Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

กองทัพปลดปล่อยประชาชนบะหม่า BPLA ประกาศจะรุกคืบไปยังตอนกลางของพม่าที่เรียกว่าภูมิภาคอันยาร์ เพื่อประสานความร่วมมือกับกลุ่มติดอาวุธในภูมิภาคต่อสู้กับกองทัพเผด็จการ ในพื้นที่ๆ เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับทั้งฝ่ายกองทัพพม่าและฝ่ายต่อต้าน แต่ก็มีความกังวลว่าการเข้าไปของ BPLA จะเป็นการก่อชนวนความแตกแยกกับฝ่ายต่อต้านที่มีอยู่ในพื้นที่อยู่แล้วหรือไม่

หม่อง ซองคา ผู้บัญชาการกองทัพปลดปล่อยประชาชนบะหม่า BPLA ประกาศในโอกาสครบรอบ 1 ปี  ปฏิบัติการ 1027 ว่าจะมีปฏิบัติการรุกคืบสู่พื้นที่ทางตอนกลางของพม่าที่เรียกว่าภูมิภาคอันยาร์ โดยหวังว่าภูมิภาคอันยาร์จะต้อนรับพวกเขา หลังจากที่ก่อนหน้านี้พวกเขาทำการสู้รบในพื้นที่รัฐกะเหรี่ยงและทางตอนเหนือของรัฐฉานร่วมกับกลุ่มอื่นๆ มาก่อน

โกลินลิน โฆษก BPLA เปิดเผยว่าพวกเขามีแผนจะปฏิบัติการในพื้นที่ สะกาย, มะเกว และมัณฑะเลย์ ในภูมิภาคอันยาร์ เป้าหมายของแผนคือเพื่อขับไล่กองทัพเผด็จการพม่าออกจากพื้นที่ซึ่งในพื้นที่เหล่านี้มีชาวบะหม่าเป็นประชากรส่วนใหญ่ โกลินลิน บอกว่าพวกเขาวางแผนมาเป็นเวลา 3 ปีแล้วที่จะปฏิบัติการในภูมิภาคนี้

หม่อง ซองคา บอกว่า ทางกลุ่ม BPLA จะประสานงานร่วมกับกองกำลังพิทักษ์ประชาชน PDF ในพื้นที่ ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธที่ขึ้นกับรัฐบาลเงาต่อต้านเผด็จการทหารชื่อ "รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ" หรือ NUG

นอกจากนี้ หม่อง ซองคา ยังบอกอีกว่า จะประสานความร่วมมือกับกลุ่มติดอาวุธฝ่ายต่อต้านอื่นๆ ด้วย ในตอนนี้มีการขับเคลื่อนกลุ่มติดอาวุธกลุ่มเล็กๆ ที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของ NUG และจะมีการช่วยฝึกทหารให้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังเชื้อเชิญให้คนหนุ่มสาวในอันยาร์ที่อยากต่อสู้เผด็จการทหารเข้าร่วมกับพวกเขา อย่างไรก็ตามพวกเขายังไม่ได้ให้รายละเอียดชัดเจนไปมากกว่านี้

ขณะเดียวกัน ก็มีกลุ่มติดอาวุธอีกกลุ่มหนึ่งคือ กองทัพปลดปล่อยประชาชน PLA ที่กำลังเตรียมตัวเพื่อรุกคืบไปยังใจกลางพม่าเพื่อต่อสู้กับกองทัพเผด็จการเช่นกัน หลังจากที่ได้ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับกองกำลังชาติพันธุ์ทางตอนเหนือของรัฐฉานและภาคมัณฑะเลย์ในปฏิบัติการ 1027

Ni Ni Kyaw เลขาธิการใหญ่ของ PLA กล่าวว่า นอกจากกองกำลังพิทักษ์ประชาชนแล้วพวกเขายังสู้รบร่วมกับกลุ่มอื่นๆ เป็นจำนวนมากในภาคสะกายอีกด้วย เพื่อขจัดศัตรูที่มีร่วมกันคือกองทัพเผด็จการ เป็นการสู้รบร่วมกันด้วยความสามัคคีและความเคารพต่อกันและกัน

เกรงว่าจะเป็นการสร้างความแตกแยก?

ถึงแม้ว่าคนส่วนใหญ่แล้วจะมีเสียงสนับสนุนกลุ่ม BPLA และ PLA จะบุกทะลวงไปสู่ภาคกลางหรือภาคอันยาร์ของพม่าซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ของฝ่ายต่อต้าน แต่ก็มีอยู่บางส่วนที่กังวลว่าปฏิบัติการแบบนี้จะทำให้เกิดความแตกแยกในหมู่ฝ่ายต่อต้านกองทัพพม่าที่มีฐานอยู่ที่นั่น

Ko Soe Win Swe เจ้าหน้าที่ของกลุ่มสนับสนุนประชาธิปไตยระดับรากหญ้า สะกายฟอรัม กล่าวว่า ถึงแม้จะเป็นเรื่องดีที่จะมีผู้มาร่วมจากภูมิภาคอื่นทำให้กลุ่มต่อต้านแข็งแกร่งมากขึ้นจากเดิมที่มีแต่อาวุธยุทโธปกรณ์แบบพื้นๆ แต่ก็น่ากังวลว่าถ้าหากกลุ่มที่เข้ามามีวาระทางการเมืองของตัวเองนอกเหนือจากการสู้รบกับกองทัพพม่า ก็ควรจะต้องมีการเจรจาและหารือในเบื้องต้นกันก่อนไม่เช่นนั้นอาจเกิดปัญหาความขัดแย้งตามมาได้

Ko Zeya Lwin ผู้บัญชาการกองกำลังส่วนหนึ่งของ PDF ในอันยาร์ บอกว่ายินดีที่กองกำลัง 2 กลุ่มจะเข้าร่วมปฏิบัติการที่ใจกลางพม่า ถ้าหากมีการประสานงานกันได้ดีก็จะทำให้พวกเขาได้เปรียบ Zeya Lwin มองว่าในช่วงหลังจากฤดูฝนจะเป็นช่วงฤดูแล้ง จะเริ่มมีการสู้รบเพื่อชิงพื้นที่เมืองหนักขึ้น มีกลุ่มที่ติดอาวุธและยุทโธปกรณ์ที่เหมาะสมจะเคลื่อนพลกลับมายังภาคกลางของพม่า อีกทั้งกระทรวงกลาโหมของ NUG ยังเกณฑ์กำลังพลเพิ่มจากเมืองที่ยึดมาได้ด้วย

อีกคนหนึ่งที่ให้การต้อนรับกองกำลัง BPLA ของหม่อง ซองลา คือ Bo Nagar จากกองทัพปฏิวัติแห่งชาติพม่า BNRA ผู้ที่เคยปฏิบัติการร่วมกับกองกำลัง PDF แต่ถอนตัวในเวลาต่อมาเพราะปัญหาหลายเรื่อง ซึ่งตรงข้ามกับ หม่อง ซองลา ผู้ที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับรัฐมนตรีกลาโหมของรัฐบาลเงาคือ U Ye Mon

อย่างไรก็ตามในสื่อ TM Media ก็มีนักวิจารณ์เรียกร้อง อย่าบีบบังคับให้ BPLA ไปอยู่ใต้ร่มของ NUG และขอให้มีการเคารพต่อความเป็นอิสระทางการทหารและทางการเมืองของกลุ่มติดอาวุธ

คำเตือนนี้เป็นไปได้ว่าจะเป็นการสื่อถึงเรื่องเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ตอนที่ PDF ร่วมรบกับกลุ่มติดอาวุธต่างๆ ในท้องถิ่น PDFพยายามเกณฑ์กลุ่มเหล่านี้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของหน่วย ทั้งที่กลุ่ม LDF เป็นกลุ่มที่ก่อตั้งขึ้นมาก่อนหน้า PDF ตั้งแต่เดือน มีนาคม 2564 เป้าหมายของกลุ่มคือการคุ้มครองผู้ประท้วงต่อต้านรัฐประหารจากการปราบปรามของกองทัพพม่า

ภูมิภาคอันยาร์ จุดยุทธศาสตร์ 'เขตสงครามพื้นที่แล้ง'

ภูมิภาคอันยาร์นั้นเป็นพื้นที่ๆ คนส่วนใหญ่เป็นชาวชนชาติบะหม่า และเป็นฐานที่มั่นของกองทัพเผด็จการพม่าที่ทำการเกณฑ์ทหารแบบดั้งเดิม ทำให้ภูมิภาคอันยาร์มีความสำคัญมากที่สุดทางการเมืองสำหรับทั้งฝ่ายเผด็จการทหารและฝายต่อต้าน ในการที่จะครอบครองพื้นที่และปกครองประชาชน

ในตอนที่เกิดรัฐประหารปี 2564 ภูมิภาคอันยาร์ก็เป็นอีกแห่งหนึ่งที่ลุกฮือต่อต้านเผด็จการทหารจนถูกปราบปรามด้วยความรุนแรง จนฝ่ายต่อต้านเริ่มติดอาวุธเพื่อสู้รบกับฝ่ายเผด็จการทหาร ฝ่ายเผด็จการทหารก็ใช้วิธีการอุ้มหาย, ทิ้งระเบิด และสังหารหมู่ เพื่อโต้ตอบการกบฏของฝ่ายต่อต้าน โดยที่กองกำลังชนชาติบะหม่าก็พยายามจะเปลี่ยนสมดุลอำนาจทางการทหารให้ฝ่ายต่อต้านพลิกมาได้เปรียบฝ่ายกองทัพเผด็จการด้วย

ภูมิภาคอันยาร์ถูกนับเป็นหนึ่งในเขตสงครามหลังเกิดสงครามกลางเมืองพม่าปี 2564 เป็นต้นมา โดยเรียกว่า "เขตสงครามพื้นที่แล้ง" หรือ Dry Zone Theater กินพื้นที่ภาคสะกาย, มะกเว, มัณฑะเลย์ เป็นพื้นที่ๆ ชาวพุทธและชาวบะหม่าทำการเกษตรอยู่เป็นส่วนใหญ่ ทำให้กองทัพพม่าไม่ได้วางกำลังแน่นหนาอย่างต่อเนื่องในพื้นที่นี้

โดยที่พื้นที่อันยาร์ไม่มีอิทธิพลขององค์กรติดอาวุธชาติพันธุ์หรือ EAOs อยู่ ทำให้ในช่วงแรกๆ กลุ่มติดอาวุธ PDF ในท้องถิ่นของชาวบะหม่ามุ่งเป้าแต่เพียงต่อต้านกองทัพเผด็จการหลังการรัฐประหารปี 2564 เท่านั้น แต่เมื่อถึงฤดูแล้งปี 2564-2565 กลุ่ม PDF ท้องถิ่นบะหม่าก็ได้ประสานงานร่วมกับกลุ่มติดอาวุธอื่นๆ ในการต่อสู้เพื่อเป้าหมายที่ใหญ่กว่านี้

เรียบเรียงจาก

Resistance Armies Poised to Move On to Central Myanmar, The Irrawaddy, 31-10-2024

BPLA ENTERING ANYAR: Will Maung Saungkha energize the Bamar revolutionary groups or create more frictions?, Shan Herald Agency for News, 04-11-2024

ข้อมูลเพิ่มเติมจาก

https://en.wikipedia.org/wiki/Dry_Zone_theater 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง