วันแรกที่แจ้งชุมนุมหน้าทำเนียบฯ ตำรวจได้ออกประกาศห้ามชุมนุมในรัศมี 50 เมตรจากทำเนียบฯ เนื่องจากเป็น "แนวรั้งหน่วงความมั่นคง" ตามแผนรักษาความสงบเรียบร้อยการจัดการชุมนุมสาธารณะ และจัดการจราจรกลุ่มพื้นที่เขตพระราชวังดุสิต และทำเนียบรัฐบาล

ต่อมา เมื่อวันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจพยายามเจรจาให้ผู้ชุมนุมเข้าไปปักหลักในพื้นที่ของ ก.พ.ร. แต่ผู้ชุมนุมเสนอว่าให้ผู้แทนรัฐบาลมาพบ และตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหา ถึงจะปฏิบัติตาม แต่จนวานนี้ (13 ต.ค.) ยังไม่มีผู้แทนมาพบ จึง จัดคาร์ม็อบตามหานายกรัฐมนตรี และชูศักดิ์ ศิรินิล  

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พชร คำชำนาญ นักกิจกรรม และสมาชิกพีมูฟ ระบุว่า ตำรวจยังปิดด่านไม่ให้รถเข้า-ออก แต่เปิดช่องให้ประชาชนสามารถเดินเข้า-ออกได้

เพจเฟซบุ๊กพีมูฟ รายงานเมื่อเวลา 23.55 น. ว่าสามารถนำรถขนเสบียงเข้ามาในพื้นที่ชุมนุมหน้าทำเนียบได้แล้ว เมื่อ 22.00 น. ทำให้สถานการณ์คืนนี้เริ่มคลี่คลายลงในทางที่ดีขึ้น 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง