Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

“ทนายอานนท์” ค้านศาลเหตุพิจารณาคดีไม่ชอบด้วยกฎหมายกรณีไม่ออกหมายเรียกหลักฐานข้อมูลเดินทาง ร.10 และอีกหลายรายการเพื่อประกอบการสืบพยานคดีปราศรัยเรียกร้องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ในม็อบแฮรี่ พอตเตอร์ ทำฝ่ายจำเลยสืบพยานไม่ได้ สุดท้ายไม่ได้สืบฝ่ายจำเลย ศาลนัดพิพากษา 19 ธ.ค.นี้

28 พ.ย. 2567 ที่ศาลอาญา รัชดาฯ มีนัดสืบพยานฝั่งจำเลยในคดีที่อัยการฟ้อง อานนท์ นำภา ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน เป็นจำเลยด้วยข้อหาหมิ่นประมาทกษัตริย์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จากการปราศรัยเรียกร้องการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ในการชุมนุม “เสกคาถาผู้พิทักษ์ปกป้องประชาธิปไตย” หรือม็อบแฮร์รี่ พอตเตอร์ ที่หน้าร้านแมคโดนัลด์ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเมื่อ 3 ส.ค.2563 การสืบพยานในวันนี้ต่อเนื่องจากการสืบพยานฝ่ายโจทก์เมื่อวานนี้

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนระบุว่า ในการสืบพยานฝ่ายจำเลยในวันนี้ศาลสั่งพิจารณาลับและสั่งห้ามเผยแพร่การพิจารณา อานนท์ได้แถลงคัดค้านกระบวนการพิจารณาไม่ชอบด้วยกฎหมายทำให้ฝ่ายจำเลยไม่สามารถสืบพยานได้โดยระบุเหตุผลว่า

1.ศาลไม่ออกหมายเรียกพยานเอกสารสำคัญเข้ามาในคดี

2. ศาลสั่งพิจารณาคดีลับโดยไม่มีเหตุตามกฎหมาย

3. คดีนี้ได้ขอเปลี่ยนตัวผู้พิพากษา เนื่องจากมีเหตุอคติ ส่งผลให้จำเลย ไม่ได้รับความยุติธรรม

อานนท์จึงขอปฏิเสธกระบวนการสืบพยานฝ่ายจำเลยทำให้พยานฝ่ายจำเลยที่รวมตัวเขาเองด้วยไม่ได้เบิกความ และยังโต้แย้งศาลเรื่องการสั่งพิจารณาคดีลับและห้ามเผยแพร่ข่าวการพิจารณาคดีโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ศาลจึงสั่งตำรวจศาลให้นำตัวอานนท์ไปขังที่ห้องขังใต้ถุนศาล โดยที่กระบวนการพิจารณาคดียังไม่เสร็จสิ้น

กฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความในคดีกล่าวว่า ศาลสั่งพิจารณาลับแล้วก็ไม่ออกหมายเรียกพยานหลักฐานให้ทำให้ไม่มีเอกสารมาใช้ต่อสู้คดีถามค้านพยานของฝ่ายโจทก์ อานนท์จึงประท้วงแล้วไม่ได้ถามค้านพยานโจทก์ทำให้การสืบพยานโจทก์จบเลย ทำให้วันนี้เป็นวันนัดสืบพยานจำเลย ศาลก็ให้ทำคำแถลงคัดค้านภายใน 7 วัน 

กฤษฎางค์ กล่าวว่าการที่ศาลไม่ออกหมายเรียกเอกสารหลักฐานลักษณะเดียวกันนี้มาในคดีมีทั้งคดีชุมนุม 19 ก.ย.2563และ คดี Mob Fest ที่พริษฐ์ ชีวารักษ์เป็นจำเลยเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ในคดีของอานนท์ครั้งนี้ทางฝ่ายจำเลยได้มีคำร้องให้ศาลออกหมายเรียกเอกสารหลักฐานจากราชการหลายเรื่องทั้งข้อมูลการเดินทางของในหลวงรัชกาลที่ 10 เรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ ของสำนักพระราชวังศาลก็ไม่ออกให้เพื่อนำมาประกอบว่าสิ่งที่อานนท์ปราศรัยนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ตั้งแต่ตอนเริ่มการพิจารณาคดีแล้วแต่ศาลไม่ออกให้ทำให้การสืบพยานฝ่ายโจทก์ที่ผ่านมาฝ่ายจำเลยไม่ได้ถามค้านพยานโจทก์มาโดยตลอด

ทั้งนี้ในประเด็นที่ศาลศาลอ้างมาตรา 6 ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 เพื่อที่จะไม่ออกหมายเรียกเอสการหลักฐาน ทนายความมองประเด็นนี้ว่า ศาลคงตีความว่าการออกหมายเรียกเป็นการหลบหลู่ดูหมิ่นสถาบันฯ แต่ความเห็นนี้ไม่ตรงกับของฝ่ายจำเลย อานนท์ได้ยืนยันว่าศาลสามารถเรียกหลักฐานได้ไม่เกี่ยวกัน

จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ฝ่ายข้อมูลของศูนย์ทนายความฯ ทราบว่ามีคดีที่ฝ่ายจำเลยถูกดำเนินคดีจากการปราศรัยวิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นงบสถาบันกษัตริย์ การเดินทางไปต่างประเทศของในหลวงรัชกาลที่ 10 ในลักษณะเดียวกับคดีนี้และเมื่อขอให้ศาลออกหมายเรียกพยานหลักฐานเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาคดีแล้วศาลไม่ออกให้ในคดีอื่นด้วย เช่น คดีชุมนุมหน้าสถานทูตเยอรมนีเมื่อ 26 ต.ค.2563 และคดีการชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ช่วงวันที่ 19-20ก.ย.2563 ที่ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนออกหมายเรียกให้เพียงการขอคำพิพากษาที่ศาลแพ่งและศาลอุทธรณ์ในคดีที่กระทรวงการคลังฟ้องรัชกาลที่ 7 อย่างไรก็ตามทั้งสองศาลอ้างว่าไม่เกี่ยวกับคดี

ทั้งนี้เนื้อหาสาระในการปราศรัยของอานนท์ที่นำมาสู่การดำเนินคดีครั้งนี้และต้องขอให้ศาลออกหมายเรียกเอกสารหลักฐานมาประกอบนี้ โดยหลักเป็นเรื่องการวิจารณ์ถึงการแก้ไขเนื้อหาเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ในร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติมาแล้วเมื่อปี 2559 ซึ่งส่วนที่ถูกแก้ไขเป็นการให้พระมหากษัตริย์ไม่ต้องแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนขณะเสด็จประพาสต่างประเทศและประเด็นที่ในหลวงรัชกาลที่ 10 เสด็จไปประเทศเยอรมนี รวมถึงประเด็นการโอนย้ายกำลังพลด้วย

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง