หลายพื้นที่ของพม่ากำลังประสบปัญหาขาดแคลนน้ำมัน และราคาน้ำมันพุ่งสูง หลังกองทัพพม่าสั่ง ห้ามส่งน้ำมันให้พื้นที่ของฝ่ายต่อต้าน ส่งผลให้ประชาชนกว้านซื้อน้ำมันด้วยความตื่นตระหนก บางพื้นที่ซื้อจากตลาดมืดที่ราคาน้ำมันสูงมาก
เมื่อ 22 พ.ย. 2567 สื่อพม่า อิรวดี และ Burma News International รายงานว่า กองทัพเผด็จการพม่าสั่งแบน ห้ามส่งน้ำมันให้กับพื้นที่ทางตอนเหนือของรัฐฉาน รัฐกะฉิ่น รัฐยะไข่ และภาคสะกาย ซึ่งเป็นพื้นที่ๆ กลุ่มกองกำลังฝ่ายต่อต้านกองทัพพม่ามีอิทธิพล หลังจากพวกเขาสามารถยึดพื้นที่จากฝ่ายกองทัพพม่าได้เป็นจำนวนมาก
ผู้นำเข้าเชื้อเพลิงเปิดเผยว่า กองทัพพม่าได้บอกกับปั๊มน้ำมันและผู้จำหน่ายเชื้อเพลิงตั้งแต่เมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมาว่า อย่าส่งน้ำมันให้กับพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ หรือ EAOs เพื่อเป็นการที่กองทัพพม่าพยายามลงโทษกลุ่มกองกำลังชาติพันธุ์ด้วยการปิดกั้นและระงับการให้เชื้อเพลิง
หลังมีข่าวว่า กระทรวงการไฟฟ้าและพลังงาน ภายใต้การควบคุมของกองทัพพม่า ได้แจ้งเตือนผู้จำหน่ายไม่ให้ส่งน้ำมันให้เมืองต่างๆ นั้น ทำให้ผู้คนต้องทำการกว้านซื้อน้ำมันด้วยความตระหนกตกใจ ส่งผลให้เกิดปัญหาราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นติดตามมา
เมื่อวันที่ 19 พ.ย. ที่ผ่านมา ผู้อาศัยในเมืองกะเล ภาคสะกาย ได้ทำการกว้านซื้อเชื้อเพลิงจำนวนมากกักตุนไว้ มีการเติมน้ำมันเต็มถังให้มอเตอร์ไซค์ รถยนต์ส่วนบุคคล และรถ 3 ล้อเครื่อง รวมถึงซื้อบรรจุใส่แกลลอนเก็บไว้ จนทำให้เกิดความต้องการน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นมาก พอถึงวันที่ 20 พ.ย. ปั๊มน้ำมันหลายแห่งในกะเลก็หยุดจ่ายน้ำมันโดยสิ้นเชิง
ผู้อาศัยในพื้นที่เปิดเผยว่า การซื้อน้ำมันด้วยความแตกตื่นเช่นนี้คล้ายกับสมัยโควิด-19 แพร่ระบาดหนัก มีผู้คนแห่ไปซื้อหรือเติมน้ำมันจนทำให้ปั๊มต้องหยุดบริการชั่วคราว ราคาน้ำมันสูงขึ้นมาก โดยในคราวนี้ราคาน้ำมันดีเซลในพื้นที่กะเลได้เพิ่มสูงขึ้นจาก 31,000 จ๊าตต่อแกลลอน เป็น 35,000 จ๊าตต่อแกลลอน (ราว 510 บาท เป็น 575 บาทต่อแกลลอน) ส่วนราคาขายปลีกพุ่งสูงขึ้นเป็น 40,000 จ๊าต (ราว 660 บาท)
ในขณะที่ปั๊มน้ำมันต้องระงับการจ่ายน้ำมันชั่วคราว เพราะมีความต้องการสูงขึ้นมาก แต่คนในพื้นที่ก็คาดเดาว่ามีการปล่อยข่าวลือเรื่องน้ำมันขาดแคลน โดยกลุ่มผู้ค้าที่หวังฉวยโอกาสนี้ขึ้นราคาน้ำมัน
ชาวกะเลมีความต้องการพึ่งพาเชื้อเพลิงในการขนส่งและปั่นไฟฟ้าใช้เอง ถ้าหากเชื้อเพลิงขาดแคลนแล้วก็จะส่งผลเลวร้ายอย่างมากต่อการโทรคมนาคมสื่อสาร ต่อชีวิตประจำวัน และการใช้งานที่จำเป็นในพื้นที่นี้
นอกจากกะเลแล้วในสะกายยังมีพื้นที่อื่นๆ ที่กองทัพพม่าสั่งแบนไม่ให้ส่งน้ำมันให้รวมแล้ว 26 เมือง ส่วนในรัฐยะไข่กับทางตอนเหนือของรัฐฉานนั้นมีการแบนไม่ให้ส่งให้ทุกเมือง ในรัฐกะฉิ่นนั้นมีการแบนการส่งน้ำมันให้ทุกเมือง ยกเว้น เมืองที่ใหญ่ที่สุดของรัฐนี้คือมิตจีนา อีกส่วนหนึ่งที่ถูกแบนคือที่เมืองเปาก์ ในภาคมะกวย และ เมืองกก กับมยินจาน ในภาคมัณฑะเลย์ ตอนกลางของพม่า
ในพม่ามีภาวะขาดแคลนเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้ก่อนหน้านี้ กองทัพพม่าอาศัยวิธีการนำเข้าเชื้อเพลิงจากจีน ผ่านทางเมืองกานพีเกตี ของรัฐกะฉิ่น และเมืองหมู่แจ้ ทางตอนเหนือของรัฐฉาน เพราะสามารถใช้เงินหยวนซื้อได้ แต่ช่องทางนำเข้าเหล่านี้ได้ปิดตัวลงหลังจากที่กองทัพเอกราชกะฉิ่น KIA ยึดเมืองกานพีเกดีไว้ได้ หลังจากที่เอาชนะกองกำลังติดอาวุธที่เป็นพวกเดียวกับกองทัพพม่าได้ที่นั่น ผู้จัดหานำเข้าน้ำมันบอกว่า ทางการจีนจะขายเชื้อเพลิงให้กับกองทัพพม่าเท่านั้น
นอกจากปัญหาเรื่องราคาน้ำมันพุ่งสูงจะเกิดตามมาแล้ว การแบนการส่งน้ำมันยังทำให้เกิดการพึ่งพาตลาดมืดในการเข้าถึงน้ำมันด้วย ซึ่งน้ำมันของตลาดมืดก็มีราคาสูงอยู่ดี เพราะค่าใช้จ่ายด้านการขนส่งเพิ่มขึ้น เช่นในเมืองหมู่แจ้ รัฐฉานที่เป็นศูนย์กลางการค้ามีปั๊มน้ำมันบางแห่งปิดให้บริการ และราคาก็เพิ่มสูงขึ้นไปที่ราว 15,000-18,000 จ๊าตต่อลิตร (ราว 245-295 บาท)
ในรัฐชิน ที่กำลังมีการสู้รบอย่างหนักนั้น อาศัยนำเข้าน้ำมันจากอินเดียหลังจากที่กองทัพพม่าตัดขาดการส่งน้ำมันให้รัฐนี้ ผู้อาศัยในรัฐชินกล่าวว่า น้ำมันที่นั่นราคาราว 8,100 จ๊าตต่อลิตร (ราว 130 บาท) ส่วนน้ำมันที่มาจากใจกลางประเทศพม่าจะอยู่ที่ 8,700 จ๊าตต่อลิตร (ราว 140 บาท) เทียบกับที่ย่างกุ้งซึ่งกองทัพพม่าตั้งราคาน้ำมันไว้ที่ราว 3,000 จ๊าตต่อลิตร (ราว 50 บาท)
เรียบเรียงจาก
Myanmar Junta Bans Fuel Supply to Rebel-Held Areas, The Irrawaddy, 22-11-2024
https://www.irrawaddy.com/news/burma/myanmar-junta-bans-fuel-supply-to-rebel-held-areas.html
Myanmar fuel shortage sparks panic buying and price hikes in Kalay Township, BNI News, 22-11-2024
https://www.bnionline.net/en/news/myanmar-fuel-shortage-sparks-panic-buying-and-price-hikes-kalay-township