องค์การอนามัยโลก (WHO) เตือน เครื่องดื่มน้ำตาลสูงและแอลกอฮอล์ราคาถูกจากภาษีต่ำ กำลังเร่งโรคอ้วน เบาหวาน มะเร็ง และการบาดเจ็บ เสนอใช้ “ภาษีสุขภาพ” ลดการบริโภคอันตราย พร้อมระดมงบเสริมระบบสาธารณสุขทั่วโลก

ภาพจาก: WHO/Christopher Black
31 มกราคม 2026 เว็บไซต์องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่า เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำตาลและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีราคาถูกลงอย่างต่อเนื่องเนื่องจากอัตราภาษีในส่วนใหญ่ของโลกยังอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดโรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคมะเร็ง และการบาดเจ็บ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน ในรายงานระดับโลก 2 ฉบับที่เผยแพร่เมื่อช่วงเดือนมกราคม 2026
องค์การอนามัยโลก ได้เรียกร้องให้รัฐบาลทั่วโลกยกระดับการเก็บภาษีเครื่องดื่มเหล่านี้อย่างเข้มงวด โดยระบุว่าระบบภาษีที่อ่อนแอทำให้สินค้าที่เป็นอันตรายยังมีราคาถูก ในขณะที่ระบบสาธารณสุขต้องเผชิญกับภาระทางการเงินมหาศาลจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรังและอาการบาดเจ็บที่ป้องกันได้ เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส (Tedros Adhanom Ghebreyesus) ผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การอนามัยโลก เน้นย้ำว่าภาษีสุขภาพเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่แข็งแกร่งที่สุดในการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ซึ่งจะช่วยลดการบริโภคที่เป็นอันตรายและปลดล็อกงบประมาณสำหรับบริการด้านสุขภาพที่สำคัญ
รายงานระบุว่าแม้จะมีอย่างน้อย 116 ประเทศที่เก็บภาษีเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล แต่ส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่น้ำอัดลม ขณะที่ผลิตภัณฑ์น้ำตาลสูงอื่น ๆ เช่น น้ำผลไม้ 100% เครื่องดื่มนมรสหวาน และกาแฟหรือชาพร้อมดื่ม มักจะได้รับการยกเว้นภาษี ส่วนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้น แม้จะมี 167 ประเทศที่เรียกเก็บภาษี แต่ตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นมา เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในหลายประเทศกลับเข้าถึงได้ง่ายขึ้นหรือมีราคาคงที่ เนื่องจากภาษีไม่ปรับตัวตามอัตราเงินเฟ้อและรายได้ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะไวน์ที่ยังไม่มีการเก็บภาษีในอย่างน้อย 25 ประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในยุโรป ทั้งที่มีความเสี่ยงด้านสุขภาพชัดเจน
เอเตียน ครุก (Etienne Krug) ผู้อำนวยการแผนกปัจจัยกำหนดสุขภาพขององค์การอนามัยโลก กล่าวว่าราคาแอลกอฮอล์ที่ถูกลงเป็นตัวขับเคลื่อนความรุนแรง การบาดเจ็บ และโรคภัยไข้เจ็บ ซึ่งทำให้สังคมต้องแบกรับต้นทุนทางเศรษฐกิจในขณะที่ภาคอุตสาหกรรมได้รับกำไร
จากการสำรวจพบว่าสัดส่วนภาษีสรรพสามิตทั่วโลกสำหรับเบียร์อยู่ที่ 14% และสุรากลั่นอยู่ที่ 22.5% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ภาษีเครื่องดื่มน้ำตาลสูงมีค่ามัธยฐานเพียงประมาณ 2% ของราคาน้ำอัดลมทั่วไปเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีเพียงไม่กี่ประเทศที่ปรับอัตราภาษีตามเงินเฟ้อ ส่งผลให้สินค้าทำลายสุขภาพเหล่านี้มีราคาถูกลงเรื่อย ๆ ผลการสำรวจของ กัลลัป (Gallup) ในปี 2022 พบว่าประชาชนส่วนใหญ่สนับสนุนการขึ้นภาษีสินค้าเหล่านี้
องค์การอนามัยโลก จึงได้เปิดตัวโครงการริเริ่ม 3 by 35 (3 by 35 initiative) ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มราคาที่แท้จริงของผลิตภัณฑ์ 3 ชนิด ได้แก่ ยาสูบ แอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล ภายในปี 2035 เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้ยากขึ้นและช่วยปกป้องสุขภาพของมวลมนุษยชาติในระยะยาว
