Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

กรณี ‘นาจิบ ราซัก’ อ้างพระราชวินิจฉัยเสริมเพื่อขอเปลี่ยนแปลงโทษจำคุกคดีทุจริต 1MDB เปลี่ยนเป็นกักบริเวณที่บ้าน ล่าสุดรัฐบาลมาเลเซียเตรียมยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อออกคำสั่งห้ามสาธารณชน รวมทั้งรัฐสภามาเลเซียอภิปรายกรณีดังกล่าว ‘อันวาร์’ นายกฯ ต้องรับเผือกร้อนที่ต้องรักษาพันธมิตรกับพรรคร่วมแล้วยังต้องรักษาภาพนักปฏิรูปไปด้วย

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

13 ม.ค. 2567 รัฐบาลมาเลเซียเตรียมยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อออกคำสั่งห้ามสาธารณชน รวมทั้งรัฐสภามาเลเซียอภิปรายกรณีนาจิบ ราซัก อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ที่กำลังอ้างถึง “พระราชวินิจฉัยเสริม” เดินเรื่องขอเปลี่ยนแปลงการรับโทษคดีทุจริต 1MDB จากจำคุกที่เรือนจำ เป็นกักบริเวณที่บ้านของเขา

รองอัยการสูงสุด ชัมซุล โบลฮัสซัน เผยว่ารัฐบาลจะยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการภายในวันที่ 20 มกราคม

ทั้งนี้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาศาลอุทธรณ์มาเลเซียลงมติ 2 ต่อ 1 ให้นาจิบชนะการอุทธรณ์ทางกฎหมายที่อนุญาตให้รับโทษด้วยการกักบริเวณภายในบ้าน โดยขั้นตอนต่อไป จะต้องเข้าสู่การพิจาณาในศาลสูงของมาเลเซีย

นาจิบ อดีตนายกรัฐมนตรีในวัย 71 ปี กำลังดำเนินการอุทธรณ์ทางกฎหมายเพื่อเปลี่ยนโทษจำคุกปัจจุบันที่เขารับโทษจากคดี 1MDB ให้เป็นการจำกัดบริเวณบ้าน โดยหัวใจสำคัญของคดีนี้คือ "พระราชวินิจฉัยเสริม" ที่ยังไม่ได้เผยแพร่ ซึ่งนาจิบอ้างว่าออกโดยสมเด็จพระราชาธิบดีพระองค์ก่อน พร้อมกับมีคำสั่งพระราชทานลดโทษเมื่อเดือนมกราคมปีที่แล้ว โดยนาจิบขอให้ศาลสั่งให้รัฐบาลยืนยันและดำเนินการตามพระราชประสงค์ของสมเด็จพระราชาธิบดีพระองค์ก่อน

คดีทุจริตกองทุนของรัฐ 1MDB ของนาจิบถูกตัดสินตั้งแต่กรกฎาคม 2563 และเขาเริ่มถูกจำคุกตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2565 อย่างไรก็ตามชะตากรรมของนาจิบกลายเป็นปัญหาทางการเมืองสำหรับนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย อันวาร์ อิบราฮิม อดีตคู่ปรับของนาจิบและพรรคอัมโน ซึ่งอันวาร์ต้องเผชิญกับแรงกดดันระหว่างการรักษาพันธมิตรข้ามขั้วอย่างพรรคอัมโน ที่สนับสนุนการปล่อยตัวนาจิบ และการรักษาภาพลักษณ์นักปฏิรูปและต่อต้านคอร์รัปชันในหมู่ผู้สนับสนุนของอันวาร์

อดีตพระราชาธิบดีมาเลเซีย สมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลเลาะห์ อาหมัด ชาห์ สุลต่านรัฐปาหัง ซึ่งมีตำแหน่งเป็นประธานคณะกรรมการอภัยโทษด้วย ก่อนที่จะหมดวาระการดำรงตำแหน่งพระราชาธิบดี ได้ออกคำสั่ง “พระราชวินิจฉัยเสริม” ในที่ประชุมคณะกรรมการอภัยโทษให้เขารับโทษที่เหลือในรูปแบบการจำกัดบริเวณอยู่ภายในบ้าน

ต่อมาในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567 คณะกรรมการอภัยโทษตัดสินลดโทษจำคุกของนาจิบลงครึ่งหนึ่งจาก 12 ปี เหลือ 6 ปี และลดค่าปรับจาก 210 ล้านริงกิต เหลือ 50 ล้านริงกิต โดยนาจิบอาจได้รับการปล่อยตัวเร็วที่สุดคือวันที่ 23 สิงหาคม 2571 หรืออาจได้รับการปล่อยตัวก่อนกำหนดขึ้นอยู่กับการชำระค่าปรับดังกล่าว คำสั่งลดโทษเหล่านี้ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางจากประชาชน ทำให้อันวาร์ ต้องเรียกร้องให้ประชาชนมาเลเซียสงบสติอารมณ์

เรื่องนี้กลายเป็นหนึ่งในพระราชกรณียกิจสุดท้ายของสุลต่านรัฐปาหัง ก่อนที่พระองค์จะส่งมอบตำแหน่งพระราชาธิบดีให้แก่สุลต่านอิบราฮิม อิสกันดาร์แห่งรัฐยะโฮร์ ตามระบบกษัตริย์หมุนเวียนที่เป็นเอกลักษณ์ของมาเลเซีย

ฝ่ายค้านเรียกร้องให้อันวาร์ชี้แจงต่อสาธารณะ หลังจากที่เขาเลี่ยงการยืนยันว่ามี “พระราชวินิจฉัยเสริม” ดังกล่าวมาหลายเดือน

ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีจากพรรคอัมโนก็เรียกร้องให้สมาชิกพรรคอย่าคาดเดาเกี่ยวกับเรื่องนี้ และปฏิเสธการสมรู้ร่วมคิดว่าช่วยกันปกปิดคำสั่งย้ายนาจิบจากเรือนจำไปรับโทษที่บ้าน

ก่อนหน้านี้ อันวาร์ เคยกล่าวในวิดีโอที่เผยแพร่บนช่อง YouTube ของเขาเมื่อ 12 สิงหาคมว่า คำสั่งจำกัดบริเวณบ้านไม่ได้ถูกหยิบยกขึ้นในที่ประชุมคณะกรรมการอภัยโทษที่อดีตกษัตริย์ทรงเป็นประธานในปี 2567 และคำสั่งเสริมที่ว่าได้ถูกส่งตรงไปยังอัยการสูงสุด ซึ่งต่อมาได้นำเสนอเอกสารดังกล่าวต่อสำนักพระราชวังมาเลเซียเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งพระราชาธิบดีพระองค์ใหม่

“การตัดสินใจสุดท้ายใด ๆ ขึ้นอยู่กับพระมหากษัตริย์ แต่ต้องเกิดขึ้นภายในการประชุมคณะกรรมการอภัยโทษ” อันวาร์กล่าว “ไม่ใช่นอกการประชุม” เขาเสริม

“ปล่อยเรื่องนี้ไป เราจะขัดแย้งกันไปทำไม” อันวาร์กล่าวพร้อมเสริมว่าเขาเคยหลีกเลี่ยงแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้เพราะเกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์มาเลเซีย

คำแถลงของนายกรัฐมนตรี อันวาร์ เกิดขึ้นหลังจากกระทรวงยุติธรรมมาเลเซียระบุเมื่อวันศุกร์ (10 ม.ค.) ว่าไม่มีบันทึกเกี่ยวกับเอกสารใด ๆ ที่อนุญาตให้นาจิบถูกจำกัดบริเวณบ้าน และปฏิเสธว่าไม่ได้รับการแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการจากสำนักพระราชวังเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว “กระทรวงยุติธรรมในฐานะเลขานุการของคณะกรรมการอภัยโทษ ขอยืนยันว่าไม่มีเอกสารเพิ่มเติมหรือคำสั่งเสริมใด ๆ ในแฟ้มเอกสารหรือบันทึกอย่างเป็นทางการภายใต้การดูแลของกระทรวง” กระทรวงระบุ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสื่อสารต่างก็กล่าวว่า “พวกเขาไม่ทราบถึงการมีอยู่ของเอกสารดังกล่าว”

การที่สำนักสุลต่านรัฐปาหังยืนยันถึงการมีอยู่ของคำสั่งเสริมนี้ ทำให้รัฐบาลของอันวาร์ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบาก การปฏิเสธของรัฐบาลเกี่ยวกับคำสั่งเสริมที่ออกโดยพระราชวัง ได้เพิ่มน้ำหนักให้กับข้อกล่าวหาของนาจิบและผู้สนับสนุนของเขาที่ว่าอดีตผู้นำรายนี้ตกเป็นเป้าหมายของการกลั่นแกล้งทางการเมือง

สำนักพระราชวังของมาเลเซียแถลงเมื่อวันที่ 3 มกราคมนี้ว่า การขออภัยโทษในคดีที่เกิดขึ้นในเขตอำนาจของรัฐบาลสหพันธรัฐมาเลเซียจะต้องผ่านคณะกรรมการอภัยโทษที่มีสุลต่านอิบราฮิม หรือสมเด็จพระราชาธิบดีพระองค์ปัจจุบันจากรัฐยะโฮร์เป็นประธาน

ศาลสูงมาเลเซียมีกำหนดจัดการคดีของนาจิบครั้งต่อไปในวันที่ 11 มีนาคม

 

แปลและเรียบเรียงจาก

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง